คุณลุง จบ ป.5 เพาะต้นกล้าทุเรียนขาย กวาดเงินปีละหลายแสน

ชายวัย 67 ประสบความสำเร็จจากการเพาะต้นกล้าทุเรียนขาย เผย สร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนบาท

หลังจากราคาทุเรียนของประเทศไทยมีราคาสูง ส่งผลให้เกษตรกรทั้งผู้ที่เป็นชาวสวนที่ขายทุเรียน และผู้เพาะต้นกล้าทุเรียนขายมีรายได้ดี และหนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จจากการเพาะต้นกล้าทุเรียนขายคือ นายโรจน์ศักดิ์ ถาวร อายุ 67 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา  จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนอนุบาลจุน (บัวสถาน)

นายโรจน์ศักดิ์ระบุว่า เริ่มเพาะต้นกล้าทุเรียนขายอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2560 และยอดขายสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2561 ที่ทุเรียนราคากิโลกรัมละ ไม่ต่ำกว่า 120 บาท ทำให้ประชาชนมีความต้องการปลูกต้นทุเรียนกันมากขึ้น ส่งผลให้นายโรจน์ศักดิ์เพาะต้นกล้าทุเรียนขายสร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนบาทไม่รวมต้นกล้าชนิดอื่น

นายโรจน์ศักดิ์ กล่าวว่า ต้นพันธุ์เรียนที่ตนเพาะขาย ประกอบด้วยพันธุ์หมอนทอง ก้านยาว หลิน หลง ชะนี มูซานคิง (สายพันธุ์จากมาเลเซีย) เพาะต้นจากเม็ดทะเรียนป่า นำแต่ละสายพันธุ์ที่ต้องการมาเสียบยอด แล้วอนุบาลเพาะชำให้แข็งแรง จากนั้นนำออกไปขายได้ก็นำออกไปวางไว้ที่หน้าร้าน

ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไปตามอายุและความสูงของต้นกล้าทุเรียน เช่น หมอนทอง ราคาต้นกล้าละ 100-480 บาท ก้านยาว ต้นกล้าละ 170-250 บาท หลง ต้นกล้าละ 170 บาท หลิน ต้นกล้าละ 350-450 บาท มูซานคิง ต้นกล้าละ 230 บาท

สำหรับต้นกล้าทุเรียนที่นำไปปลูกแล้วหากดูแลดีให้น้ำเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 4-5 ปี จะให้ผลผลิต ปี 2561 ตนขายต้นกล้าทุเรียนได้ประมาณ 3,000 ต้น

แนะเทคนิคถ่ายภาพ “ดวงจันทร์สีแดงอิฐ” จันทรุปราคาเต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยเทคนิคถ่ายภาพจันทรุปราคาเต็มดวง ยาวนานที่สุดในรอบศตวรรษ หลังเที่ยงคืน 27 กรกฎาคม 2561

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า หลังเที่ยงคืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ครั้งที่ 2 ของปี 2561 ความน่าสนใจของปรากฏการณ์ครั้งนี้คือ เป็นจันทรุปราคาเต็มดวงที่มีคราสเต็มดวงยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21 เริ่มตั้งแต่เวลา 02.30 – 04.13 น. (ตามเวลาประเทศไทย) รวมเวลาถึง 1 ชั่วโมง 43 นาที

และยังตรงกับช่วงดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่าง 406,086 กิโลเมตร นอกจากนี้ คืนดังกล่าวดาวอังคารยังอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ จึงเป็นโอกาสพิเศษที่ผู้ชื่นชอบถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้าจะสามารถบันทึกภาพ “ดาวอังคารสีแดง เคียงดวงจันทร์สีแดง” รวมทั้งถ่ายภาพจันทรุปราคาเต็มดวง ณ ตำแหน่งดวงจันทร์ไกลโลกที่สุดในรอบปี เปรียบเทียบกับจันทรุปราคาเต็มดวง ณ ตำแหน่งดวงจันทร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 ก็จะได้ภาพเปรียบเทียบ Super Full Moon กับ Micro Moon เป็นภาพดวงจันทร์เต็มดวงสีแดงอิฐที่สวยงาม แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา

เทคนิคการถ่ายภาพจันทรุปราคาเต็มดวง คล้ายกับการถ่ายภาพดวงจันทร์เต็มดวงทั่วไป แต่ต่างกันที่ช่วงที่เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ความสว่างของดวงจันทร์จะลดลงมาก จึงต้องควบคุมความเร็วชัตเตอร์ และเร่งความไวแสงของกล้องถ่ายภาพให้เหมาะสมที่สุด ปรับรูรับแสงให้กว้าง ไม่ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำเกินไปเพื่อกันภาพสั่นไหวหรือไม่ทำให้ภาพดวงจันทร์เบลอ ใช้ขาตั้งกล้องที่มั่นคง และเลือกโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง นอกจากนี้ หากใช้เลนส์เทเลโฟโตจะสามารถเก็บรายละเอียดพื้นผิวดวงจันทร์อย่างชัดเจน

ในคืนดังกล่าว สามารถถ่ายภาพปรากฏการณ์ได้ตั้งแต่เริ่มเกิดจันทรุปราคาเงามัว ในเวลา 00.14 น. ก่อนจะเกิดจันทรุปราคาบางส่วนและจันทรุปราคาเต็มดวง ในเวลา 02.30 – 04.13 น. จนกระทั่งสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 05.19 น. หลังจากนั้นดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้า จะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ตำแหน่งต่ำกว่าขอบฟ้า

การถ่ายภาพปรากฏการณ์จันทรุปราคาสามารถสร้างสรรค์ได้หลากหลายแนวคิด ไม่จำกัดเฉพาะถ่ายปรากฏการณ์จันทรุปราคาแบบเต็มดวงเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถถ่ายภาพแบบเปรียบเทียบดวงจันทร์ขณะเกิดปรากฏการณ์กับขนาดวัตถุบนโลก ส่วนผู้ที่ใช้เลนส์กำลังขยายต่ำก็อาจถ่ายเป็นชุดปรากฏการณ์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ผู้ถ่ายภาพในพื้นที่ไร้แสงไฟรบกวนอาจถ่ายปรากฏการณ์จันทรุปราคากับใจกลางทางช้างเผือกได้อีกด้วย

นอกจากนี้ นายศุภฤกษ์ ยังได้เชิญชวนส่งผลงานภาพร่วมประกวดภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ประจำปี 2561 หัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 160,000 บาท และโล่เกียรติยศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.NARIT.or.th สอบถามเพิ่มเติมโทร. 053-121268-9 ต่อ 305

กรมอุตุฯ เตือน ฉ.5 ‘พายุดีเปรสชัน’ เหนือ-อีสาน ระวังน้ำป่า

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 5 พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวตังเกี๋ย เตือนภาคอีสาน เหนือ ระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุดีเปรสชัน” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (23 ก.ค. 61) พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวตังเกี๋ย โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.5 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกด้วยความเร็ว 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาพประกอบข่าว

คาดว่าจะเคลื่อนผ่านบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเข้าปกคลุมประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 ส่งผลกระทบทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง