‘แกสบี้’ สัตว์เลี้ยงสุดน่ารัก เพาะพันธุ์ง่ายส่งขายกำไรงาม

แกสบี้‘ หรือชื่อที่เรียกกันทั่วโลกคือ Guinea Pigs (กินนี่พิก) เป็นหนูที่เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้ดูเล่น ซึ่งจัดเป็นหนูตระกูลเดียวกับหนูตะเภา แต่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ในต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้นได้รับความนิยมมาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีคนให้ความสนใจอยู่เช่นกัน เนื่องจาก ‘แกสบี้‘ เป็นสัตว์ที่มีขนาดพอเหมาะและเป็นสัตว์ที่เชื่องคุ้นเคยกับเจ้าของได้ง่าย แน่นอนว่าถ้าใครได้เห็นเจ้า ‘แกสบี้‘ ใกล้ๆแล้ว จะหลงรักมันเลยทีเดียว

และในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าตลาดการซื้อ-ขายสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กนั้นเปิดกว้างมากขึ้น เช่นเดียวกันเจ้า ‘แกสบี้’ ที่มีฟาร์มต่างๆเปิดจำหน่ายอย่างมากมาย อย่างไรก็ตามจากข้อมูลยังพบด้วยว่ามีพ่อค้าแม่ค้าบางหลายหัวหมอนำแกสบี้พันพันธุ์ผสมมาวางจำหน่าย ซึ่งหากผู้ซื้อไม่ศึกษาให้ดีก่อนก็อาจจะได้หนูแกสบี้พันธุ์ผสมมาเลี้ยงแทน

วันนี้ MThaiNews ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ มีโอกาสได้ไปพบกับคุณธันย์ชนก สุตะพาหะ หรือคุณนก เจ้าของ ‘ฟาร์มแกสบี้เวิลด์‘ อยู่ภายในซอยท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบุคคลที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการ ‘แกสบี้’ มาเกือบ 20 ปีแล้ว จะมาบอกเทคนิคการเลือกซื้อและการเลี้ยงอย่างถูกวิธี รวมไปถึงการเพาะพันธุ์เพื่อประกอบธุรกิจ

โดยคุณธันย์ชนก เปิดเผยว่าโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบสัตว์ขนาดเล็กอยู่แล้ว ซึ่งได้เห็น ‘แกสบี้’ ครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาจากเหล่าดาราที่นำมาเลี้ยง จนเกิดความสนใจศึกษาหาข้อมูลและตัดสินใจสั่งจากต่างประเทศเพื่อนำมาเลี้ยง โดยในสมัยนั้นยังไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์หรือจำหน่ายในประเทศไทย

ต่อมาได้มีการเพาะพันธุ์จนจำนวนแกสบี้เพิ่มมากขึ้น จึงตัดสินใจเริ่มที่จะทำหน้าร้านเพื่อจำหน่ายนั้นก็คือที่สวนจตุจักร ซึ่ง ณ ขณะนั้น กระแส ‘แกสบี้’ มาแรงอย่างมากมีคนให้ความสนใจเยอะ เนื่องจากแกสบี้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายเข้าได้กับทุกเพศทุกวัย และเป็นสัตว์ที่รักสงบไม่ทำลายข้าวของ

สำหรับสายพันธุ์ของแกสบี้ที่ฟาร์มจำหน่ายอยู่จะแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ คือ

1.สายพันธุ์ขนยาว

– PERUVIAN (พีรูเวียน) ขนจะเหยียดตรงแนวของขนจะย้อนจากท้ายลำตัวขึ้นมาทางศรีษะซึ่งเกิดจากขวัญที่ส่วนท้าย ของลำตัว Peruvian เป็นหนูสายพันธุ์ขนยาวที่เข้ามาในประเทศไทยเป็นกลุ่มแรกๆ ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้เลี้ยง

– SILKY (ชิลกี้) มีทิศทางของขนเป็นปกติยาวเหยียดตรงเริ่มจากศรีษะจนถึงท้ายลำตัว

– CORONET (โคโรเนท) ลักษณะโดยทั่วไปเหมือนกับ SHELTIE โดยมีลักษณะพิเศษที่มีขวัญอยู่บริเวณหน้าผาก เป็นสายพันธุ์ที่มีผู้เลี้ยงนิยมมากในปัจจุบันและเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับพันธุ์ SILKY

– TEXEL (เท็กเซล) มีลักษณะพิเศษตรงที่มีขนหยิกยาวไม่มีขวัญเป็นลอนเมื่อโตเต็มที่จะมีรูปหน้าที่กลมใหญ่

– MARINO (มาริโน่) ลักษณะขนหยิกยาวมีขวัญที่หัว เป็นสายพันธุ์ที่ลักษณะคล้ายกับ CORONET

– ALPACA (อาปาก้า) ลักษณะโดยทั้วไปขนจะหยิกยาวมีขวัญที่ตัวก้นขนจะย้อนไปทางด้านศรีษะเหมือนกับ PERUVIAN เป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก

2.สายพันธุ์ขนสั้น

– ENGLISH SHORT HAIR , AMERICAN SHORT HAIR จะมีขนสั้นและเรียบตั้งแต่ปลายจมูกจนถึงท้ายลำตัว มีหลายสี

– TEDDY BEAR ลักษณะเด่นจะอยู่ที่ขนจะสั้น และหยิกทั่วทั้งลำตัว ที่พัฒนาสายพันธุ์ในอเมริกา

– REX เป็นพันธุ์ขนสั้นหยิกที่พัฒนาสายพันธุ์ในยุโรปถ้ามองจากลักษณะภายนอกจะแยกไม่ออกระหว่าง REX กับ TEDDY BEAR เพราะลักษณะภายนอกเหมือนกัน แต่การพัฒนาลักษณะขนหยิกของทั้งสองสายพันธุ์เกิดจากยีนส์ที่ต่างกัน

– ENGLISH CRESTED ลักษณะคล้ายกับ ENGLISH SHORT HAIR และมีลักษณะพิเศษคือมีขวัญอยูที่บริเวณหน้าผาก

– AMERICAN CRESTED ลักษณะคล้ายกับ ENGLISH CRESTED แต่มีขวัญที่บริเวณหน้าผากเป็นสีขาว หรือบาง ครั้งมีคนเรียกว่า WHITE CRESTED

– ABYSSINIAN เป็นสายพันธุ์ที่มีขนยาวปานกลาง และมีขวัญกระจายไปทั่วทั้งตัวแกสบี้ในแต่ละสายพันธุ์ยัง สามารถจำแนกตามลักษณะของขนได้ดังนี้

– ขนธรรมดา (Regular) ลักษณะของขนเหมือนกับขนสัตว์ทั่วไป

– ขนไหม (Satin) ลักษณะของขนอ่อนนุ่มเป็นเส้นเงา แวววาว คล้ายเส้นไหม

ในส่วนเทคนิคการเลี้ยงนั้นคุณธันย์ชนก เปิดเผยว่าตามปกติแล้วแกสบี้เป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นหลัก อาหารที่นิยมให้เป็นอันดับหนึ่งคือหญ้าแห้ง โดยแบ่งเป็นหญ้าแห้งในช่วงวัยเด็กถึงอายุ 6 เดือน จะให้แกสบี้กินหญ้าอัลฟาฟ่า หลังจากนั้นก็จะให้หญ้าทิมโมธี โดยจะเสริมควบคู่ไปกับการให้อาหารเม็ดซึ่งจะมีโปรตีนเสริม และที่ขาดไม่คือวิตามินซี ซึ่งสัตว์ประเภทนี้ไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยตัวเองได้โดยให้ได้ทั้งแบบเม็ดหรือผสมน้ำก็ได้ ในส่วนของอากาศอย่าอยู่ในที่ร้อนจัดหรืออยู่ในที่ชื้น อุณหภูมิควรคงที่ เท่านี้ก็จะทำให้สุขภาพของแกสบี้แข็งแรง

นอกจากนี้ควรถ่ายพยาธิทุกๆ 6 เดือน สำหรับโรคที่พบคือการเป็นหวัด ท้องอืด เป็นแผลอาจเกิดจากตัวไร โดยน้ำหนักเฉลี่ยเมื่อโตเต็มวัยจะอยู่ประมาณ 0.8-1.2 กิโลกรัม ส่วนอายุของแกสบี้จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่เลี้ยงดู โดยจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่แกสบี้อายุ 1 เดือนขึ้นไป

ส่วนการผสมพันธุ์สามารถเริ่มจับคู่ผสมได้ตั้งแต่อายุ 5-6 เดือน และควรผสมตั้งแต่ช่วงอายุ 6 เดือนถึงหนึ่งปี เนื่องจากเจ้าแกสบี้หลังจากอายุ 1 ปีไปแล้วระบบโครงสร้างร่างกายจะมีการปรับเปลี่ยนจึงทำให้ตัวเมียอุ้มท้องได้ยาก นอกจากการจับคู่ผสมควรเลือกเฉพาะพันธุ์แท้และเป็นสายพันธุ์ชนิดเดียวกันเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางฟาร์มของคุณธันย์ชนก จะมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ ซึ่งจะมีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์สายเลือดใหม่เข้ามาเพื่อไม่เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม

อีกทั้งพ่อแม่พันธุ์ที่นำเข้ามานั้นจะต้องตรงตามลักษณะของสายพันธุ์ที่เป็นมาตรฐานการประกวดเท่านั้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่มาเลือกซื้อว่าจะต้องได้รับแกสบี้คุณภาพดี สำหรับราคานั้นมีตั้งแต่ 1,500-10,000 บาท ก็ขึ้นอยู่กับสีสันและโครงสร้างของแกสบี้ตัวนั้นๆ

อย่างไรก็ตามหากใครที่สนใจอยากเลี้ยงหรืออยากเพาะพันธุ์เพื่อประกอบเป็นอาชีพเสริม รวมทั้งเลือกซื้ออาหารและอุปกรณ์ในการเรื่องเจ้าแกสบี้ สามารถเข้าไปเลือกชมได้ที่ www.guineapigworld.com  เพจเฟซบุ๊ก Guineapig World Farm หรือติดต่อสอบได้ที่เบอร์ 095-645-6979 (คุณนก)

   

ศาลสั่งคุกแก๊งทนายฉ้อโกงเงิน ‘น้องบีม’ พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย

ศาลจังหวัดตลิ่งชัน พิพากษาคุกแก๊งทนายฉ้อโกงเงิน ‘น้องบีม’ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 2.3 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

วันนี้ 23 ส.ค.61 ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยความคืบหน้า คดีที่พรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ น้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า

คดีที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ น.ส.ภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี 2 เพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, ฐานเป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา

แฟ้มภาพ

พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3509/2560 โดยมี น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และ ด.ญ.ภัทรดา เป็นโจทก์ร่วม โดยมีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม และในฐานะกำกับดูแลทนายความอาสาจากเนติบัณฑิตยสภาเข้าว่าความนั้น

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ เผยต่อว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ หลังจากนั้นฝ่ายโจทก์ได้สืบพยานประกอบจบสิ้นแล้ว จำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม และขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน และในที่สุดจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วมแล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดตลิ่งชันจึงมีคำพิพากษาว่า คดีนี้โจทก์ร่วมได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยที่ 2 แล้ว ไม่ติดใจเอาความ จึงขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2

ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง เป็นความผิดสองกรรม ให้จำคุก 3 ปี 4 เดือน คำรับสารภาพเป็นประโยชน์มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

คนเมืองเพชรยังใช้ถนนสัญจรได้ แม้น้ำท่วมขัง เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ

ประชาชนเทศบาลเมืองเพชรยังใช้ถนนสัญจรได้ แม้น้ำท่วมขัง ด้านเจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม

สถานการณ์ที่บริเวณเทศบาลเมืองเพชรบุรีมีน้ำที่ล้นมาจากแม่น้ำเพชรบุรีที่เออท่วมเต็มบนถนนหลายสาย ซึ่งยังไม่ส่งกระทบต่อการสัญจรบนถนนของประชาชนในพื้นที่ เพราะว่าทั้งรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ก็ยังคงสัญจรได้

ส่วนสถานที่ราชการ สถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี มีน้ำเข้าท่วมบริเวณหน้าสถานที่ทำการ เนื่องจากติดริมแม่น้ำ และมีพื้นที่เป็นแอ่ง เจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ขณะที่สถานที่ราชการใกล้เคียง อาทิ เทศบาลเมืองเพชรบุรี ยังไม่มีน้ำท่วมขัง

สำหรับถนนที่ได้รับผลกระทบจากการที่น้ำเอ่อล้นครั้งนี้ก็ประกอบไปด้วยหลายสาย เช่น ถนนหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ถนนพานิชเจริญ และ ถนนมาดตะยาวงษ์ โดยจุดที่มีน้ำมากระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 20 -30 เซนติเมตร

สำหรับป้ายเตือนภัยน้ำท่วม ลุ่มน้ำเพชร ที่อยู่ใกล้ริมแม่น้ำ ติดข้อมูลล่าสุดว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ว่าวันนี้มีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร 60 เซนติเมตร จากระดับตลิ่ง 5 เมตร 10 เซนติเมตร ซึ่งมีระดับน้ำเกินกว่าระดับตลิ่ง 40 เซนติเมตร ขณะที่วันนี้เขื่อนเพชรระบายน้ำอยู่ที่ 176 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที