สวยงาม! เผยภาพน้ำสีเขียวมรกต รอบถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

สวยงาม! เผยภาพปรากฏการณ์ น้ำสีเขียวมรกต รอบถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน 

วันนี้(31 ก.ค.) โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก คาเธ่ย์ หมี ซึ่งได้เผยให้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม น้ำเป็นสีเขียวมรกต บริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน พร้อมข้อความ ระบุว่า

มหัศจรรย์! #น้ำสีเขียวมรกต รอบ #ถ้ำหลวง จาก fb.ท่านนายอำเภอแม่สาย สมศักดิ์. คณาคำ ได้แชร์ภาพจาก ตร.แม่สาย “พันธ์ริน ต๊ะสุ” ว่า… มีปรากฏการณ์น้ำ..บริเวณโดยรอบถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ปัจจุบันเป็นสีเขียวมรกต สร้างความแปลกใจให้ชาวบ้านและผู้สังเกตการณ์มาก​

สอบถามผู้ที่เคยเห็นมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก​ บอกว่าก็เคยเห็น​ คงเป็นการตักเอาตะกอน​ที่ทับถมเป็นเวลา​นานออก​ ตอน​ที่​สูบน้ำขุนน้ำนางนอนช่วยระบายน้ำจากถ้ำหลวง​ พอเหลือแต่ทรายแท้ๆ ​และเข้าสู่ธรรมชาติ​ดั้งเดิม​ที่เคยเป็นมา สายน้ำที่​ไหล​ออกมา​จาก​ขุน​น้ำนาง​นอน​จึงใสสะอาด​กระ​ทบกับทรายที่ได้ขุดลอกออกไป น่าจะทำให้ดูสีของน้ำเป็นสีฟ้าออกน้ำเงิน​

ซึ่งใกล้ๆทางน้ำไหลออกนั้นก็มีถ้ำเล็กๆชื่อว่า​ ถ้ำทรายทอง​ ถ้าจำไม่ผิด​ อย่างไรแล้วในแนวความคิดมันน่าจะเกิดจากระบบ​นิเวศน์​ที่สมบูรณ์​ของ​ธรรมชาติ​ที่​เคย​มี​มา​ก่อน​ที่​เรา​เห็น​ สุดยอด​สร้างสรรค์​จริงๆครับ…. #แม่สาย #เชียงราย #ทีมหมูป่า

ที่มา คาเธ่ย์ หมี

‘ปู่คออี้’ วัย 107ปี ทำบัตรประชาชนเป็นพลเมืองไทยโดยสมบูรณ์

กสม. ร่วมเป็นพยานให้ “ปู่คออี้” วัย 107 ปี ทำบัตรประชาชนเป็นพลเมืองไทยโดยสมบูรณ์ เผยผู้เฒ่าไร้สัญชาติจำนวนมากยังประสบปัญหาเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ

วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านสิทธิสถานะบุคคลและชนเผ่าพื้นเมือง ลงพื้นที่ ณ ที่ว่าการอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนใบแรกให้แก่ นายโคอิ มีมิ หรือ “ปู่คออี้” วัย 107 ปี ผู้นำทางจิตวิญญาณกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงผืนป่าแก่งกระจาน

โดยก่อนหน้านี้ “ปู่คออี้” ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องสิทธิสถานะบุคคล และมอบหมายให้ทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนยื่นคำร้องขอรับรองสัญชาติไทย ซึ่งต่อมา นายทะเบียนอำเภอแก่งกระจาน ได้ทำการตรวจสอบพยานเอกสารหลักฐานและพยานบุคคลเสร็จสิ้นตามกระบวนทางกฎหมายและได้อนุมัติให้เพิ่มชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน (ทร. 14) ให้แก่ “ปู่คออี้” แล้ว

นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า จากหลักฐานทะเบียนสำรวจบัญชีบุคคลในบ้าน หรือ ทร.ชข. ปรากฏว่า “ปู่คออี้” เกิดเมื่อปี 2454 บริเวณต้นน้ำลำภาชี รอยต่อของจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี และทำไร่หมุนเวียนตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบริเวณที่เรียกว่าบ้านใจแผ่นดินและบ้านบางกลอยบนเรื่อยมา

ในการสอบสวนประวัติของ “ปู่คออี้” มีนายสังวาลย์ อ่อนเผ่า อดีตหัวหน้าศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา และอดีตเจ้าหน้าที่ศูนย์สงเคราะห์ชาวเขาที่เดินสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติเป็นพยานบุคคล ดังนั้นจึงถือว่า “ปู่คออี้” เป็นกลุ่มชาติพันธุ์คนไทยติดแผ่นดินซึ่งย่อมมีสิทธิได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นางเตือนใจกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จในการทำบัตรประจำตัวประชาชนของ “ปู่คออี้” ในวัย 107 ปี ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเป็นพลเมืองไทยที่สมบูรณ์ หลังจากที่หน่วยงานต่าง ๆ มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาสัญชาติร่วมกันมานับ 10 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสถานะบุคคลในกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติ

ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้ประสบปัญหาดังกล่าวอีกจำนวนมาก เนื่องด้วยกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติเหล่านี้แม้อยู่ในดินแดนประเทศไทยมานานแต่เป็นเรื่องยากที่จะขอรับรองการมีสัญชาติไทย เป็นเหตุให้ดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก ขาดโอกาสในหลายด้าน ทั้งยังเข้าไม่ถึงระบบสวัสดิการที่รัฐจัดให้ เช่น การได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และสิทธิในการเดินทางโดยเสรี

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ กำลังดำเนินการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติของพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ…. เพื่อให้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนและสัญชาติที่เป็นปัญหายืดเยื้อมานานของกลุ่มผู้ไร้สัญชาติในประเทศไทย

ทั้งนี้การจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนของ “ปู่คออี้” ในวันนี้ มีลูกหลานและเครือข่ายกะเหรี่ยงเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก ทั้งนี้ อำเภอแก่งกระจานได้ประสานงานความร่วมมือไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบุรีและองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียงให้มาดำเนินการเรื่องสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พร้อมทั้งประสานโรงพยาบาลแก่งกระจานมาตรวจสุขภาพให้แก่ “ปู่คออี้” ด้วย

ซาอุฯ เตรียมทำความสะอาดมัสยิดอัลฮารอม รับผู้แสวงบุญใน ‘พิธีฮัจญ์’

ทางการซาอุดีอาระเบีย เตรียมระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทำความสะอาด พร้อมปรับพื้นที่รอบมัสยิดอัลฮารอม รับผู้แสวงบุญจากทั่วโลกที่จะเดินทางมาประกอบพิธีฮัจญ์

ที่บริเวณมัสยิดอัลฮารอม นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ผู้แสวงบุญจากทั่วโลกได้เดินทางเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นจำนวนมาก โดยในขณะนี้มีผู้แสวงบุญจากหลายประเทศ เดินทางเข้ามายังนครเมกกะจำนวนกว่าล้านคน และจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาที่จะถึงนี้

ซึ่งทางการซาอุดีอาระเบีย ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนลงปฏิบัติงาน และปรับพื้นที่ทำความสะอาดทั้งภายในและบริเวณรอบนอกมัสยิดอัลฮารอม ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีฮัจญ์ที่สำคัญ

พิธีฮัจญ์
พิธีฮัจญ์

ประกอบกับทางการซาอุดีอาระเบียกำลังปรับปรุงโครงการก่อสร้างอาคารมัสยิดอัลฮารอม และบริเวณใกล้เคียงโดยเฉพาะบริเวณลานเตาว๊าฟและสะแอ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่ผู้แสวงบุญจะประกอบศาสนกิจในแต่ละวันจำนวนมาก โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนปฏิบัติงานอย่างพร้อมเพียง พร้อมทั้งได้กำหนดแผนปฏิบัติการดูแลรักษาความสะอาดและสุขอนามัย ในทุกพื้นที่อย่างเต็มที่

สำหรับการรักษาความปลอดภัย ทางการซาอุดีอาระเบียได้กำหนดแผนเผชิญเหตุ วางมาตรการป้องกัน รักษาความปลอดภัย การเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน โดยฝ่ายความมั่นคงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน คอยตรวจตราอำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือ และรักษาความปลอดภัยแก่ผู้แสวงบุญอย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณ ศูนย์ข่าวฮัจญ์ไทย กรมประชาสัมพันธ์