‘ไต้ฝุ่นซูลิก’ พัดถล่มเกาะอะมามิของญี่ปุ่น

ไต้ฝุ่น “ซูลิก” พัดถล่มทางใต้ของเกาะอะมามิ ประเทศญี่ปุ่น ก่อนเคลื่อนตัวไปยังคาบสมุทรเกาหลี

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน พายุไต้ฝุ่น “ซูลิก” พัดถล่มทางใต้ของเกาะอะมามิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะริวกิวในญี่ปุ่น

รอยเตอร์ส รายงานว่า พายุทำให้ฝนตกหนักและมีกระแสลมแรงถึง 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยยังไม่มีรายงานความเสียหายจากพายุด้านสื่อท้องถิ่น รายงานว่า พายุทำให้ไฟฟ้าดับ กระทบบ้านเรือนจำนวน 3,000 หลัง

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพายุดังกล่าวพัดผ่านได้รับคำเตือนว่า อาจมีการเตือนภัยอพยพ ขณะที่พายุลูกนี้ ซึ่งอาจเป็น “อันตราย” กำลังพัดผ่านชายฝั่งญี่ปุ่นและหมู่เกาะริวกิว

เว็บไซต์ แอคคู เวทเทอร์ ที่รายงานสภาพอากาศทั่วโลก ระบุว่า พายุซูลิกจะส่งผลกระทบญี่ปุ่นตั้งแต่วันอังคารไปจนถึงเช้าวันพุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือของหมู่เกาะริวกิว

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่พายุซูลิก จะพัฒนาเป็นพายุระดับ “อันตราย” ที่มีความรุนแรงเทียบเท่าพายุเฮอร์ริเคนระดับ 3

ไต้ฝุ่น “ซูลิก” ถือเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 19 ของญี่ปุ่นในฤดูมรสุมนี้ ซึ่งคาดว่าจะพัดต่อไปทางเหนือ และไปยังคาบสมุทรเกาหลีต่อไป

แชร์กระหน่ำ ‘ลุงอู๊ด’ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มียศเป็นถึง ‘พันตำรวจเอก’

โลกโซเชียลแชร์กระหน่ำ เพิ่งรู้ว่าลุงขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างคนหนึ่งมียศถึง พ.ต.อ. รับตำแหน่งเป็นผู้กำกับ ขี่มา 20 กว่าปีแล้ว บางคนถึงกับอึ้ง

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “ตะลึงทั้งประเทศ จากพันตำรวจเอก กลายเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง” ทำเอาถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งบาง เมื่อพบว่า ลุงวินมอเตอร์ไซค์คนนี้ แท้จริงเป็นตำรวจที่มียศถึง พันตำรวจเอก ซึ่งใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร

ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ “ลุงอู๊ด” ที่ใครๆ ในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดี มีอาชีพเสริมคือการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณหน้าปากทางเข้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรีในขณะนี้

ลุงอู๊ด จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519 และรับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี จนถึงยศขณะนี้คือ พันตำรวจเอก ได้เล่าเรื่องราวของเขาและครอบครัวให้ฟังว่า เงินเดือนจากการเป็นข้าราชการตำรวจนั้นไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่เขามี เหตุเพราะเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อย โดยมีบุตร 3 คน และด้วยนิสัยส่วนตัวซึ่งเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ยึดติดกับการเป็นข้าราชการ หรือ หัวโขนของการเป็นตำรวจ จึงทำให้ลุงอู๊ดและภรรยาคือ เจ๊กุ้ง ช่วยกันมองหาหนทางทำมาหากิน เพื่อจะสร้างครอบครัวให้มีความมั่นคงทางการเงิน

ทั้งนี้ ทั้งสองได้พบว่า การขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้นเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง ซึ่งทำให้มีเวลาในการดูแลลูกๆ ได้เต็มที่เท่าที่ต้องการ และสามรถสร้างรายได้ให้มากพอจนไม่ต้องใช้ชีวิตลำบากมากนัก จึงได้ตัดสินใจที่จะทำอาชีพเสริมโดยการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างกันทั้งสองคน นับจากวันนั้นมาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว

นอกจากนี้ ลุงอู๊ด ยังบอกว่า เขายังใช้เวลาว่างในการรับจ้างเป็นยามเฝ้าโรงน้ำแข็งในเวลากลางคืนอีกด้วย และในบางวัน เขาก็รับจ้างเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยให้กับร้านทองในบริเวณใกล้เคียง เพื่อแลกกับค่าจ้างเพื่อเอาไปใช้ในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้ลุงอู๊ดจะมียศติดตัวเป็นถึงพันตำรวจเอกแล้วก็ตาม หลายๆ กิจการปฏิเสธไม่ยอมจ้างลุงอู๊ด เหตุเพราะเขามียศที่สูงเกินไป แต่ลุงอู๊ดยืนยันหนักแน่นว่า เขาไม่ได้มาขอทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย หรือ ผิดทำนองคลองธรรม แม้เขาจะมียศที่สูงมาก แต่เขาก็ได้ทำหน้าที่ในการเป็นข้าราชการอย่างเต็มที่เสมอ และอีกหน้าที่หนึ่งที่เขายังต้องทำในชีวิต คือการดูแลครอบครัวของเขาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีพอ

เจ้าของบ้านผงะ! เจองูเหลือมยักษ์หางด้วน บุกเขมือบไก่เกือบหมดเล้า

เจ้าของบ้านเหงื่อตก เจองูเหลือมยักษ์หางด้วน บุกเล้าไก่เขมือบไป 4 ตัว ก่อนแจ้งกู้ภัยช่วยจับปล่อยคืนธรรมชาติ

วันที่ (21 ส.ค. 61) เวลา 23.00 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง พร้อมลูกข่ายบรรเทา รีบเดินทางไปบ้านเลขที่ 35/1 ม.5 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง หลังได้รับแจ้งจาก นายปราโมทย์ ชูห้อง อายุ 52 ปี เจ้าของบ้าน ว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่ กำลังเข้ามากินไก่ในเล้า

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์เครื่องมือไปจับซึ่งพบว่า งูเหลือมมีลักษณะลายสีเหลืองปนสีเขียวและตรงปลายหางด้วน มีขนาดยาวประมาณ 4.5 เมตร น้ำหนักประมาณ 35-40 กิโลกรัม ได้บุกมาแอบขโมยกินไก่เป็ดตอนช่วงมืดค่ำ ซึ่งในปากยังมีซากไก่อยู่ และได้กินไก่ไปทั้งหมด 4 ตัว ทำให้เลื้อยหนีไม่รอด โดยใช้เวลาในการจับประมาณ 5 นาที เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

จากการสอบถาม นายปราโมทย์ เล่าว่า ตนเองกำลังไปตัดเครือกล้วยที่อยู่หลังบ้าน อยู่ใกล้กับเล้าไก่และได้ยินเสียงดังโครมมาจากเล้าไก่ ซึ่งห่างประมาณ 10 เมตร ก็ได้รีบวิ่งไปดู พบงูเหลือมตัวใหญ่กำลังกลืนแม่ไก่ตัวสีดำคาอยู่ในปาก ตกใจจึงรีบไปบอกภรรยาให้โทรหากู้ภัยฯอย่างเร่งด่วน ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่า เคยมี เป็ด ไก่ ในเล้าหลายตัวหายโดยไม่ทราบสาเหตุไม่รู้ว่าเป็นอะไร มาแล้วหลายครั้ง จนตอนนี้เป็ดไก่ที่เลี้ยงไว้เกือบหมดเล้าแล้ว จึงต้องคอยระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา แต่เพิ่งเจอตัววันนี้จึงรู้ว่ามีงูเหลือมมาแอบขโมยกินไก่จึงแจ้งทางหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง มาจับไปปล่อยสู่ธรรมชาติ