นักวิจัยชี้ แผ่นดินไหวเกาะลอมบอก อินโดนีเซีย แรงสุดในรอบ 100 ปี

นักวิจัยชี้ แผ่นดินไหวเกาะลอมบอก อินโดนีเซีย เกิดจากการดันตัวขึ้นของแผ่นเปลือกโลก  และเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปีของเกาะแห่งนี้

ผศ. ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ นักวิจัยชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงลักษณะของแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่ความลึก 10 กิโลเมตร บนเกาะลอมบอกประเทศอินโดนีเซีย ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวตื้นและเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงแก่อาคารต่างๆ

อีกทั้งนับเป็นแผ่นดินไหวที่ใหญ่ที่สุดในช่วง 100 ปีบนเกาะแห่งนี้ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ทางตอนเหนือของเกาะลอมบอก ห่างจากภูเขาไฟรินจานีประมาณ 15 กิโลเมตร และห่างจากเมืองมาตารัมซึ่งเป็นเมืองหลักบนเกาะลอมบอกประมาณ 50 กิโลเมตร

สถิติการเกิดแผ่นดินไหว

จากสถิติแผ่นดินไหวในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา บริเวณรอบเกาะดังกล่าวมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่า 6.0 ขึ้นไปเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นบนเกาะลอมบอก จึงไม่มีความเสียหายจากแผ่นดินไหว แต่เนื่องจากเกาะลอมบอกนั้นตั้งอยู่บริเวณแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก Flores Thrustจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้

นักวิจัยระบุว่า ลักษณะของแผ่นดินไหวล่าสุดเกิดจากการดันตัวขึ้นของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับแผ่นดินไหวที่อาจทำให้เกิดสึนามิ เช่นเดียวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 แต่ตำแหน่งของแผ่นดินไหวในครั้งนี้มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่บนเกาะมากกว่าในทะเล ประกอบกับกับขนาดแผ่นดินไหวไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก จึงไม่ทำให้เกิดสึนามิ

โครงสร้างอาคารที่ไม่ถูกหลักวิศวกรรม

โดยแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก Flores Thrust เคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2535 ที่บริเวณเกาะฟลอเรส ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากเกาะลอมบอก ประมาณ 600 กิโลเมตร เหตุการณ์ในครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวและสึนามิมากถึงประมาณ 2,500 คน

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดดินถล่มภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ประการแรกคือ ความรุนแรงของการสั่นสะเทือน รวมถึงความลาดชันของชั้นดิน ประเภทของดิน สภาพความชื้นของชั้นดิน และสภาพพื้นผิวหน้าดิน โดยแผ่นดินถล่มที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยมารวมกัน

เนื่องมาจากตำแหน่งศูนย์กลางแผ่นดินไหวนั้นอยู่ห่างจากภูเขาไฟรินจานีเพียงเล็กน้อยประกอบกับมีอาฟเตอร์ช็อคขนาด 4.5-5.4 ที่ยังคงเกิดขึ้นในบริเวณเดียวกัน จึงทำให้มีโอกาสที่จะยังเกิดดินถล่มได้อยู่ในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้ไป

สำหรับความเสียหายของอาคารต่าง ๆ นั้น ผศ. ดร.ธีรพันธ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการก่อสร้างที่สร้างไม่ถูกหลักวิศวกรรม โดยเสาคอนกรีตมีหน้าตัดเล็กกว่า 20 ตารางเซนติเมตร และไม่มีเหล็กยืนหรือเหล็กปลอก จึงทำให้เกิดการพังทลายได้ง่ายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว นับเป็นอาคารที่มีโครงสร้างอ่อนแอและทำให้มีผู้เสียขีวิตทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวรวมทั้งในประเทศไทยด้วย

โดยเบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 14 คน อาจเนื่องมาจากแผ่นดินไหวเกิดตอนเช้า ทำให้ยังมีผู้คนอยู่ในอาคารเหล่านี้ ต่างจากกรณีแผ่นดินไหวแม่ลาวประเทศไทยซึ่งเกิดเหตุในช่วงเย็นขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ความสูญเสียต่อชีวิตจึงมีน้อยกว่า

ธนาคารโลกเสนอให้เงิน 2,000 ล้านดอลลาร์ฯ พัฒนาเลบานอน

ธนาคารโลกเสนอให้เงินเลบานอน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปพัฒนาประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีนายฟาริด เบลฮัจ รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือกล่าวว่า ธนาคารโลกพร้อมเสมอที่จะให้การช่วยเหลือเลบานอนด้วยเงินกองทุนโครงการพัฒนาของธนาคารโลก

ธนาคารโลก
ธนาคารโลก

นายเบลฮัจมีขึ้นระหว่างที่เขาพบปะกับประธานาธิบดีมิเชล อูน ของเลบานอน เพื่อหารือเกี่ยวกับบทบาทของธนาคารโลกในเลบานอน พร้อมกันนี้นายเบลฮัจยังกล่าวชื่นชมการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจของเลบานอนที่สามารถรื้อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อเลบานอนด้วย

อย่างไรก็ตามนายอูนยังได้กล่าวยกย่องการสนับสนุนเลบานอนของธนาคารโลกด้วยว่า เงินกองทุนดังกล่าวจะนำไปใช้เพื่อโครงการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความทันสมัย

ที่มา www.dailystar.com.lb

แขวงทางหลวงฯเร่งซ่อมถนนทางขึ้นภูหินร่องกล้า หลังถูกน้ำกัดเซาะ

แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 เร่งซ่อมแซมปรับปรุงถนนทางขึ้นภูหินร่องกล้า หลังถูกน้ำกัดเซาะทำให้เกิดการยุบตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 นายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 6 กรมทางหลวง พร้อมด้วยนายแสงทอง พาแก้ว รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 (ฝ่ายปฏิบัติการ) และเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงได้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยแก่ผู้ใช้เส้นทางและปรับปรุงซ่อมแซมผิวทางที่เกิดการทรุดตัว

หลังจากเกิดเหตุน้ำกัดเซาะผิวทางทรุดตัวเนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน บนถนนทางหลวงหมายเลข 2331 ตอน โจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กม.10+050-.10+650 เมื่อเวลาประมาณ 05.20 น. พร้อมสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่หมวดฯ ได้ออกตรวจสายทางบนทางหลวงหมายเลข 2331 พบผิวทางทรุดตัวในสายทาง ดังนี้ 1.ที่ กม.9+400-9+425 2. กม.9+700-9+725 3. กม.9+800-9+825 4.กม.10+050-10+650 ส่วนในด้านความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม จึงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โปรดสังเกตป้ายแนะนำ ป้ายเสริม ตามที่ได้ติดตั้งไว้ และ ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง หรือ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายหรือขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชั่วโมง