ค่ายมวยยัน!! ‘เป้ ทัพพระยายิม’ ปัจจุบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าย

น้องชายเจ้าของค่ายมวย “ทัพพระยายิม” เผย “เป้ ทัพพระยายิม” เป็นอดีตเทรนเนอร์ ปัจจุบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าย หลังก่อเหตุยิงคนตายที่หน้าผับดังเมืองระนองอุกอาจ

จากกรณี “เป้ ทัพพระยา” (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงนายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง หรือ “แจ๊ค สะพานยูง” อายุ 25 ปี เสียชีวิตที่บริเวณหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง บริเวณ ถ.เรืองราษฏร์ ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง สาเหตุเพราะก่อนเกิดเหตุ นายเป้ กับพวก ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ยารีส สีดำ และรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว สี่ประตู ไปจอดที่หน้าผับแล้วเปิดเพลงจากเครื่องเสียงรถยนต์ส่งเสียงดังจนชาวบ้านรำคาญ

ต่อมาผู้ดูแลผับเข้าไปตักเตือน แต่กลุ่มผู้ต้องหากลับหยิบปืนออกมายิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ 3-4 นัด ซ้ำยังปรี่เข้ามาจะจ่อยิงนายสุพจน์ วานิชพัฒน์ หรือ “โกจ้าว” ที่พยายามบอกว่าไม่เกี่ยวข้อง กระทั่งนายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง อายุ 35 ปี เข้ามาห้ามเลยถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งภายหลังมีผู้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุเผยแพร่จนกลายเป็นข่าวดังครึกโครมตามที่สื่อหลายสำนักได้รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ก.ค. 61 ผู้สื่อข่าวเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เดินทางไป ที่ค่ายมวย “ทัพพระยายิม” ตั้งอยู่บริเวณ หน้าทางเข้าสวนช้างไทยทองปากซอย 17 ถนนเทพประสิทธิ์ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งตามข่าวระบุว่าเป็นค่ายมวยที่นายเป้ ทำงานเป็นเทรนเนอร์นักมวยอยู่ พบนายณัฐพล ยกเจริญ อายุ 37 ปี น้องชายเจ้าของค่ายมวย

น้องชายเจ้าของค่ายมวย

จากการสอบถามได้รับการเปิดเผยว่า ค่ายมวยแห่งนี้เพิ่งเปิดดำเนินกิจการมาได้เพียง 3 เดือน โดยก่อนหน้านี้นายเป้ ซึ่งอดีตเคยเทรนเนอร์นักมวยในค่าย ได้มายืมรถยนต์ปิคอัพ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว สี่ประตู ของตนเองเพื่อขับเดินทางกลับไปทำธุระที่บ้านเกิดในจังหวัดระนอง และยืมไปนานนับเดือนแล้ว

นายณัฐพล กล่าวอีกว่า ตามข่าวที่ว่านายเป้ พานักมวยในค่ายไปชกมวยนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ส่วนเสื้อที่กลุ่มผู้ก่อเหตุใส่ ก็เป็นเสื้อที่หาซื้อได้ทั่วไป เนื่องจาก ปกติตนก็ส่งเสื้อไปขายตามจังหวัดในแถบภาคใต้อยู่แล้ว จึงขอชี้แจงว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่ายมวยแห่งนี้แต่อย่างใด หลังจากเรื่องนี้เป็นข่าวออกไปทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในโลกโซเชียล ที่พากันรุมประณามและด่าทอ จนค่ายทัพพระยายิมเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

“ทุกวันนี้นักมวยในค่ายที่มีอยู่เพียง 3-4 คนไม่เป็นอันซ้อมมวย ทั้งๆ ที่มีกำหนดจะขึ้นชกเร็วๆนี้ เพราะวิตกกังวลที่ค่ายที่ตัวเองสังกัด ถูกโลกโซเชียลด่ายับเยิน ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มิหนำซ้ำบางคนยังเข้าใจว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม หากนายเป้ ดูข่าวอยู่ก็อยากให้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี และช่วยนำรถปิคอัพของตนที่ยืมไปมาคืนด้วย…ซวยแท้ๆ” นายณัฐพล กล่าว

มอบเงินช่วยเหลือ – ตรวจสุขภาพการได้ยินฟรี แก่ฮีโร่ทีมรังนกเกาะลิบง

มอบเงินช่วยเหลือทีมเก็บรังนกเกาะลิบง สนับสนุนเดินทางไปร่วมงานรัฐบาลเลี้ยงขอบคุณ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจค้นหา 13 หมูป่าอะเคเดมี 

วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ที่โรงพยาบาลตรังรวมแพทย์ อ.เมือง จ.ตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายแพทย์สมชัย เจียรนัยศิลป์ ผอ.โรงพยาบาลตรังรวมแพทย์ นายชัยพร พัฒนรักษ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตรัง นายแพทย์ประพนธ์ โชติกมาศ ศัลยแพทย์ คณะแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่ ร่วมในพิธีเปิดศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน โดยมีทีมเก็บรังนกเกาะลิบง จำนวน 12 คน นำโดย นายดับดุลรอหีม ขุนรักษา กำนันตำบลเกาะลิบง นายอะลีเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ร่วมเปิดศูนย์อุบัติเหตุ

ทั้งนี้หลังจากที่ นายศิริพัฒ กล่าวเปิดศูนย์ฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายแพทย์สมชัย ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับทีมเก็บรังนกเกาะลิบง เพื่อสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเดินทางไปร่วกิจกรรมการเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่มาช่วยปฏิบัติงานภารกิจค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน วันที่ 1 สิงหาคม นี้

โดยทีมเก็บรังนกเกาะลิบงตรัง จะเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย โดยที่ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า แม้ว่าตนจะไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับทีมเก็บรังนกเกาะลิบง แต่ก็ให้กำลังใจมาโดยตลอด ร่วมเชิดชูการทำความดี ซึ่งในวันประชุมประจำเดือนหัวหน้าส่วนราชการวันที่ 30 กรกฎาคม นี้ทางจังหวัดจะมอบเกียรติบัตรให้กับสมาชิกทีมเก็บรังนกเกาะลิบงทุกคน

นายอับดุลรอหีม กล่าวว่า ชุมชนชาวเกาะลิบงมีความตั้งใจที่จะเดินทางไปช่วยน้องๆ นักเตะทีมหมูป่าอะเคเดมี ตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งเราเองก็มีลูกมีหลานก็รู้สึกเกิดความเป็นห่วง ความทุกข์ใจของพ่อแม่น้องๆ จึงปรึกษากันว่าทำอย่างไรเพื่อที่จะได้มีส่วนร่วมในการช่วยค้นหาน้องๆ ซึ่งสมาชิกทุกคนมีความชำนาญในการปีนเขาลงถ้ำ โดยมีอาชีพเสริมรับจ้างเก็บรังนกอีแอ่นตามเกาะแก่ง ภูเขาจึงตัดสินใจเดินไปถ้ำหลวง-เขาป่านางนอน

เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างประสบความสำเร็จ น้องๆ ทุกคนได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย ทีมเก็บรังนกเกาะลิบงก็รู้สึกดีใจและยินดี การเดินทางไปช่วยเหลือในครั้งนี้ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อมีผลตอบรับอย่างดีจากสังคม ก็รู้สึกภูมิใจ และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้เกียรติ และให้การสนับสนุนมาอย่างดีมาจนถึงวันนี้

