รายงานสถานการณ์ ทีมซีลค้นหาทีมหมูป่า ประจำวันที่ 1 ก.ค.61

รายงานสถานการณ์ ทีมซีลค้นหาทีมหมูป่า ประจำวันที่ 1 ก.ค.61 ความตั้งใจการปฏิบัติวันนี้ นำขวดอากาศไปเตรียมไว้จนถึงสามแยก และลึกเข้าไปที่สุดเท่าที่สามารถกระทำได้

แฟนเพจ รวมพล คนรักทหารเรือ (I Love Navy)  รายงานสถานการณ์ทีมซีลค้นหาทีมหมูป่า ประจำวันที่ 1 ก.ค.61 สำหรับการปฏิบัติของชุดช่วยเหลือและค้นหา หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (นสร.กร./NAVY SEAL) เพื่อช่วยเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย วันที่ 8 ของปฏิบัติการ

ความตั้งใจการปฏิบัติวันนี้ คือนำขวดอากาศไปเตรียมไว้จนถึงสามแยก และลึกเข้าไปที่สุดเท่าที่สามารถกระทำได้ กับรอถังอากาศชุดใหม่มาเสริม จะทำเส้นเบสไลน์ (เชือกนำทาง) เข้าไปที่จุดสามแยก ซึ่งชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ (NAVY SEAL) เคลื่อนที่ด้วยการว่ายน้ำ สลับดำน้ำ ปีนตามแนวผนังถ้ำ พร้อมแบกอุปกรณ์ดำน้ำ ทั้งนี้ระยะเริ่มจากโถง 3 เข้าไปสู่จุดสามแยก ประมาณ 200 เมตร

– ลักษณะอากาศบริเวณถ้ำหลวงฯ ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีฝน

– ระดับน้ำบริเวณโถง 3 ลดลงจากเมื่อวาน 2 ซม.

– เวลา 03.00 น. ชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ (NAVY SEAL) จำนวน 12 นาย โดยมี น.อ. อนันท์ สุราวรรณ์ เป็นผู้อำนวยการดำน้ำ ชุดดำน้ำ จำนวน 2 ชุด

– เวลา 09.00 น. เครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ (C-130) จากกองทัพอากาศเดินทางไปสนามบินอู่ตะเภา – ท่าอากาศยานภูเก็ต – ท่าอากาศยานดอนเมือง – ท่าอากาศยานเชียงราย เพื่อลำเลียงอุปกรณ์จากหน่วยต่างๆ ประกอบด้วย ทัพเรือภาคที่ 3 , หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน , กรมสรรพาวุธทหารเรือ , ศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ จ.พังงา และบริษัทเชฟรอน เพื่อสนับสนุน ชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ (NAVY SEAL)

โดยมีรายการดังนี้

1.) ขวดอากาศ ประมาณ 314 ขวด

2.) สายปรับกำลังดัน (Regulator) ประมาณ 94 เส้น

3.) เครื่องอัดอากาศ 4 เครื่อง

4.) แพคหลัง ประมาณ 70 ตัว

5.) ชูชีพดำน้ำ (BCD) จำนวน 25 ตัว

โดยจะลำเลียงอุปกรณ์ทั้งหมดโดยเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ ถึงถ้ำหลวงฯ เวลาประมาณ 16.30 น.

ขอบคุณข้อมูลจาก รวมพล คนรักทหารเรือ (I Love Navy) , กองทัพเรือ

เปิดคลิปวินาที คนร้ายยิงใส่ตำรวจจนล้มทรุดกองกับพื้น รอดหวุดหวิด

เปิดคลิปวินาที คนร้ายยิงใส่ตำรวจ กระสุนเจาะโล่กำบังขงเจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจที่ถือโล่ถึงกับล้มทรุดลงกับพื้น รอดหวุดหวิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการส่งคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ พ.ต.ท.สุริยา ศรีแฉล้ม สารวัตรหัวหน้า สภ.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสวมเสื้อเกราะและใช้โล่กำลังบุกเข้าล้อมจับคนร้ายตามหมายจับในคดีฆ่าคนตาย ผู้ต้องสงสัยฆ่าผู้อื่น ที่บ้านป่าระกำเหนือ ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเย็นวันที่ (29 มิ.ย.)

ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าคนร้ายมีอาวุธปืนและไม่ยอมให้จับกุม จึงจัดเตรียมกำลังพร้อมอาวุธครบมือ สวมเสื้อเกราะและใช้โล่กำบังเดินเข้าไปยังบ้านไม้ 2 ชั้น ที่คนร้ายแอบซ่อนตัวอยู่ แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินย่องเข้าไปอย่างระมัดระวังปรากฏว่าคนร้ายที่อยู่บนบ้าน และมองเห็นการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างชัดเจนได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนัด กระสุนเจาะโล่กำบังขงเจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจที่ถือโล่ถึงกับล้มทรุดลงกับพื้น ขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ รีบวิ่งแยกย้ายกันเข้าที่กำบัง ทั้งโอ่งน้ำและต้นไม้ ก่อนที่ตำรวจคนที่ถือโล่จะลงขึ้นและใช้โล่กำบังร่างวิ่งเข้าหาที่หลบซ่อนตัวจนปลอดภัย

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายไม่ได้ยิงตอบโต้ขึ้นไปบนบ้านแต่อย่างใด เนื่องจากกระสุนอาจจะถูกคนที่ไม่รู้เรื่องที่อยู่บนบ้านได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้แม้เวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมง กระทั้งมืดค่ำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการปิดล้อมบ้านเพื่อป้องกันการหลบหนี กระทั้งเวลาล่วงเข้าสู่เช้าวันที่ (30 มิ.ย.) คนร้ายก็ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้าน และห้ามไม่ให้คนในบ้านออกมาข้างนอกบ้านอย่างเด็ดขาด

พ.ต.ท.สุริยา ศรีแฉล้ม กล่าวว่า จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังปิดล้อมบ้านที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ทุกด้าน และพยายามจะเจรจาให้คนร้ายยอมมอบตัว แต่จนถึงขณะนี้เวลาผ่านมาหลายชั่วโมงคนร้ายก็ยังไม่ยอมมอบตัว ตนจึงขอสนับสนุนกำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ นปพ.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และทำได้แค่การปิดล้อมบ้านเอาไว้ จะไม่บุกเข้าไปจับกุมตัวบนบ้านอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากตำรวจจะเสี่ยงอันตรายแล้วเกรงคนอื่น ๆ บนบ้านจะได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้จึงพยายามใช้วิธีเจรจาเกลี้ยกล่อมเพียงอย่างเดียว

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 มิ.ย.) พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก. เดินทางไปควบคุมและอำนวยการการปฏิบัติด้วยตนเอง พร้อญาติ ๆ ของนายประดิษฐ์ ร่วมกันหารือเพื่อหาทางเข้าจับกุมตัวนายประดิษฐ์ ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดญาติ ๆ ได้แอบหลบหนีออกมาจากบ้านหมดแล้ว เหลือเพียงนายประดิษฐ์ ในบ้านเพียงคนเดียวเท่านั้น

และนายประดิษฐ์ ได้จุดไฟเผาแผ่นไวนิลที่แขวนอยู่ข้างบ้าน จนไฟลุกโชนหวิดลุกลามไหม้บ้าน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปากพนังจำนวน 2 คัน ให้มาสแตนบายเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุนายประดิษฐ์ จุดไฟเผาบ้านตัวเอง ขณะนายประดิษฐ์ ยังซ่อนตัวเงียบอยู่ในห้องนอนและติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา

อย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อยากใช้มาตรการเด็ดขาดถึงขั้นจับตาย และพยามใช้วิธีการจากเบาไปหาหนัก แต่หากภายในวันที่ 1 ก.ค.61 ยังไม่ยอมมอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดจู่โจมจับกุมตัวให้ได้

