พักชำระหนี้ 12 เดือน ช่วยเหลือเกษตรกรโดนน้ำท่วม

ธ.ก.ส. ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหาย ‘พายุโซนร้อนเซินติญ เบบินคา และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ถล่มทั่วทุกภาคของประเทศ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้น เตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมบรรเทาความเดือดร้อน

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่าจากอิทธิพลพายุโซนร้อนเซินติญ เบบินคา และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการและประชาชนในพื้นที่

ธ.ก.ส. จึงเร่งดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรลูกค้าอย่างเร่งด่วน คือ มอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ประสบอุทกภัย ออกเยี่ยมเยียนลูกค้าและนำถุงยังชีพไปมอบเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น รวมถึงให้กำลังใจแก่เกษตรกรลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ และสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมได้คลี่คลายลง เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาหามาตรการฟื้นฟูการประกอบอาชีพและมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ที่เหมาะสมเพิ่มเติมในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น ธ.ก.ส.ได้นำเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติขอ งธ.ก.ส. เพื่อจัดหาถุงยังชีพนำไปมอบให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนที่เดือดร้อน สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ร่วมโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 เมื่อมีการสำรวจความเสียหายในพื้นที่ประสบอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว และพบว่ามีความเสียหายเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ก็จะได้รับความคุ้มครองไร่ละ 1,260 บาท โดยสามารถเลือกรับโอนค่าสินไหมผ่านบริการพร้อมเพย์ได้ทันที โดยเกษตรกรจะต้องแจ้งการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2561/2562 กับ กรมส่งเสริมการเกษตรในท้องที่ให้เป็นปัจจุบันด้วย

“พนักงานของ ธ.ก.ส.ในพื้นที่เกิดเหตุทุกแห่งพร้อมเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้าอย่างเร่งด่วนด้วยความเต็มใจ สำหรับภาระหนี้สินที่เกษตรกรลูกค้ามีอยู่กับ ธ.ก.ส.นั้น ไม่ต้องกังวลใจ ธนาคารพร้อมเข้าไปดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะมีการผ่อนผันการชำระหนี้ออกไปไม่เกิน 12 เดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ และ ธ.ก.ส.จะพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การสนับสนุนให้มีการฟื้นฟูอาชีพภายหลังจากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติต่อไป” นายอภิรมย์กล่าว

ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 30 สต.ต่อลิตร

ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 30 สต.ต่อลิตร ชนิดอื่นคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ 22 ส.ค. 2561

บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเฉพาะดีเซลขึ้น 0.30 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันชนิดอื่นราคาคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ 22 ส.ค. 2561 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน 95 = 36.86

แก๊สโซฮอล 95 = 29.75

แก๊สโซฮอล 91 = 29.48

E20 = 26.84

E85 = 21.19

ดีเซล = 29.19

ดีเซลพรีเมี่ยม = 32.19

(ราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร)

ครม. เห็นชอบแก้กฎการออกหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

ครม. เห็นชอบแก้กฎการออกหรือต่ออายุ ใบอนุญาตขับรถ ชี้ ต้องมีใบรับรองแพทย์และไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ

วันนี้ (21 สิงหาคม 61 ) ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารคณะวิศวศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (สจล.) ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 6/2561 โดยพลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 6/2561 ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแก้ไขร่างกฎกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการขอและออกใบอนุญาตขับรถยนต์รวมถึงการขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาการลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนของรถยนต์และจักรยานยนต์ รวมทั้งให้มีการควบคุมดูแลผู้ที่ใช้ยานพาหนะทั้งหลายให้มีความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าว

โดยเฉพาะเน้นใบรับรองแพทย์ ซึ่งจะต้องแสดงว่าผู้ที่จะขอใบอนุญาตฯ นอกจากไม่มีโรคประจำตัวแล้ว ยังจะต้องไม่มีสภาวะของโรคที่อาจจะเป็นอันตรายต่อการขับรถยนต์ และจักรยานยนต์ เช่น มีอาการทางประสาท หรือมีความบกพร่องทางระบบการได้ยินและระบบการมองเห็น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ดียิ่งขึ้น