นายวิโรจน์ คงเหลา อายุ 40 ปี หนึ่งในสมาชิกทีมเก็บรังนกเกาะลิบง ที่ป่วย กล่าวว่า ตามที่มีการออกข่าวผ่านทางสื่อเฟซบุ๊กว่า สมาชิกทีมเก็บรังนกอีแอ่น ที่เดินทางไปช่วยค้นหาน้องๆ นักเตะทีมหมูป่าอะเคเดมี ป่วยด้วยโรคไข้มาเลเรีย และขณะนี้มีอาการหนักนั้น ขอเรียนชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ตนเป็นเพียงปอดติดเชื้อ เนื่องจากถูกความเย็น ซึ่งตนเองก็เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้รับการตรวจจากแพทย์โรงพยาลจุฬาลงกรณ์มาตรวจ สมาชิกทีมทุกคน เพราะว่าภายในถ้ำมีค้างคาว กลัวการติดเชื้อ ด้วยการตรวจเลือด เสมหะ เนื่องจากบางคนมีอาการไอเจ็บคอ ซึ่งขณะนี้รอผลเลือดอยู่ ตนและเพื่อนๆ ขอขอบคุณคณะแพทย์ที่ให้ความเป็นห่วง

เตือนภัย! ชาจีนนำเข้า ไม่แสดงฉลาก-เลขสารบบให้ถูกต้อง อ้างรักษาโรคได้

อย. พบชาจีนนำเข้าขายย่านเยาวราช อ้างสรรพคุณสารพัด แถมไม่แสดงฉลากภาษาไทยและเลขสารบบอาหารให้ถูกต้อง เตือนภัยผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อซื้อมารับประทาน

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์พบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาจีนย่านเยาวราช ลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ อ้างสรรพคุณรักษาโรคกระดูก ปวดขา ปวดเข่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.)

เข้าตรวจสอบสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาทิ ร้านขายยา ร้านค้าที่มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางสื่อออนไลน์จากการตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการกล่าวอ้างสรรพคุณ ในการบำรุงกระดูก รักษาโรคกระดูก ปวดขา ปวดเข่า ปวดเอว ปวดสันหลัง ช่วยการไหลเวียนโลหิต

ซึ่งการกล่าวอ้างสรรพคุณในทางบำบัดรักษาโรคถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากการโฆษณาสรรพคุณ คุณประโยชน์ของอาหารต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อน และ ไม่อนุญาตให้โฆษณาสรรพคุณในทางบำบัด บรรเทา รักษาป้องกันโรค

ดังนั้นการโฆษณาดังกล่าวจึงมีความผิดฐานโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

นอกจากนี้ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งยังพบการแสดงฉลากภาษาไทยไม่ถูกต้องและไม่แสดงเลขสารบบอาหาร มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท โดยในขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิด

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ขอเตือนภัยผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมารับประทานโดยเด็ดขาด เพราะผลิตภัณฑ์ชาทุกชนิดต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนจึงจะสามารถจำหน่ายได้ นอกจากนี้ชาจัดเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้สดชื่นเท่านั้น

หากมีการกล่าวอ้างสรรพคุณสารพัดเกี่ยวกับการรักษาโรค ขอให้สงสัยได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว อาจมีการปลอม ปนสเตียรอยด์ หรือ ยาแผนปัจจุบันผสมอยู่ ดังนั้น การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชามารับประทาน ขอให้พิจารณาอ่านฉลากให้ถี่ถ้วน ก่อนซื้อควรสังเกตเลขสารบบอาหาร วันที่ผลิตหรือวันที่ควรบริโภคก่อน

สภาพภายนอกของบรรจุภัณฑ์ต้องสมบูรณ์ ไม่มีรอยบุบหรือฉีกขาด มีการเก็บรักษาในสภาพที่เหมาะสม อย่าหลงเชื่อโฆษณาอวดอ้างว่าสามารถให้ผลในการบำบัด บรรเทา รักษาหรือป้องกันโรค ทั้งนี้ สามารถสังเกตการแสดงสรรพคุณที่ อย. อนุญาต จาก เลข ฆอ.

หากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค ขอให้แจ้งมาได้ที่ช่องทางการร้องเรียนแจ้งเบาะแสกับ อย. ที่สายด่วน อย. 1556 หรือที่ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียน ผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด

ที่มา  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา