เหตุน้ำท่วมฉับพลัน บริเวณหุบเขารากาเนลโล ประเทศอิตาลี

รัฐมนตรีอิตาลีเรียกร้องให้อัยการสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของนักไต่เขา 10 คน หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ว่ามาจากความบกพร่องในหน้าที่ของฝ่ายบริหารหรือไม่

รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอิตาลีเรียกร้องให้อัยการสืบสวนว่า การกระทำผิดทางอาญาและความบกพร่องในหน้าที่ของฝ่ายบริหารอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน จากเหตุน้ำท่วมฉับพลันทางใต้ของประเทศ ขณะที่ทั้งหมดกำลังไต่ผ่านช่องเขาในแคว้นกาลาเบรีย ทางตอนใต้ของประเทศ

หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 23 คนเมื่อวันจันทร์ หลังจากกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่มีความสูงราว 2 เมตรครึ่ง ได้เอ่อท่วมช่องเขารากาเนลโล ที่อยู่เบื้องล่างหุบเขาที่สูงชันกว่า 700 เมตร ส่วน 11 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งรวมถึงเด็ก 4 คน ที่บางคนสูญเสียทั้งพ่อและแม่

นายเซอร์จิโอ คอสตา รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอิตาลี กล่าวในระหว่างการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุว่า อิตาลีไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และหากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการละเลยต่อหน้าที่ การทำงานแบบฉาบฉวย หรือการขาดการตระหนักถึงความเสี่ยง หมายถึงเรากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่เราจำเป็นต้องหาสาเหตุ

เมื่อวานนี้ อัยการอิตาลีได้ดำเนินการสอบสวนถึงสาเหตุของการเสียชีวิต และรัฐบาลได้ร้องขอให้มีการพิจารณาคดีทางปกครอง เพื่อตรวจสอบว่าเกิดความผิดพลาดใดๆ ที่อาจช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้หรือไม่

สำนักข่าวอันซารายงานว่า นายยูจีนิโอ แฟชชิโอลลา อัยการ กล่าวว่า ทางการอาจแจ้งข้อกล่าวหา ที่รวมถึงการฆ่าคนโดยไม่ไตร่ตรองไว้ก่อน ทำร้ายร่างกาย และความประมาทเลินเล่อ

ผู้เสียชีวิตอยู่ในกลุ่มนักไต่เขา 2 กลุ่ม ที่อยู่ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวไปตามหุบเขาระยะทาง 12 กิโลเมตร ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโพลลิโน

แถลงฉบับ 2 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ร.9 เสด็จฯ ประทับ รพ.จุฬาฯ

สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ประทับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยพระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่ ฉบับที่ 2

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า

ข่าวในหลวง, พระราชินี, สำนักพระราชวัง

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้รายงานว่า หลังจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พุทธศักราช 2561 ด้วยพระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่นั้น หลังจากคณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถระยะหนึ่งแล้ว พระอาการโดยรวมดีขึ้น ไม่ทรงมีพระปรอท (ไข้) ทรงพระกรรสะ (ไอ) ลดลง รับสั่งได้ดี เสวยพระกระยาหารได้ดี

คณะแพทย์ขอพระราชทานให้ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการฟื้นฟูพระวรกายต่อไป

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
21 สิงหาคม พุทธศักราช 2561

​เกิดเหตุโจมตีด้วยจรวดกลางกรุงคาบูล

เกิดเหตุโจมตีด้วยจรวดในกรุงคาบูล ขณะประธานาธิบดีอัฟกานิสถานเข้าร่วมพิธีฉลองวัน “อีดิ้ลอัฎฮา” ล่าสุดมีการยืนยันว่า ผู้ก่อการร้ายถูกวิสามัญหลังเกิดเหตุไม่นาน

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 เกิดเหตุโจมตีด้วยจรวดหลายครั้งในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน โดยเสียงระเบิดดังกล่าวดังขึ้นในขณะที่นายอัชราฟ กานี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน กำลังกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวัน “อีดิ้ลอัฎฮา”

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า จรวดลูกแรกที่ถูกยิงตกลงใกล้ตึกทำเนียบประธานาธิบดี ส่วนลูกที่ 2 ยิงมาตกลงใกล้กับสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงคาบูล และตึกขององค์การนาโต้

จุดที่ถูกจรวดโจมตีถือเป็นจุดที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดที่สุดในกรุงคาบูล เพราะมีสถานทูตและอาคารรัฐบาลจำนวนมากตั้งอยู่

นายนาจิบ ดานิช รัฐมนตรีมหาดไทยของอัฟกานิสถาน ระบุว่า เหตุดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บเล็กน้อย 2ราย และผู้ก่อการร้ายทั้งหมดที่ก่อเหตุถูกวิสามัญฆาตกรรมหลังเกิดเหตุได้ไม่นาน

ด้านโฆษกตำรวจ ระบุว่า ตำรวจสังเกตเห็นผู้ต้องสงสัยในรถคันหนึ่งช่วงเช้า และได้ติดตามไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง ใกล้กับมัสยิดที่มีการรวมตัวเพื่อทำพิธีฉลองวัน “อีดิ้ลอัฎฮา” และทันทีที่มีการยิงจรวดจากบ้านหลังดังกล่าว หน่วยปฏิบัติการทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ก็โจมตีบ้านหลังดังกล่าวและรถยนต์ทันที

เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกรายระบุว่า ผู้ก่อการร้ายมี 4 คน แต่ไม่ชัดเจนว่าทั้งหมดเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศหรือไม่ โดยบริเวณที่ตำรวจโจมตีเป็นย่านกลางกรุงคาบูล ที่แออัดและมีคนยากจนจำนวนมากอาศัยอยู่

ขณะที่ยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆ ออกมาจากกลุ่มตอลีบาน หรือยังไม่มีกองกำลังติดอาวุธใดออกมาประกาศอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ

เหตุโจมตีนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ประกาศหยุดยิงนาน 3 เดือนกับกลุ่มตอลีบานเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อฉลองวัน “อีดิ้ลอัฎฮา” ขณะที่รายงานของรอยเตอร์สระบุว่า ผู้นำอาวุโส 2 รายของตอลีบาน ระบุว่า ไม่ยอมรับการหยุดยิง 3 เดือนของรัฐบาลอัฟกานิสถาน และจะต่อสู้กับรัฐบาลต่อไป