ปส.สกัดจับยาบ้าซุกกล่องผลไม้กว่า 14 ล้านเม็ด

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับยาบ้าล็อตใหญ่ กว่า 14 ล้านเม็ด แอบซุกซ่อนในลังผลไม้ ขนจากเชียงรายสู่ภาคกลาง เพื่อกระจายให้ขบวนการค้ายาเสพติด

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ตู้คอนเทนเนอร์ที่โกดังแห่งหนึ่งในอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เบื้องต้น พบยาบ้าซุกซ่อนในกล่องผลไม้ ประมาณ 14 ล้าน 8 แสนเม็ด

โดย พลตำรวจตรีทนัย อภิชาติเสนีย์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า รถคันกล่าวได้ขับจากโกดังแห่งนี้ เพื่อไปรับผลไม้จากตลาดไทย จำนวน 1,700 กล่อง ก่อนไปที่จังหวัดเชียงราย เมื่อถึงที่หมาย ได้นำกล่องผลไม้ออกบางส่วน แล้วนำกล่องซึ่งบรรจุยาบ้ากล่องละ 2 แสนเม็ดมาใส่แทน

จากนั้นได้ขับรถมาไว้ที่โกดัง ที่เช่าเอาไว้ในอำเภอบางปะอิน ซึ่งจะมีคนมารับรถคันดังกล่าวไปอีกต่อ / โดยคาดว่าจะถูกนำไปกระจายในพื้นที่ภาคกลาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน ส่วนผู้เกี่ยวข้อง สามารถหลบหนีไปได้
ทั้งนี้ จะเจ้าหน้าจะเร่งขยายผลเพื่อจับกุมตัว ผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดครั้งนี้ต่อไป

บริษัทเทคโนฯ ผุดไอเดียบำบัดอาการเสพติดมือถือ

บริษัทหลายแห่งเริ่มค้นหาวิธีช่วยบำบัดอาการเสพติดเทคโนโลยี หลังผู้คนจดจ่ออยู่กับสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน

อาการเสพติดเทคโนโลยีกลายเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากโลกต้องอาศัยอุปกรณ์เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น หลายๆ บริษัทก็เริ่มตระหนักถึงปัญหานี้ และคิดค้นวิธีช่วยให้ผู้คนใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้อย่างจำกัด

ยกตัวอย่าง “แอปเปิล” บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของแบรนด์ “ไอโฟน” ก็เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ช่วยดีท็อกซ์พิษดิจิทัลในปลายปีนี้ ส่วน “กูเกิล” ก็ประกาศแผนชีวิตที่ดีในโลกดิจิทัล เพื่อให้ผู้คนลดการใช้งานโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อื่นๆ ลง

ขณะที่ผลการศึกษาก็มีตัวเลขที่แตกต่างกัน โดยบางชิ้นประเมินว่า มีผู้คนเสพติดเทคโนโลยีราวร้อยละ 1 และบางชิ้นประเมินสูงถึงร้อยละ 6

นายริชาร์ด เกรแฮม ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับการเสพติดเทคโนโลยีประจำโรงพยาบาลไนติงเกล ระบุว่า การเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่หลากหลาย ทำให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีได้สะดวก และใช้เวลาจดจ่ออยู่กับหน้าจอมากขึ้น ทั้งทำงาน เล่น สร้างสรรค์ และทำสิ่งต่างๆ

เขากล่าวด้วยว่า ผลกระทบจากการเสพติดเทคโนโลยีเป็นเรื่องจริงที่ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้คน

บางประเทศเริ่มมีกฎหมายจัดการกับการเสพติดเทคโนโลยีแล้ว อย่างรัฐบาลฝรั่งเศสที่ออกกฎหมายเรื่องนี้ในปีที่แล้ว โดยห้ามบริษัทติดต่อพนักงานเรื่องงานผ่านอีเมลหลังเลิกงาน และในเดือนกันยายนก็เตรียมออกกฎหมายใหม่ห้ามนักเรียนใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างเรียน

ผู้ประกอบการบางรายก็ผุดไอเดียช่วยดีท็อกซ์การเสพติดดังกล่าว อย่างบริษัท “ไทม์ ทู ล็อก ออฟ” ที่ฝึกให้ผู้คนปิดอุปกรณ์ต่างๆ และอยู่ห่างจากโทรศัพท์มือถือ เพื่อไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ปีนเขา

เปิดภาพวินรถตู้หมอชิต! หลังย้ายไปใต้ทางด่วน ฝั่งตรงข้ามสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2

บขส.ย้ายจุดจอดรถตู้โดยสาร จากเดิมที่จอดภายในสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 ย้ายไปอยู่ที่สถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็ก (จตุจักร) บริเวณใต้ทางด่วนฝั่งตรงข้ามสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2

ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ทำการย้ายจุดจอดรถตู้โดยสาร (วินรถตู้) ทั้งหมดภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ แห่งใหม่ (หมอชิต 2) ไปยังสถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็ก ใต้ทางด่วนศรีรัช ฝั่งตรงข้ามสถานีขนส่งหมอชิต 2

สำหรับการย้ายจุดจอดรถตู้โดยสาร (วินรถตู้) ดังกล่าวก็เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เพราะสถานีรถตู้โดยสารแห่งใหม่ เป็นสถานีที่มีความทันสมัย มีการให้บริการจำหน่ายตั๋วจะเป็นลักษณะตั๋วรวมแต่ละอาคารจะมีจำนวนช่องจำหน่ายตั๋วรวม 12 ช่อง

ภายในจะมีป้ายประชาสัมพันธ์ บอกจุดจำหน่ายตั๋วแต่ละภาค และจุดขึ้นรถอย่างชัดเจน เท่ากับว่า ผู้ที่มีตั๋วโดยสารเท่านั้น ที่จะเข้าไปภายในสถานีแห่งใหม่นี้ได้ อีกทั้งเป็รการลดความแออัดด้านจราจรในขนส่งหมอชิต 2 ให้ลดน้อยลงด้วย ซึ่งสถานีแห่งใหม่นี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 03.00-22:00 น. ทุกวัน

จากการย้ายวินรถตู้ดังกล่าว อาจมีประชาชนที่ใช้รถตู้โดยสารเกิดความสับสน ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามที่ได้ Call center 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ กองสื่อสารองค์กรและการตลาด บริษัทขนส่ง จำกัด โทร 02 936 2996