อย.เรียกคืนยา ‘เซอร์ราทิโอเปปทิเดส’ กลุ่มลดอาการบวม-อักเสบ

อย.เรียกคืนยา เซอร์ราทิโอเปปทิเดส กลุ่มลดอาการบวม-อักเสบ ออกจากท้องตลาด หลังพบข้อมูลด้านประสิทธิภาพของยาดังกล่าวที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอ

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัท ทาเคดา ฟาร์มาซูติคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศในเอกสาร New Release Takeda Pharmaceutical Company Limited และเว็บไซต์ https://www. takeda.com/news room/news releaseว่าได้ทำการยกเลิกทะเบียนตำรับยา Danzen®(Serratiopeptidase) โดยสมัครใจในประเทศญี่ปุ่น

เนื่องจากข้อมูลด้านประสิทธิภาพของยาดังกล่าวที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่าจะไม่พบปัญหาทางด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม หลังจากการจัดจำหน่ายยากว่า 40 ปี ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีการจัดประชุมหารือขอความร่วมมือบริษัทผู้ผลิต Serratiopeptidase ในประเทศไทย และที่ประชุมมีมติร่วมกันให้ยกเลิกทะเบียนตำรับยาโดยสมัครใจ

ทั้งนี้ ทะเบียนตำรับยา Serratiopeptidase ในประเทศไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 56 ทะเบียนตำรับยา จากผู้รับอนุญาตทั้งหมด 26 ราย ได้ถูกยกเลิกทะเบียนตำรับยาโดยผู้รับอนุญาตทุกรายโดยสมัครใจเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ อย. ยังได้มีหนังสือถึงผู้รับอนุญาตทั้ง 26 ราย ให้เรียกเก็บยา Serratiopeptidase ในท้องตลาดคืน ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ

หากพบยา Serratiopeptidase ในท้องตลาด ขอให้แจ้งมาได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Oryor SmartApplication เพื่อ อย. จะได้รีบดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วต่อไป ขอให้ประชาชนอย่าหวั่นวิตกและเชื่อมั่นในการดำเนินงานของ อย. เพราะ อย. ได้มีการตรวจสอบผลจากการใช้ยาที่ขึ้นทะเบียนในไทยอย่างเข้มงวด หากพบการใช้ยาใดมีปัญหา อย.จะรีบรายงานเตือนภัยให้สาธารณชนทราบอย่างเร่งด่วน

สมัชชาแม่โจ้ฯ ออกแถลงการณ์สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ สหภาพนศ.

สมัชชาแม่โจ้ฯ ออกแถลงการณ์สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ สหภาพนศ. ชี้ ข้อบัญญัติรุกล้ำความเป็นส่วนตัว 

จากกรณีที่ สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ยกเลิกร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียน และนักศึกษาฉบับแก้ไข ที่มีสาระสำคัญ 3 ข้อ ห้ามการรวมกลุ่มมั่วสุม อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือขัดต่อศีลธรรม ห้ามแสดงพฤติกรรมชู้สาวอันไม่เหมาะสม เดิมที่ห้ามเฉพาะการแสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซึ่งไม่เหมาะสมในที่สาธารณะเท่านั้น

และกำหนดเพิ่มเติมห้ามกระทำการลามกอนาจาร และห้ามออกจากที่พักเพื่อเที่ยวเตร่ หรือรวมกลุ่มสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งเดิมห้ามไว้เฉพาะเวลากลางคืน

ล่าสุดวันที่ 20 ส.ค. 2561 สมัชชาแม่โจ้เสรีเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ดังที่ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎหมายกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาฉบับแก้ไข ตามเสนอของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสาระสำคัญต่างจากกฎกระทรวงดังกล่าวฉบับก่อนหน้า ๓ ประการ ดังนี้

๑.ห้ามการรวมกลุ่ม มั่วสุม อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

๒.ห้ามกระทำเกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรมทางชู้สาวอันไม่เหมาะสม เดิมที่ห้ามเฉพาะการแสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซึ่งไม่เหมาะสมในที่สาธารณะเท่านั้น และกำหนดเพิ่มเติมห้ามกระทำการลามกอนาจาร

๓.ห้ามกระทำเกี่ยวกับการออกนอกสถานที่พักเพื่อเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่มอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น เดิมห้ามเฉพาะเวลากลางคืน

สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวโดยการนำจดหมายเปิดผนึกข้อเรียกร้องฉบับนี้ไปยื่นต่อนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เวลา ๙.๐๐ น. ณ กระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมาแล้วนั้น ทาง สมัชชาฯแม่โจ้เสรี จึงขอเป็นส่วนหนึ่งและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันให้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการยกเลิกร่างกฎกระทรวงฉบับแก้ไขดังกล่าวที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการศึกษาเรียนรู้ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา

เนื่องจากมีข้อบัญญัติซึ่งรุกล้ำความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง อีกทั้งมีเนื้อความความหมายกำกวม สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นเครื่องมือสำหรับปิดกั้นสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพทางการแสดงออกของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพ และความเป็นเจ้าของชีวิตของตน ในตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งนี้โปรดตระหนักว่านักเรียนและนิสิตนักศึกษาคือผู้ที่จำต้องแบกรับผลจากการดำเนินกิจกรรมทั้งปวงของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ

เจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมหญิงพยายามกระโดดตึก สตช. ล่าสุดยอมลงมาด้วยดี

เจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมหญิงพยายาม กระโดดตึก สตช. ล่าสุดยอมลงมาด้วยดี พร้อมส่งจิตแพทย์เข้าพูดคุยเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจ

วันที่ 20 ส.ค. 2561 จากกรณีเกิดเหตุหญิงไม่ทราบชื่อขังตัวเองในห้องน้ำชั้น 4 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นชั้นเดียวกับสำนักงาน ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทั้งนี้หญิงรายดังกล่าวพยายามจะกระโดดลงมาจากตึก โดยได้นั่งห้อยขาลงมาจากหน้าต่างห้องน้ำและมีการชะโงกหน้าออกมาเป็นระยะ

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า หญิงรายดังกล่าวเดินทางมาร้องเรียนกับ ผบ.ตร. คดีลักทรัพย์ ในท้องที่ สน.ประชาชื่น โดยคู่กรณีเป็นอดีตสามีแจ้งความข้อหาลักทรัพย์ เป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ผบ.ตร.จึงให้ขึ้นไปพบที่สำนักงานชั้น 4 มีการสอบถามจนรู้สึกพอใจ พูดคุยกันกับ ผบ.ตร. ประมาณ 30 นาที แล้วเดินออกไปเข้าห้องน้ำ ขังตัวเองไว้ 30 นาที หลักจากนั้นโทรแจ้งไปยัง ศปก.ตร. ว่าจะกระโดดจากห้องน้ำชั้น 4 จนสร้างความแตกตื่น แต่เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมครึ่งชั่วโมงจึงยอมลงมาด้วยดี พร้อมกับส่งไปให้จิตแพทย์เข้าพูดคุยเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจ