สมเด็จพระสังฆราช ประทานคติธรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

สมเด็จพระสังฆราช ประทานคติธรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ขอให้พุทธศาสนิกชนเชิดชูพระรัตนตรัย พร้อมน้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์มาเสริมสันติสุขในการดำเนินชีวิตและสังคมให้สงบสุข

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร) ประทานคติธรรมเนื่องในวันอาสาฬหบูชา พุทธศักราช 2561 ความตอนหนึ่ง ว่า ดิถีเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว วันอาสาฬหบูชา จัดเป็นวันสำคัญยิ่งของพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศแรกที่ริเริ่มให้มีการเฉลิมฉลองเป็นพิเศษ เนื่องในวันดังกล่าว

ด้วยเป็นวันคล้ายวันประกาศพระศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตรเป็นพระปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ กระทั่งมีผู้ได้ดวงตาเห็นธรรม ขอประทานอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระบวรพระพุทธศาสนา จึงบังเกิดพระรัตนตรัยครบองค์ 3 โบราณาจารย์ยกย่องพระรัตนตรัยไว้ว่า เป็นวัตถุวิเศษซึ่งสโมสรกันเป็นอันดี ประกอบด้วยคุณอันสมควร ส่วนละอย่าง เปรียบเสมือนไม้ 3 อัน ไขว้ขัดกันอยู่ ถ้าพรากออกเสียอันเดียว ที่เหลืออยู่ก็ตั้งตรงอยู่ได้ไม่นานนัก ในดิถีเช่นนี้เมื่อสองพันกว่าปีล่วงมาแล้ว พระสังฆรัตนะ ได้บังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก

ทั้งนี้ พระสงฆ์ หมายถึง หมู่ภิกษุ ผู้เป็นสาวกพระพุทธเจ้า สละเรือนออกบวชเพื่อครองวัตรปฏิบัติ ตามที่พระศาสดาทรงสั่งสอนและทรงบัญญัติไว้ ความงามแห่งหมู่สงฆ์นั้น บังเกิดได้ด้วยพระธรรมวินัย เพราะภิกษุแต่ละรูปย่อมเปรียบดั่งดอกไม้นานาพันธุ์ หลากหลายทรวดทรง สีสันและกลิ่น แม้มีความงามอยู่บ้างก็เพียงเฉพาะรูปเฉพาะตน ถ้าถูกลมพัดพาปลิวไปก็อาจกระจัดกระจายโดยง่าย แต่ครั้นนำมาร้อยกรองเป็นพวงพู่ เป็นระเบียบอยู่ด้วยพระธรรมวินัย ความงามนั้น จึงมีแบบแผนเป็นปึกแผ่น เข้มแข็งมั่นคง ทรงคุณูปการในฐานะผู้สืบทอดและเผยแผ่พระพุทธธรรม ให้ยั่งยืนมาสู่ชาวโลกนับแต่พุทธกาล ตราบเท่าทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น พุทธบริษัททั้งหลายจึงพิทักษ์รักษาและเชิดชูรัตนะ ทั้ง 3 ดวงไว้ ไม่มองข้ามองค์คุณของรัตนะดวงหนึ่งดวงใด เพื่อพระรัตนตรัย อันเปรียบเสมือนไม้ 3 อันไขว้ขัดกันจักยังดำรงอยู่เป็นสรณะนำทางสืบไป

เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ขอพุทธศาสนิกชนจงศึกษาทบทวน และสำนึกในพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ เพื่อสร้างเสริมสันติสุขในชีวิตท่านและสังคมส่วนรวมให้งอกงามและมั่นคงสถาพรตลอดกาลนาน

ทอ.จัดเครื่องบิน C-130 นำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนแตกที่ลาว

กองทัพอากาศ จัดเครื่องบิน C-130 นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปมอบให้ สปป.ลาว เป็นวันที่สอง พร้อมตั้งกองบิน 21 เป็นฐานส่งความช่วยเหลือและศูนย์รับบริจาค

