แม่น้ำโขง เพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างผิดปกติ ทำให้หลายจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ถูกน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้พื้นที่การเกษตร บ้านเรือนประชาชน ถนน ถูกน้ำท่วมเสียหาย
ความคืบหน้าสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างผิดปกติ ซึ่งจังหวัดหนองคายมวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมเมืองแล้ว ส่วนจังหวัดนครพนมได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะต้องรองรับมวลน้ำจากเขื่อนน้ำอูน จ. สกลนครอีกทางหนึ่ง โดยน้ำอูนจะไหลผ่านอำเภอนาหว้า ก่อนจะไปรวมกับแม่น้ำสงครามที่อำเภอศรีสงคราม แล้วไหลลงแม่น้ำโขงที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน
ซึ่งปกติแล้วลำน้ำสงครามนั้นไหลเร็วกว่า จึงเป็นเหตุให้น้ำอูนไหลเข้าไปสมทบไม่ได้ มวลน้ำจึงเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎร เส้นทางสัญจรหลายสายถูกปิดการจราจรชั่วคราว โดยมีสาเหตุหนึ่ง อาจเป็นผลกระทบจากมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาสมทบ จนทำให้จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขงตั้งแต่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดนครพนม ได้รับผลกระทบพร้อม ๆ กัน
น้ำท่วม
ส่วนทางด้าน ชลประทานจังหวัดนครพนม รายงานสถานการณ์น้ำจากสถานีแม่น้ำสงคราม ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา ว่าระดับน้ำอยู่ที่ 13.67 เมตร จ.นครพนม เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 12 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่งเพียง 83 ซม. ปริมาณน้ำฝน 29.30 มิลลิเมตร
ขณะที่ประตูระบายน้ำลำน้ำอูน อ.ศรีสงคราม มีการเร่งระบายน้ำเพื่อผลักดันลงแม่น้ำสงคราม แต่เป็นด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมวลน้ำอูนไหลช้ากว่า ปริมาณน้ำตรงประตูน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 12 ซม. ชลประทานฯต้องเฝ้าจับตามองปริมาณน้ำตลอด 24 ชม. เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่น่าห่วงกว่าที่อื่น
ทั้งนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่สถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 07.00 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 11.92 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันที่ 21 ส.ค.ตอนเช้าถึง 24 ซม. ปริมาณน้ำฝน 0.5 มม. โดยสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม แจ้งปริมาณน้ำฝน 3 อันดับแรกว่า 1.อ.ท่าอุเทนมีฝนตกหนักสุดวัดได้ 78 มม. 2.นาหว้า 60 มม. และ 3.นาทม 55 มม. ซึ่งทางจังหวัดได้ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อหาทางรับมือจากมวลน้ำที่ขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว.
ขณะที่ระดับน้ำโขงที่จังหวัดหนองคายลดลงอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มลดลงเร็วขึ้น แต่ยังมีระดับที่สูงกว่าลำน้ำสาขาที่มีประตูระบายน้ำถึง 1.40 เมตร ส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ช้า ต้องใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบวันละกว่า 20 ชั่วโมง น้ำที่ท่วมพื้นที่การเกษตรตอนในเริ่มลดลงอย่างช้า ๆ
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 12.09 เมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ (21 ส.ค. 61) ถึง 50 ซม. มีระดับที่ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว 11 ซม. และมีแนวโน้มลดลงเร็วขึ้น เนื่องจากระดับน้ำทางตอนเหนือ คือที่สถานีเชียงคาน วันนี้มีระดับลดลงถึง 58 ซม. เช่นกัน
แม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับน้ำยังถือว่าสูงมาก ยังคงมีระดับสูงกว่าลำน้ำสาขา ซึ่งลำน้ำสาขาที่ไม่มีประตูระบายน้ำก็ยังคงถูกน้ำโขงหนุนอยู่ ส่วนลำน้ำสาขาที่มีประตูระบายน้ำก็ยังปิดประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำโขงหนุนเข้า แล้วใช้เครื่องสูบน้ำ สูบระบายน้ำจากลำห้วยลงแม่น้ำโขงแทน
โดยเฉพาะลำห้วยหลวงที่เป็นลำห้วยสาขาขนาดใหญ่ มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดอุดรธานี ขณะนี้ก็ยังคงปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 บาน แล้วใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 14 เครื่องสูบน้ำออกจากลำห้วยวันละ 21 ชั่วโมง สามารถสูบน้ำได้วันละ 1.1 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งวันนี้ระดับน้ำโขงยังสูงกว่าระดับน้ำในลำห้วยถึง 1.40 เมตร ส่วนระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่การเกษตรตอนในก็เริ่มลดลงอย่างช้า ๆ เช่นกัน
ขอบคุณภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย
ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรน้ำ