เกิดเหตุดินทรุดตัวบนดอยแม่สลอง ทำบ้านเรือนประชาชนเสียหาย

เกิดเหตุดินทรุดตัวบนดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย ทำให้มีบ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง ด้านผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งเร่งเจรจา เพื่อย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยง

ฝนที่ตกต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการทรุดตัวของดินบนดอยแม่สลอง บริเวณริมถนนหมู่บ้านสันติคีรี หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ส่งผลให้บ้านเสียหาย 15 หลัง ในจำนวนนี้เสียหายหนัก 1 หลัง ประชาชนเดือดร้อน 20 ครัวเรือน โดยการทรุดตัวทำให้ตัวบ้านเอียง และ เกิดรอยร้าวเป็นทางยาว

โดย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการให้นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง เข้าไปเจรจากับชาวบ้านให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ที่อื่นก่อน เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย หากบ้านเกิดการทรุดตัวลงมา จากนั้นให้มีการทำประชาคม เพื่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยประสานนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรธรณี ฯลฯ เข้าไปสำรวจเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาในระยะยาว

ด้าน ว่าที่ ร้อยตรีกรกฎ ประเสริฐวงษ์ นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า จุดเกิดเหตุมีชาวบ้านตั้งรกรากมาตั้งแต่อดีต แต่ชั้นใต้ดิน มีตาน้ำที่ยังคงมีน้ำไหลตลอดเวลา ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของดินได้ง่าย โดยก่อนหน้านั้นรอยแยกมีความกว้างประมาณ 4 เซนติเมตร แต่ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 5 เซนติเมตร หากฝนไม่ตกเพิ่ม เชื่อว่าจะรอยแยกจะไม่ขยายเพิ่ม ส่วนชาวบ้านได้ย้ายไปพักอาศัยกับญาติ และ ศาลาประชาคมประจำหมู่บ้าน

สำหรับพื้นที่นี้ เคยเกิดเหตุดินทรุดตัวมาแล้ว เมื่อ 13 ปีก่อน ทำให้ชาวบ้านต้องย้ายออกไปแล้ว 3 ครัวเรือน ส่วนที่เหลือยังไม่ไปไหนเพราะหาที่อยู่ใหม่ไม่ได้

ประชาชนอินเดียล้านคน หนีน้ำท่วมไปอาศัยที่ค่ายพักพิงชั่วคราว

ประชาชนกว่าล้านคนในอินเดีย หลั่งไหลไปที่ค่ายพักพิงชั่วคราวในรัฐเกรละของอินเดีย เพื่อหลบหนีน้ำท่วมครั้งใหญ่ ขณะที่ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 420 คน

วันที่ 22 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุอุทกภัยที่ประเทศอินเดีย เจ้าหน้าที่รัฐบาลกล่าวว่า ประชาชน 1,028,000 คนอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยราว 3,200 แห่งทั่วทั้งรัฐทางใต้ของประเทศแห่งนี้ โดยเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เกิดโครงการการช่วยเหลือระหว่างประเทศครั้งยิ่งใหญ่

น้ำท่วมอินเดีย
น้ำท่วมอินเดีย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา มีรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่พบร่างของประชาชนเพิ่มอีกอย่างน้อย 8 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในช่วงฤดูมรสุมที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อยู่ที่ราว 420 คน

อย่างไรก็ตาม นายปินารายี วิชยาน มุขมนตรีรัฐเกรละ ได้ประกาศหลังการเจรจากับบรรดาผู้นำ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี. ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐเกรละกล่าวว่า พวกเขาสิ้นหวังเรื่องเงินกองทุน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ให้สัญญาว่า จะให้ความช่วยเหลือเป็นเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา www.channelnewsasia.com

น้ำโขงเพิ่มระดับสูง น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร เส้นทางสัญจรถูกปิด !!

