กรมการแพทย์ เผย เท้าแบนไม่ใช่เกิดจากความผิดปกติ ชี้ รู้ก่อนป้องกันได้

โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ชี้เท้าแบนไม่ใช่โรคเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างเท้า แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน แนะวิธีรักษาและป้องกัน

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เท้าแบนไม่ไช่โรคแต่เป็นภาวะหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างเท้า โดยลักษณะของเท้าไม่มีส่วนโค้งเว้าตรงกลางเท้า เมื่อลุกขึ้นยืน ฝ่าเท้าจะราบไปกับพื้นทั้งหมด ภาวะดังกล่าวอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดเวลาเดิน แต่ไม่ใช่อาการที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน

จะค่อยเป็นค่อยไปจนเริ่มมีอาการปวดเท้า ส้นเท้า ฝ่าเท้าด้านหน้า เนื่องจากเส้นเอ็นเกิดการอักเสบ หรือโรครองช้ำ ภาวะเท้าแบนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เท้าแบนแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่เกิดโดยได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และเท้าแบนที่เกิดขึ้นภายหลัง โดยมีสาเหตุจากไลฟ์สไตล์หรือวิถีชีวิต ตลอดจนการได้รับอุบัติเหตุ เช่น การเดินเท้าเปล่า หรือใส่รองเท้าแบนราบเป็นประจำและเป็นระยะเวลานาน น้ำหนักมากเกินไป อายุที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น

นายแพทย์สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะเท้าแบนสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น กระดูกงอกหรือตาปลา อาการปวดสะโพก ปวดหลัง โดยผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นภาวะเท้าแบน ได้แก่ ผู้ที่บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นเท้าแบน ผู้ป่วยโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคข้อรูมาตอยด์ รวมถึงสตรีมีครรภ์

เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบของฮอร์โมนในร่างกาย สำหรับการรักษาภาวะเท้าแบน แบ่งเป็น 1. วิธีบำบัดทางกายภาพ โดยใส่อุปกรณ์เสริมที่เท้า เช่น แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บเท้าและหนุนเท้าผู้ป่วย ออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ยึดเชื่อมกันของขาส่วนล่าง โดยนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ให้คำแนะนำ 2. การรักษาด้วยยา และ 3. การผ่าตัด

ทั้งนี้การป้องกันภาวะเท้าแบนไม่ให้มีอาการเพิ่มมากขึ้นสามารถทำได้โดยสวมรองเท้าที่พอดีและรับกับลักษณะฝ่าเท้า หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือกีฬาที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกที่ฝ่าเท้า เช่น วิ่ง กระโดด เตะฟุตบอล ตลอดจนลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกระแทกที่เท้า

บขส. ชวนร่วมโครงการ ‘ส่งนมแม่แช่แข็งฟรี’ ผ่านบริการส่งเช้าถึงเย็น

บริษัท ขนส่ง จำกัด ชวนคุณแม่ร่วมส่งนมแม่แช่แข็งฟรี ผ่านโครงการ “บขส. ส่งความรักจากอ้อมอกแม่สู่ลูก” ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 61 

นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 บขส. ได้จัดโครงการ “บขส. ส่งความรักจากอ้อมอกแม่สู่ลูก” ให้บริการส่งนมแม่แช่แข็ง ผ่านบริการรับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ “One day One night” ส่งเช้าถึงเย็น

โดยส่งเย็นถึงเช้าทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยผู้ใช้บริการสามารถนำส่งนมแม่แช่แข็งพร้อมเตรียมเอกสารสำเนาใบสูติบัตรของบุตรสำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชน เป็นหลักฐานแนบเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ งานรับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี) สถานีเดินรถรังสิต และสถานีเดินรถทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. งานรับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ โทรศัพท์ 0 2537 8480 และ www.transport.co.th

ปตท.-บางจาก ประกาศลดราคาน้ำมัน E20 ลง 10 สต.

ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมัน E20 ลง 10 สตางค์ต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ (21 ส.ค.61)

วันที่ 20 ส.ค. 2561 บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาน้ำมัน E20 ลง 10 สตางค์ต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ (21 ส.ค.61) โดยส่งผลให้ราคาใหม่เป็นดังนี้

ดีเซล อยู่ที่ 28.89 บาทต่อลิตร

E85 อยู่ที่ 21.19 บาทต่อลิตร

E20 อยู่ที่ 26.74 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 29.48 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 29.75 บาทต่อลิตร