สำหรับนายประดิษฐ์ ผู้ต้องสงสัยฆ่าคนตายรายนี้ปกติเป็นคนที่ไม่สุงสิงกับใคร กระทั่งมีเรื่องขัดแย้งกับนายอุดม เกี่ยวกับมรดกที่ดิน จนนายอุดม ถูกยิงเสียชีวิต แม้ตำรวจและญาติ ๆ และชาวบ้านจะเชื่อว่าฆาตกรรายนี้คือนายประดิษฐ์ แต่ขาดพยานหลักในการจับกุมดำเนินคดี จึงได้ขอหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นและยึดอาวุธปืนของนายประดิษฐ์ ไปตรวจสอบ แต่นายประดิษฐ์ ไม่ยอมให้ตำรวจเข้าไปตรวจค้นใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจนต้องมีการปิดล้อมต่อเนือง 2 วัน 2 คืน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 23 มิ.ย.61 เกิดเหตุคนร้ายดักยิงนายอุดม รามแก้ว หรือ “ ลุงดม ” อายุ 56 ปี ชาวบ้าน ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของสวนมะพร้าวรายใหญ่และเป็นคนธรรมะธรรมโม เสียชีวิตบนถนนหนองเสม็ด – เกาะทวด หมู่ 9 ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง ซึ่งตำรวจสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องสงสัยคือนายประดิษฐ์ รามแก้ว ซึ่งเป็นญาติของนายอุดม ผู้ตาย

เนื่องจากมีเรื่องขัดแย้งกันภายในครอบครัวเกี่ยวมรดกที่ดินหลายแปลง ทางตำรวจจึงนำหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นที่บ้านนายประดิษฐ์ เพื่อตรวจค้นอาวุธปืนและนำอาวุธปืนมาตรวจสอบว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ยิงนายอุดม หรือไม่ แต่นายประดิษฐ์ ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้าน และใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โชคดีที่กระสุนโดนโล่กำบังจึงรอดตายหวุดหวิด ขณะที่ตำรวจที่เหลือแตกกระเจิง วิ่งเข้าหาที่กำบัง แต่ก็ไม่กล้ายิงตอบโต้ เพราะเกรงว่าคนอื่น ๆ บนพื้นจะได้รับอันตราย และทำได้แค่การปิดล้อมบ้านนายประดิษฐ์ เอาไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประสานให้ญาติพี่น้องของนายประดิษฐ์ มาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่นายประดิษฐ์ฯ ไม่ยอมออกมา และยังเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน พร้อมประกาศห้ามใครเข้าไปในบริเวณบ้านอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าเป็นตำรวจหรือญาติ ๆ ก็ไม่รับผิดชอบความปลอดภัย

ในขณะที่ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สส.ภ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจ นปพ. ร่วมกับตำรวจในท้องที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ และปิดล้อมตลอด 24 ชม. โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เนื่องจากนายประดิษฐ์ ผู้ต้องสงสัยมีอาวุธปืนพร้อมที่จะยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา

จัดรถรับส่งให้เจ้าหน้าที่ – สื่อมวลชน ที่ต้องเข้าไปปฏิบัติภารกิจถ้ำหลวง ไม่อนุญาตให้รถอื่นเข้า!

ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้ำหลวง จัดรถรับส่งให้เจ้าหน้าที่ – สื่อมวลชน ที่ต้องเข้าไปปฏิบัติภารกิจ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถ โดยการปิดจราจร ห้ามรถไม่เกี่ยวข้อง เข้าไปในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ทางเข้าดอยผาหมี ทางออกซอยขุนน้ำ บ้านจ้อง ตลอดเส้นทาง ไม่อนุญาตให้รถอื่นเข้า เพื่อเปิดทางให้รถแพทย์ พยาบาล เข้าออกพื้นที่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้เกี่ยวข้องสามารถนำรถไปจอดได้ที่ แม่สายการ์เด้นท์วิว

ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้ำหลวง (ศปก.ถ้ำหลวง) เปิดเผยว่า ได้จัดรถบริการรับ – ส่ง สำหรับบุคคลที่ต้องเข้าไปปฏิบัติภารกิจ ซึ่งทางขนส่งจังหวัดเชียงรายได้จัดรถบริการรับส่งตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 10 คัน เริ่มตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นมา

ขอบคุณภาพจาก @GuTae_Bsm2