แม่น้ำโขง เพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างผิดปกติ ทำให้หลายจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ถูกน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้พื้นที่การเกษตร บ้านเรือนประชาชน ถนน ถูกน้ำท่วมเสียหาย  

ความคืบหน้าสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างผิดปกติ ซึ่งจังหวัดหนองคายมวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมเมืองแล้ว ส่วนจังหวัดนครพนมได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะต้องรองรับมวลน้ำจากเขื่อนน้ำอูน จ. สกลนครอีกทางหนึ่ง โดยน้ำอูนจะไหลผ่านอำเภอนาหว้า ก่อนจะไปรวมกับแม่น้ำสงครามที่อำเภอศรีสงคราม แล้วไหลลงแม่น้ำโขงที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน

ซึ่งปกติแล้วลำน้ำสงครามนั้นไหลเร็วกว่า จึงเป็นเหตุให้น้ำอูนไหลเข้าไปสมทบไม่ได้ มวลน้ำจึงเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎร เส้นทางสัญจรหลายสายถูกปิดการจราจรชั่วคราว โดยมีสาเหตุหนึ่ง อาจเป็นผลกระทบจากมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาสมทบ จนทำให้จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขงตั้งแต่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดนครพนม ได้รับผลกระทบพร้อม ๆ กัน

น้ำท่วม
น้ำท่วม

ส่วนทางด้าน ชลประทานจังหวัดนครพนม รายงานสถานการณ์น้ำจากสถานีแม่น้ำสงคราม ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา ว่าระดับน้ำอยู่ที่ 13.67 เมตร จ.นครพนม เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 12 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่งเพียง 83 ซม. ปริมาณน้ำฝน 29.30 มิลลิเมตร

ขณะที่ประตูระบายน้ำลำน้ำอูน อ.ศรีสงคราม มีการเร่งระบายน้ำเพื่อผลักดันลงแม่น้ำสงคราม แต่เป็นด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมวลน้ำอูนไหลช้ากว่า ปริมาณน้ำตรงประตูน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 12 ซม. ชลประทานฯต้องเฝ้าจับตามองปริมาณน้ำตลอด 24 ชม. เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่น่าห่วงกว่าที่อื่น

ทั้งนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่สถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 07.00 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 11.92 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันที่ 21 ส.ค.ตอนเช้าถึง 24 ซม. ปริมาณน้ำฝน 0.5 มม. โดยสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม แจ้งปริมาณน้ำฝน 3 อันดับแรกว่า 1.อ.ท่าอุเทนมีฝนตกหนักสุดวัดได้ 78 มม. 2.นาหว้า 60 มม. และ 3.นาทม 55 มม. ซึ่งทางจังหวัดได้ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อหาทางรับมือจากมวลน้ำที่ขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว.

ขณะที่ระดับน้ำโขงที่จังหวัดหนองคายลดลงอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มลดลงเร็วขึ้น แต่ยังมีระดับที่สูงกว่าลำน้ำสาขาที่มีประตูระบายน้ำถึง 1.40 เมตร ส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ช้า ต้องใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบวันละกว่า 20 ชั่วโมง น้ำที่ท่วมพื้นที่การเกษตรตอนในเริ่มลดลงอย่างช้า ๆ

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 12.09 เมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ (21 ส.ค. 61) ถึง 50 ซม. มีระดับที่ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว 11 ซม. และมีแนวโน้มลดลงเร็วขึ้น เนื่องจากระดับน้ำทางตอนเหนือ คือที่สถานีเชียงคาน วันนี้มีระดับลดลงถึง 58 ซม. เช่นกัน

แม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับน้ำยังถือว่าสูงมาก ยังคงมีระดับสูงกว่าลำน้ำสาขา ซึ่งลำน้ำสาขาที่ไม่มีประตูระบายน้ำก็ยังคงถูกน้ำโขงหนุนอยู่ ส่วนลำน้ำสาขาที่มีประตูระบายน้ำก็ยังปิดประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำโขงหนุนเข้า แล้วใช้เครื่องสูบน้ำ สูบระบายน้ำจากลำห้วยลงแม่น้ำโขงแทน

โดยเฉพาะลำห้วยหลวงที่เป็นลำห้วยสาขาขนาดใหญ่ มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดอุดรธานี ขณะนี้ก็ยังคงปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 บาน แล้วใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 14 เครื่องสูบน้ำออกจากลำห้วยวันละ 21 ชั่วโมง สามารถสูบน้ำได้วันละ 1.1 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งวันนี้ระดับน้ำโขงยังสูงกว่าระดับน้ำในลำห้วยถึง 1.40 เมตร ส่วนระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่การเกษตรตอนในก็เริ่มลดลงอย่างช้า ๆ เช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย

ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรน้ำ