ผู้เชี่ยวชาญชี้เวเนซุเอลาเริ่มใช้ธนบัตรแบบใหม่ส่งผลเงินเฟ้อหนักกว่าเก่า

เวเนซุเอลาเริ่มใช้ธนบัตรสกุลเงินโบลิวาร์ “แบบใหม่” ที่มีการลดจำนวนเลขศูนย์ลง 5 หลัก

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าธนาคารกลางเวเนซุเอลาเริ่มนำธนบัตรสกุลเงิน “โบลิวาร์ใหม่” เข้าสู่ระบบตลาด โดยมีการลดจำนวนเลขศูนย์ลง 5 ตำแหน่ง หมายความว่าธนบัตร 1 โบลิวาร์ใหม่ มีค่าเท่ากับ 100,000 โบลิวาร์ ตามราคาบนธนบัตรรุ่นเก่า

ภาพประกอบข่าว

แม้มาตรการดังกล่าว จะถูกนำออกมาใช้เพื่อแก้ไขวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่บรรยากาศในเวเนซุเอลาเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่ปิดให้บริการ เพราะประชาชนพากันกักตุนสินค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความวิตกกังวลว่าค่าเงินแบบใหม่ที่สร้างความไม่มั่นใจให้ประชาชน

ทั้งนี้การใช้ธนบัตรแบบใหม่มีผลวันเดียวกับการปรับค่าแรงขั้นต่ำรายเดือน ที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ในปีนี้ อีกมากกว่า 3,300% เป็น 1,800 โบลิวาร์ หรือ 180 ล้านโบลิวาร์ตามอัตราเก่า แต่มีค่าเพียง 30 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 993 บาท

บริษัทอีโคโนเมตริกา หนึ่งในผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินในเวเนซุเอลา วิเคราะห์ว่ามาตรการนี้ไร้ประโยชน์ ทั้งยังส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศพุ่งทะยานมากกว่าเดิม จากสถิติ 82,700% เมื่อเดือน ก.ค. และอาจสูงถึง 1,000,000% ในปีนี้ ตามการประเมินของ ไอเอ็มเอฟ ซึ่งเป็นการตอกย้ำ ความไร้ค่าของสกุลเงินโบลิวาร์ในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม วิกฤตการเงินในเวเนซุเอลากำลังสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องไปยังประเทศร่วมภูมิภาค ที่เร่งดำเนินการยับยั้งชาวเวเนซุเอลาที่หลั่งไหลเข้าเมือง เพราะต้องการหลบหนีจากภาวะความยากลำยากในประเทศ โดยเปรูและเอกวาดอร์เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเอกสารพลเมืองเวเนซุเอลาที่ต้องแสดงหนังสือเดินทางเท่านั้นรวมถึงจำกัดโควตาการขอสถานะผู้ลี้ภัยอีกด้วย

ผู้ปกครองเด็กถูกตีประจานหน้าเสาธง เดินหน้าร้องเอาผิด รอง ผอ.

ผู้ปกครองเด็ก ปวช. ปี 1 ที่ถูกตีประจานหน้าเสาธง เดินหน้าร้องเอาผิด รอง ผอ. 

จากกรณีที่น้องนนท์ (ชื่อเล่น) อายุ 15 ปี นักศึกษาชั้น ปวช.1 แห่งหนึ่งใน จ.ตรัง ถูกรองผู้อำนวยการฯโรงเรียน เฆี่ยนตีประจานหน้าเสาธง ต่อหน้านักศึกษา และคณะครู จำนวนมาก โดยกล่าวโทษว่าน้องนนท์กระทำผิดฐานพูดจาโกหก หรือกุเรื่อง ว่าถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนหนึ่งล่อลวง ด้วยการขับรถจยย.ไปรับออกจากบ้านพักที่ ต.หนองตรุด อ.เมือง เพื่อจะพาออกไปดูน้องสาว (ของน้องนนท์) แข่งกีฬาสี ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองตรัง

แต่ถูกเพื่อนที่มารับ และเพื่อนร่วมชั้นเรียนอีก 2 คน ที่เคยมีปัญหาบาดหมางกันและมีการข่มขู่จะทำร้ายน้องนนท์ก่อนหน้านี้ตามไปสมทบ และล่อลวงพาไปรุมทำร้ายบริเวณที่เปลี่ยว หน้าถ้ำเขาช้างหาย ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง ด้วยการรุมถีบ รุมเตะ และเตะตกน้ำ จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าอก ปวดต้นคอ หลัง และรอยฟกช้ำดำเขียว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เมื่อผู้ปกครองทราบเรื่อง จึงพาเข้าตรวจร่างกายและแจ้งความลงบันทึกประจำไว้ที่ สภ.นาโยง เป็นหลักฐาน

และแจ้งประสานขอพบทางผู้บริหารวิทยาลัย และผู้ปกครองของเพื่อนอีก 3 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุ เพื่อหารือร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ทำให้รองผู้อำนวยการคนดังกล่าวไม่พอใจ จึงลงโทษตีประจานน้องนนท์ ซึ่งเป็นฝ่ายถูกเพื่อน 2 คน รุมทำร้ายด้วยการตีจำนวน 3 ที ท่ามกลางเสียงตกใจของเพื่อนนักศึกษาและครูจำนวนมาก และมีนักศึกษาบางคนถ่ายคลิปไว้ได้ โดยที่ รอง ผอ.คนดังกล่าว ไม่ได้มีการลงโทษเด็กอีก 3 คนที่ร่วมก่อเหตุ แต่ประการใด

ล่าสุดวันนี้ 21 ส.ค. 61 นายชัยชุมพล ฉิมแสง อายุ 51 ปี พร้อมด้วยนางสาวสุกัญญา แผ่วัฒนาโรจน์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นคุณลุงคุณป้าของน้องนนท์ ได้เดินทางเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้มีการตั้งกรรมการสอบ เพื่อเอาผิดต่อ รอง ผอ.คนดังกล่าวแล้ว

ด้านผู้อำนวยการฯ ยืนยันจะตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น

จากนั้นผู้ปกครองได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อนายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ์ รักษาการศึกษาธิการจังหวัดตรัง โดยยืนยันจะเดินหน้าร้องเรียนเอาผิดรอง ผอ.คนดังกล่าวจะต้องได้รับโทษ เพราะใช้ดุลยพินิจลงโทษเด็กผิด โดยไม่ยอมดูพยานหลักฐานที่ปกครองมอบให้ และไม่มีการลงโทษเด็กอีก 3 คน ที่เป็นฝ่ายทำร้ายเด็กในปกครอง จากนั้นจะเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ต่อคุรุสภาและร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย

หญิงขับรถชนรปภ.สนามบิน เผยจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ป่วยพาร์คินสัน-สมองฝ่อ

หญิงสูงอายุขับรถกระบะพุ่งชน เจ้าหน้าที่จราจรสนามบินเชียงใหม่ เผยจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ป่วยเป็นโรคพาร์คินสัน-สมองฝ่อ

หญิงสูงอายุ ขับรถกระบะพุ่งชนนายวัชระ ไชยวงศ์ เจ้าหน้าที่จราจร ปฏิบัติงานอยู่หน้าประตู 5 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สนามบินเชียงใหม่ ก่อนพุ่งไปชนรถเสียหายอีก 5 คัน สร้างความแตกตื่นให้กับผู้โดยสาร จากอุบัติเหตุครั้งนี้ ส่งผลให้นายวัชระ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

สอบสวน นางสาวภัทรา อายุ 69 ปี ผู้ก่อเหตุทราบว่า เดินทางมาส่งเพื่อนที่สนามบินและจอดในที่ห้ามจอดจึงถูกล็อคล้อ หลังนางสาวภัทราออกมา เจ้าหน้าที่จึงทำการปลดล็อคให้ แต่จู่ๆ ผู้ก่อเหตุก็ขับรถพุ่งชน นายวัชระ ที่ยืนโบกรถอยู่กลางถนน ก่อนจะพุ่งไปชนรถคันอื่น

โดยเจ้าตัวอ้างว่า จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากป่วยด้วยโรคพาร์คินสัน และสมองฝ่อมานานเกือบ 20 ปี ยืนยันว่าไม่มีเจตนาชน และพร้อมรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหายส่วนข้อหาอื่นกำลังรอผลการตรวจจากแพทย์