พลอากาศตรี พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยภาพรวมการให้ความช่วยเหลือต่างๆ กับ สปป.ลาว ว่า ในส่วนของกองทัพอากาศ เมื่อคืนที่ผ่านมา 25 กรกฎาคม 2561 กองทัพอากาศ ได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 หรือ C-130 จำนวน 2 เที่ยวบิน นำสิ่งของพระราชทานและถุงยังชีพในนามรัฐบาลไทย ไปช่วยเหลือ สปป.ลาว แล้ว และวันนี้กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบิน C-130 เพิ่มเติมอีก 2 เที่ยวบิน ลำเลียงเต็นท์ 1,000 หลัง และถุงยังชีพในนามรัฐบาลไทยอีกจำนวนหนึ่ง ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ สปป.ลาว โดยได้จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน กองทัพอากาศ 20 คน เดินทางไปด้วย เพื่อช่วยลำเลียงสิ่งของที่สนามบินปลายทาง

และวันนี้กองทัพอากาศ ได้เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของที่ กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรวบรวมความช่วยเหลือและน้ำใจจากประชาชนชาวไทยส่งต่อไปให้ผู้ประสบอุทกภัยที่สปป.ลาว โดยจะลำเลียงทั้งทางเครื่องบินของกองทัพอากาศ และประสานกับจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อนำส่งทางรถยนต์ต่อไป

ส่วนแผนการปฏิบัติ วันพรุ่งนี้ 27 กรกฎาคม 2561 กองทัพอากาศกำหนดแผนการบิน จำนวน 2 เที่ยวบิน พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน กองทัพอากาศ จำนวน 30 คน ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ สปป.ลาว เพื่อนำถุงยังชีพพระราชทานของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 1,000 ชุด ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

ระทึก ! เพลิงไหม้โรงงานใยมะพร้าววอด 5 ล้านบาท คนงานวิ่งหนีตาย

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานใยมะพร้าวใน จ.นครศรีธรรมราช สูญเสีย 5 ล้านบาท  

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ค.61 นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ นายอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานใยมะพร้าว ” ชมัยพรการใย ” หมู่บ้านยางใหญ่ หมู่ 6 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา โดยเพบิงลุกไหม้อย่างรุนแรง คนงานไม่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ต่างหนีตายออกจากโรงงานกันจ้าละหวั่น จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิเชียร เปล่งฉวี ผกก.สภ.ท่าศาลา รถดับเพลิงจาก อบต.และเทศบาลต่างๆ ใน อ.ท่าศาลา และพื้นที่ใกล้เคียงรวม 13 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ อปพร.ระดมเข้าไปช่วยเหลือดับเพลิงที่โรงงานดังกล่าว

แต่ปรากฏว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้โรงงานใยมะพร้าวดังกล่าว เนื้อที่ประมาณ 5ไร่ เพลิงโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากโรงงานดังกล่าวมีใยเปลือกมะพร้าวจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีประกอบกับช่วงเวลาเกิดเหตุมีลมพัดแรงตลอดเวลา ทำให้การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก กระทั้งเพลิงได้ลุกไหม้โรงงานดังกล่าวจนเกือบวอดทั้งหลัง อย่างไรก็ตามนายไตรรัตน์ ได้วางแผนสั่งการให้รถดับเพลิงฉีดน้ำควบคุมสกัดไม่ให้เพลิงไหม้ลุกลามไปบริเวณข้างเคียง และให้อยู่ในวงจำกัด ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงสามรรถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว

นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ นายอำเภอท่าศาลา เผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นโรงงานแห่งนี้มี น.ส.แววตา เอี่ยมสกุลเวช อายุ 50ปี เป็นเจ้าของโรงงาน ส่วนสาเหตุจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเกิดจากสะเก็ดไฟจากอุปกรณ์สกัดเส้นใยมะพร้าวกระเด็นลงกองใยมะพร้าว ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วไม่สามารถดับได้ทันและไหม้ลุกลามวอดเกือบทั้งหลัง มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น รวมทั้งเครื่องจักรหลายตัว และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งใยมะพร้าวมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งตนได้สั่งการให้ทางตำรวจ สภ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไปแล้ว