คนไทยไม่ทิ้งกัน ชายน้ำใจงาม-พนง.7-11 เข้าช่วยชายช้ำรักพาลูกน้อย แว้นกลับบ้านเกิดกลางดึก

ชื่นชมหนุ่มใจถึง – พนักงานเซเว่น เข้าช่วยให้ที่พักพ่อลูกอ่อนแฟนทิ้ง กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านเกิดที่ แม่สอดกลางดึก หลังเขาทนไม่ได้ เห็นภาพบาดใจแฟนสาวอยู่กับชายอื่น

วันนี้ (23 ส.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเรื่องราวสุดประทับใจขึ้น เมื่อ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ปฏิพัทธ์ ทองพุ่ม ได้มีการโพสต์ภาพและเรื่องราว ความมีน้ำใจของคนไทยที่ยังมีคงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้แก่กัน ในยามที่เห็นเพื่อนร่วมชาติลำบากต้องการความช่วยเหลือ

โดยเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ผู้โพสต์ ไปเห็นหนุ่มคนหนึ่งนั่งให้นมลูกอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 กลางดึก จากนั้นเขาจึงเข้าไปสอบถึงสาเหตุที่มานั่งอยู่บริเวรดังกล่าว ก่อนได้ความว่า เขาเตรียมจะเดินทางจากชลบุรี กลับบ้านที่แม่สอด จ.ตาก ด้วยรถจักรยานยนต์พร้อมลูกน้อย หลังจากที่เขาทำใจไม่ได้ที่แฟนสาวของเขาไปกอดอยู่กับชายอื่น หลังกลับมาจากที่ทำงาน

ซึ่งพอทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้โพสต์จึงเข้าไปขอพนักงานร้านเซเว่น ให้อำนวยความสะดวกเรื่องที่พักหลับนอนให้เขาเพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว ทางพนักงานเซเว่นก็พร้อมใจช่วยเหลือ ด้วยการจัดมุมหนึ่งของร้านให้เป็นที่นอนพักเพื่อจะได้มีแรงเดินทางต่อในรุ่งเช้า  จากนั้นผู้โพสต์ได้ให้เงินจำนวนหนึ่งแก่ชายคนดังกล่าว เพื่อเอาไว้ใช้เป็นค่าเดินทาง

ส่วนข้อความที่โพสต์ได้เขียนไว้ระบุว่า 

วูปแรกที่เจอ จนส่งพี่เค้าเข้านอนในเซเว่น

กราบใจพนักงานเซเว่นสาขาวัดบ่อวินทุกท่านครับ
————————————————————————-
#ผมขอให้พรุ่งนี้พี่ต้อมเดินทางกลับปลอดภัยครับ😘


ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ชื่นชมผู้โพสต์และพนักงานเซเว่น สาขาวัดบ่อวิน ที่ร่วมด้วยช่วยกันช่วยเหลือพ่อลุกอ่อนอกหักช้ำรักในครั้งนี้ และถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ  ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ที่ยังมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเช่นนี้ 

เผยวิธีแก้เผ็ดคนขับรถย้อนศร แฝงเหล็กแหลมที่เนินชะลอความเร็ว

เปิดภาพ เหล็กแหลมขนาดเล็กโผล่ แฝงในเนินชะลอความเร็ว ที่ตลาดศรีเมืองทอง จ.ขอนแก่น หวังแก้ปัญหาคนลักไก่ขับรถย้อนศร

แฟนเพจท่านหนึ่งได้โพสต์ภาพ เนินชะลอความเร็ว ที่ตลาดศรีเมืองทอง จ.ขอนแก่น โดยเนินชะลอความเร็วดังกล่าวมีเหล็กแหลมขนาดเล็กโผล่ขึ้นมา หากขับขี่มาตามปกติเหล็กดังกล่าวจะยุบตัวลง แต่ถ้าสวนเลนอาจจะทำให้ยางรถรั่วได้ ซึ่งคาดว่าผู้ที่ทำเนินต้องการแก้ปัญหาการขับขี่รถย้อนศร ซึ่งทางเพจเจ้าโพสต์ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีจราจรเตือนป้ายชัดเจน

ทางเพจระบุข้อความบรรยายภาพว่า “ใครจะเข้าไปซื้อผักที่ตลาดศรีเมืองทอง ทางห้ามเข้าต้องระวังกันด้วยนะคับ ถ้าคิดจะย้อนศร นี่ได้เปลี่ยนยางกันแน่นอนคับ เหนโดนไปคันนึ่ง..สงสารเลย!!”

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Naru B. Wongla

เริ่มแล้ว! นิทรรศการ ‘ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก’

เริ่มแล้ว! นิทรรศการ ‘ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก’ เชิญชวนประชาชนเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 กันยายน 2561  ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ สยามพารากอน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561 ที่ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ สยามพารากอน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ “ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก” ซึ่งจัดแสดงข้อมูลและภาพเหตุการณ์การช่วยชีวิต เด็กและผู้ช่วยโค้ชทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่บริเวณ ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และผู้แทนฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การช่วยเหลือชีวิตเด็กและผู้ช่วยโค้ชทีมนักฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ ณ ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญระดับโลกที่คนทั้งโลกต่างให้ความสนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงพระเมตตา และทรงห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว อีกทั้งเป็นการหลอมรวมความสมานสามัคคี และส่งกำลังใจจากทุกฝ่ายทั้งคนไทย และชาวต่างชาติในภารกิจการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานระดับชาติในการระดมความร่วมมือกันวางแผนการดำเนินงานอย่างมีระบบตามมาตรฐานสากล

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า รัฐบาลโดยวธ.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชนดำเนินการรวบรวมข้อมูลและภาพเหตุการณ์นำมาจัดนิทรรศการ “ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก” เพื่อถอดบทเรียนในมิติวัฒนธรรมและวิถีชีวิตในสังคมไทย เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ในเรื่องความมีน้ำใจไมตรี วินัย จิตอาสาและความสามัคคี ตลอดจนการแสดงน้ำใจ ความห่วงใยและความช่วยเหลือจากคนทั่วโลก รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ในเรื่องของธรรมชาติ ธรณีสัณฐาน ลักษณะทางกายภาพของถ้ำหลวง และข้อควรระวังในการเข้าไปภายในถ้ำหรือป่าเขาและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าว แบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ 1. “เมื่อ 13 ชีวิต คิดพิชิตถ้ำหลวง” ทำความรู้จักทีมหมูป่าอะคาเดมี และถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน 2. “นาทีชีวิตวิกฤตเสี่ยงตาย” เรียนรู้ธรณีสัณฐานและลักษณะทางกายภาพของถ้ำหลวง และวิธีเอาตัวรอดจากอุโมงค์น้ำอันตราย 3.“วิกฤตใหญ่รวมใจไทยเป็นหนึ่ง” แสดงถึง “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” ความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายในการช่วยเหลือที่ต้องแข่งขันกับเวลา 4.“ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก” สัมผัสเรื่องราวมิตรภาพไร้พรมแดนผ่านการช่วยเหลือจากมิตรประเทศทั่วโลก

5. “คารวะผู้กล้าสดุดีจ่าแซม” ซึมซับเรื่องราวของจ่าแซม และทีมปฏิบัติการช่วยเหลือจากทั่วโลกที่ยอมเสียสละทั้งแรงกาย แรงใจและชีวิต เพื่อให้ภารกิจสำเร็จตามเป้าหมาย 6.“บทเรียนที่โลกทึ่ง” ถอดบทเรียนจากปฏิบัติถ้ำหลวงทั้งกู้ภัยโมเดล ภาวะผู้นำ การตัดสินใจ ความร่วมมือและมิตรภาพไร้พรมแดน และ 7.“จารึกปฏิบัติการถ้ำหลวง 19 วัน แห่งการช่วยเหลือ” แสดงถึงความร่วมมือจากทุกฝ่าย ความยากลำบาก และความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ของปฏิบัติการช่วยเหลือในแต่ละวันตลอดระยะเวลา 19 วัน

โดยในส่วนกลางจะจัดนิทรรศการดังกล่าวขึ้น ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 9 กันยายน 2561 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ สยามพารากอน ซึ่งรัฐบาลโดยวธ.ขอเชิญชวนเด็ก เยาวชน และประชาชนร่วมชมนิทรรศการ ซึ่งเป็นการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติช่วยเหลือเด็กและผู้ช่วยโค้ชทีมนักฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง นอกจากนี้ วธ.ได้ให้กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจัดทำบันทึกเหตุการณ์ และภาพประวัติศาสตร์การช่วยชีวิต เด็กและผู้ช่วยโค้ชทีมนักฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง

โดยลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ติดอยู่ในถ้ำหลวง ภารกิจการวางแผน และการดำเนินการช่วยเหลือจากทุกฝ่ายทั้งจากในไทยและต่างประเทศ กระทั่งสำเร็จลุล่วงในที่สุด โดยวธ.จะจัดทำจดหมายเหตุเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาจีน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะจัดทำจดหมายเหตุดังกล่าวแล้วเสร็จภายในปีนี้

ที่มา  รัฐบาลไทย