Monthly Archives: August 2018
รฟม. แจ้งปิดเบี่ยงจราจร ถ.แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ 27 ส.ค. เป็นต้นไป 24 ชม.
รฟม. แจ้งปิดเบี่ยงจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาเข้าและขาออก ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง
วันที่ 22 ส.ค. 2561 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี มีความจำเป็นต้องปิดเบี่ยงจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาเข้าและขาออก บริเวณสำนักงานเครื่องกลและสื่อสาร กรมทางหลวง ถึง บริเวณ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
– ปิดการจราจรช่องทางขวา (ชิดเกาะกลาง) 1 ช่องจราจร ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณสำนักงานเครื่องกลและสื่อสาร กรมทางหลวง ถึง บริเวณ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดยระยะแรก จะเริ่มปิดการจราจรช่องทางขวา (ชิดเกาะกลาง) 1 ช่องจราจร ฝั่งขาเข้า ระยะทางประมาณ 100 เมตร
– ปิดการจราจรช่องทางขวา (ชิดเกาะกลาง) ฝั่งขาเข้า เพิ่มอีก 1 ช่องจราจร ในช่วงเวลา 22.00 – 04.00 น. เพื่อขนย้ายเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ดำเนินงาน
ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวอาจส่งผลให้การจราจรชะลอตัว ติดขัด และอาจมีเสียงดังรบกวน โดยระหว่างดำเนินงาน จะมีการติดตั้งป้ายเตือนล่วงหน้าก่อนถึงจุดเบี่ยง ป้ายจราจร กรวยยางและสัญญาณไฟส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง รฟม. จึงขออภัยในความไม่สะดวก สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามรายละเอียดการเบี่ยงจราจรเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2610 4915, 09 8827 5555
เตือน! ดินโคลนถล่ม ในหลายจังหวัด เหนือ อิสาน 23-27 ส.ค. นี้
กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง แจ้งประกาศพื้นที่เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรับดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 23-27 สิงหาคม นี้ เหตุจากฝนตกหนัก
วันนี้ ( 22 ส.ค.61) กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 23 -27 สิงหาคม นี้ หลังจาก ได้ติดตามสภาวะอากาศ แล้วพบว่า ทั่วไทยมีฝนตกหนัก และมีปริมาณฝนสะสม จนอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันภัยและเตรียมความพร้อมรับมือจึงได้ออกมาประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว
โดยพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ดินโคลนถล่ม เป็นพิเศษ ได้แก่ จ.น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ลําปาง พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ลําพูน กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ตราด ระยอง ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และ จ.กระบี่
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม
-ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่จ.เพชรบูรณ์สุโขทัย กําแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ และอุทัยธานี
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย หนองคาย หนองบัวลําภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ชัยภูมิขอนแก่น มหาสารคาม อํานาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจ.อุบลราชธานี
-ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และ จ.ฉะเชิงเทรา
-ภาคใต้ 4 จังหวัดได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และ จ.สตูล
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง
-ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
-ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจ.สตูล
พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากการระบายน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ระหว่างวันที่ 23-27 สิงหาคม 2561
จ.กาญจนบุรี อ.ไทรโยค ท่าม่วง ท่ามะกา ด่านมะขามเตี้ย และอ.เมือง
เพื่อเป็นการเน้นย้ำการปฏิบัติขอให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12,13,14,15,17,18 และจังหวัดดําเนินการ ดังนี้
1) แจ้งประชาชนให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ สภาพน้ำท่า จากทางราชการ
2) เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์โดยให้จังหวัดปฏิบัติตามหนังสือข้อสั่งการ ของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติอย่างเคร่งครัด
3) ให้จังหวัดรายงานสถานการณ์การเตรียมพร้อม และผลการปฏิบัติให้ทราบ หากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ให้รายงานการปฏิบัติมายังกองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง

