คลายปมดราม่า “ถ้ำหลวง” ชัดเจนแล้ว! น้องไม่ได้ถูกลักพาตัวจากแก๊งขนยาเสพติด

จากกระแสดราม่าบนโลกออนไลน์ ถึงสาเหตุการหายตัวไปของ 13 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ที่มีบางกระแสพาดพิงถึงการใช้ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นแหล่งพักยาเสพติด  ทีมข่าวโมโน 29 ได้ลงพื้นที่ค้นหาความจริงในประเด็นดังกล่าวบนพื้นที่ตามแนวชายแดน ติดตามได้จากรายงาน

จากกรณีที่โซเชียลมีเดีย และหลายเพจบนสื่อ Facebook ตั้งข้อสังเกตุถึงการหายตัวไปของโค้ชและทีมฟุตบอลหมู่ป่าอะคาเดมี่ อาจถูกลักพาตัวจากแก๊งขนยาเสพติด และตั้งข้อสงสัยว่าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนานอนเป็นแหล่งพักยาเสพติดจริงหรือไม่

จากการสำรวจเส้นทางแนวสันเขาตั้งแต่ดอยผาหมี ผาฮี้ ดอยช้างมูบ และดอยตุง แนวสันเขาในจุดนี้ เป็นจุดที่ติดแนวชายแดนของประเทศเมียนม่า เป็นที่ตั้งของบ้านผาขาว จังหวัดท่าขี้เหล็ก ลักษณะภูมิประเทศเป็นสันเขายาวหลายกิโลเมตร มีช่องทางธรรมชาติที่สามารถข้ามพรหมแดนได้ในหลายจุด

ตลอดเส้นทางจึงมีด้านความมั่นคงคอยตรวจสอบที่วิ่งผ่านไปมา รวมถึงกล้องวงจรปิดติดตั้งระบบแสงอินฟาเรดแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของแก็งค์ค้ายาเสพติด

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประจำด่านตรวจให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาสามารถจับกุมขบวนการขนยาเสพติดได้หลายครั้งซึ่งจะใช้วิธีเดินเท้าจำนวน 2 ถึง 3 คน ส่วนประเด็นการใช้ถ้ำหลวงเป็นที่พักยาเสพติด แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นถ้ำที่มีน้ำไหลผ่านมีความชื้นที่เป็นผลเสียต่อยาเสพติด และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน

สอดคล้องกับคนในพื้นที่ อย่างผู้ใหญ่บ้าน ผาฮี๊ หมู่ 10 ที่ยืนยันกับทีมข่าวว่า ไม่เคยพบข่าวการนำยาเสพติดมาพักไว้ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

ขณะที่ พลตำรวจตรี ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ยืนยัน ข่าวการจับกุมยาเสพติด 1 ล้านเม็ด เป็นการลำเลียงจากอำเภอเชียงแสน ข้อมูลนี้ จึงสะท้อนการขนยาเสพติดได้ถูกลำเลียงผ่านแม่น้ำโขง และนำขึ้นรถเข้าไปยังพื้นที่เป้าหมาย ดังนั้นการใช้ถ้ำหลวงเป็นแหล่งพักยาเสพติดจึงมีความเสี่ยงในทุกด้าน ทั้งทหารที่เฝ้าชายแดน กล้องวงจรปิด และปริมาณน้ำจำนวนมากภายในถ้ำ ทีมข่าวโมโน 29 รายงาน

แพทย์เผยวิธีรักษา “ดวงตา” ของ 13 ชีวิต ทีมหมูป่า หลังติดถ้ำมืด 9 วันเต็ม

อาจารย์แพทย์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แนะวิธีรักษา “ดวงตา” ของ 13 ชีวิต ทีมหมูป่า หลังติดถ้ำมืด 9 วันเต็ม

นายแพทย์ธีรวีร์ หงษ์หยก จักษุแพทย์ กลุ่มงานจักษุวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี และอาจารย์แพทย์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้คำแนะนำถึงการดูและรับมือกับผลกระทบด้านสุขภาพ โดยเฉพาะ “ดวงตา” หากติดอยู่ในถ้ำมืด และอากาศอับชื้น นานเกินสัปดาห์ จากกรณีของ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย

โดยสิ่งแรก ควรให้ผู้ประสบเหตุใส่แว่นตาปรับแสง ที่ใช้ในทางการแพทย์โดยเฉพาะ เพราะการอยู่ในถ้ำมืดมานานนับสัปดาห์ จะทำให้ส่วนร็อด เซล (Rod Cell) หรือ เซลล์รูปแท่ง ที่ใช้รับแสงตอนกลางคืน ทำงานเป็นหลัก และส่งผลให้ส่วน โคน เซล (Cone Cell) หรือ เซลล์รูปกรวย ที่ใช้รับแสงตอนกลางวัน จะไม่ได้ทำงาน หากออกมาบริเวณที่แสงจ้ามากอยากรวดเร็ว อาจทำให้แสบตามาก จนกระทั่งตามัวชั่วคราว

เรื่องต่อมา คือ การตรวจเช็คดวงตา ว่ามีการติดเชื้อด้วยหรือไม่ เนื่องจากน้ำในถ้ำนั้นไม่สะอาด มีทั้งแบคทีเรีย และเชื้อราอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งเชื้อโรคอาจเข้าสู่ดวงตา จนทำให้เยื่อบุตาอักเสบติดเชื้อ หรือเป็นตาแดงได้

อีกเรื่องคือ ปัญหาขาดสารอาหาร เนื่องจากไม่ได้รับประทานผักผลไม้เป็นเวลานาน ซึ่งบางรายที่มีปัญหา ต้องให้วิตามินเอ ชดเชย เพื่อตาให้สู้แสงได้เร็ว

พ่อ 1 ในทีมหมูป่า เผย “ผมดีใจมาก ผมอยากให้ลูกมีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง”

ญาติพี่น้องของ 13 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี ต่างดีใจ หลังทราบข่าวพบตัวทั้ง 13 คนแล้ว และทุกคนปลอดภัย หลังจากที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน นานถึง 9 วัน

บรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทของ ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ต่างส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ หลังทราบว่าหน่วยซีลค้นพบเด็กๆและโค้ช ทั้ง 13 คน แล้ว บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ บ้างก็กระโดดกอดกันด้วยความดีใจ หลังจากรอคอยมานานถึง 9 วัน

ขณะที่ นายแสง บุญมี อายุ 16 ปี ลูกพี่ลูกน้องของ เด็กชายเอกรัตน์ อายุ 14 ปีที่ติดอยู่ในถ้ำ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจมากที่จะได้พบหน้าน้องชาย เพราะสนิทกัน เมื่อน้องหายไปก็รู้สึกใจหาย ก่อนหน้านี้เวลาอยู่ด้วยกันมักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน และสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่แกล้งน้องอีกแล้ว และขอให้น้องออกมาอย่างปลอดภัย

ด้านนายทินกร บุญเปี่ยม พ่อของเด็กชายมงคล วัย 12 ปี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า “ผมดีใจมาก ผมอยากให้ลูกมีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง”