บุกรวบถึงบ้าน!! หน้ากากนินจาโชว์สไลด์หนอน ก่อนถูกปรับ 200 บาท

ตำรวจ สภ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ บุกรวบหน้ากากนินจาโชว์สไลด์หนอน ก่อนถูกปรับ 200 บาท

จากกรณีที่ นางสาวพรพรรณ ขำสุข ได้โพสต์คลิปเตือนภัยบนเฟซบุ๊กของตนเอง ชื่อ Pornphan Khumsuk โดยคลิปเผยให้เห็นชายรูปร่างสันทัดคนหนึ่ง ใช้ผ้าคลุมปิดบังใบหน้า เผยให้เห็นเพียงแต่ตา และใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวตัวเดียว กระโดดออกมาจากป่าข้างทางถนน และภายในมือข้างหนึ่งได้กำของลับแสดงการช่วยตัวเอง

ขณะที่นางสาวพรพรรณ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากทำธุระ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนสายบรรพตพิสัย-เก้าเลี้ยว พื้นที่ ต.หูกวาง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งมีการร้องผ่านสื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ให้รีบดำเนินการจับกุมตัวผู้ที่กระทำอนาจารรายนี้โดยด่วน เพราะหวั่นภัยอันตรายที่อาจจะเกิดมากขึ้นกว่านี้ ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (30 ส.ค. 61) พ.ต.อ เอกชัย พัฒนาดี ผกก.สภ.บรรพตพิสัย อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดนำกำลังเดินทางไปควบคุมตัวผู้ที่ก่อเหตุอนาจารโชว์สาวหนอนบุ้งตามที่ปรากฏในคลิป โดยได้การร่วมมือจากนายเอื้อน ทรัพย์ลออ กำนันตำบลหูกวาง ในการเข้าจับกุมตัวนายมนตรีหรือป๋อง ศรีพิทักษ์ภูธร อายุ 36 ปี ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 3 ต.หูกวาง ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่โรงพัก

จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายมนตรีให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ที่ก่อเหตุอนาจารริมถนนตามที่ปรากฏในคลิปจริง เนื่องจากก่อนไปก่อเหตุ ได้ดูคลิปโป๊ที่เพื่อนส่งมาให้ดูทางไลน์ จนเกิดอารมณ์เปลี่ยวกลัดมัน อยากจะโชว์ความเป็นชายให้หญิงสาวได้เห็น จึงได้รีบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปซุ่มตัวอยู่ภายในป่าริมถนนตรงจุดก่อเหตุ โดยถอดกางเกงดักรอเหยื่อที่เป็นผู้หญิงผ่านมา จึงรีบกระโจนออกไปที่ริมถนน พร้อมกับงัดเจ้าโลกขึ้นมาโชว์ให้เหยื่อเห็น เพื่อระบายอารมณ์ให้สะใจ แต่ก็แค่ต้องการโชว์เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเหยื่อแต่อย่างใด และที่ผ่านมา เคยก่อเหตุอนาจารแบบนี้เพียง2ครั้งเท่านั้น

ด้านนายเอื้อน ทรัพย์ลออ กำนันตำบลหูกวาง เปิดเผยว่า นายมนตรีมีประวัติป่วยและรับการรักษาจากโรงพยาบาลจิตเวชมานานหลายปีแล้ว และเมื่อ 4 ปีก่อน ก็เคยก่อเหตุอนาจารจนเกือบจะโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ แต่เคราะห์ดีที่ช่วยเหลือเอาไว้ได้ จนกระทั่ง มาก่อเหตุอนาจารขึ้นอีก จนทำให้ชาวบ้านที่เป็นหญิงสาวหลายรายหวาดกลัวไปทั่ว แต่ก็ยืนยันว่า ลูกบ้านรายนี้ไม่มีนิสัยโหดร้าย เพียงแต่มีอาการทางจิตเท่านั้น ส่วนหลังการจับกุมตนได้สอบถามบิดาของนายมนตรี ทราบว่า ยาที่รักษาอาการของนายมนตรีหมดมาได้หลายวัน และไม่ยอมไปรับยามาทานเพื่อรักษาอาการต่อ จะได้ไปก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเปรียบเทียบปรับเงินนายมนตรี จำนวน 200 บาท ในข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล โดยเปลือย หรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น พร้อมกับมีการกล่าวตักเตือนไม่ให้มาทำอนาจารแบบเดิมอีก อีกทั้ง ยังได้มีการกำชับบิดาของนายมนตรีให้รีบเดินทางไปรับยาเพื่อรักษาอาการโดนด่วนด้วย ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้านไป

ม.หอการค้าไทย จับมืออาลีบาบาดอทคอม ตั้งหลักสูตรอีคอมเมิร์ซ

ม.หอการค้าไทยร่วมลงนามความร่วมมืออาลีบาบาดอทคอม ก่อตั้งหลักสูตรอีคอมเมิร์ซ สร้างศักยภาพนักศึกษา ผู้ประกอบการ SMEsสู่ยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่

จากความสำเร็จที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ลงนามความร่วมมือกับ Alibaba.com 2 ปีที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559เพื่อจับมือเป็นศูนย์อบรมอย่างเป็นทางการแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย มีคณาจารย์มากกว่า 20 คนได้รับการอบรมการใช้งานแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Alibaba.com อย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญของ Alibaba สำนักงานใหญ่จนสอบผ่านเป็น Certified Trainers เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ทำการอบรมให้ผู้ประกอบการและนักศึกษามาแล้วกว่า 1,000 คน เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและความสามารถด้านการค้าออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ

ล่าสุดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยหอการค้าไทยและอาลีบาบาดอทคอมได้บันทึกลงนามความร่วมมือในฐานะเป็นหนึ่งใน founding member ของ Alibaba Global Education Network group ร่วมกันสร้างหลักสูตรอีคอมเมิร์ซพัฒนานักศึกษา SMEs ผู้ประกอบการและ อาจารย์ ให้มีความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบ สร้างเครือข่ายจะช่วยเพิ่มการเรียนการสอนและพัฒนาทักษะด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มโอกาสสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่และ SMEsเพื่อพัฒนาบุคลากรเข้าสู่รูปแบบเศรษฐกิจยุคใหม่

ซึ่งในการขับเคลื่อนโครงการนี้โรงเรียนธุรกิจอาลีบาบาได้รวบรวมสถาบันการศึกษาและสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงจากทั่วทั้งภูมิภาคเพื่อร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายซึ่งจะพัฒนาหลักสูตรที่มีคุณภาพสูงสร้างแพลตฟอร์มการเรียนการสอนและครูฝึกอบรมเพื่อช่วยให้สถาบันการศึกษาของตนมีส่วนร่วมในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต ในขณะที่เครือข่ายเริ่มต้นจากสถาบันที่เข้าร่วมโครงการGET แล้ว นอกจากนี้ยังมีแผนงานต่าง ๆ จะช่วยให้สมาชิกในอาเซียนและประเทศอื่น ๆ สามารถเข้ามามีบทบาทต่อไปได้ในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ในประเทศไทย มีแนวโน้มการใช้ ออนไลน์ เป็นเครื่องมือการตลาดมากขึ้นเป็นลำดับทั้ง ที่ลักษณะเป็น B2B และ B2C โดยทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ส่งคณาจารย์และผู้ที่เกี่ยวข้องไปศึกษาและเรียนรู้อย่างจริงจังที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ผ่านการสอบกับทางอาลีบาบาให้ผ่านจนได้เป็น Alibaba Certified Trainer และคณาจารย์กลุ่มนี้จะเป็นเทรนเนอร์ให้กับนักศึกษา ผู้ประกอบการและSMEsที่สนใจทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบา

โดยทางมหาวิทยาลัยได้จัดอบรมแก่ผู้ประกอบการเหล่านี้มากว่า 10 รุ่น และมีการจัดอบรมทุกเดือน ปัจจุบันมีจำนวนผู้อบรมกว่า 500 คน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่และSMEs สามารถเจาะตลาดออนไลน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าถึงผู้บริโภคของประเทศจีนและทั่วโลกได้อย่างดี ที่สำคัญการร่วมลงนามความร่วมมือครั้งนี้ในฐานะมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งของ Alibaba Global Education Network group ร่วมกันสร้างหลักสูตรอีคอมเมิร์ซ พัฒนานักศึกษา SMEs และ อาจารย์ ให้มีความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซเพื่อพัฒนาบุคลากรเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมพันธกิจของหอการค้าไทย เพื่อขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอกการธุรกิจไทยโดยจัดทำโครงการสำคัญหลายด้าน การสร้างผู้ประกอบการ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือ Innovation Driven Entrepreneurship: IDE ร่วมกับมหาวิทยาลัยเอ็มไอทีแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา”

ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน“Dream Trip to Alibaba” วันที่ 8-11 ตุลาคม 2561 ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน สำนักงานใหญ่อาลีบาบา แลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงกับ Alibaba Chinese Gold Members,ให้คำปรึกษา1ต่อ1 ในการนำสินค้าเข้าขายในอาลีบาบา,เทคนิคการเปิดร้านออนไลน์ให้มีรายได้เป็นล้านต่อปีและเรียนรู้การบริหารงาน วัฒนธรรมอาลีบาบาดอทคอม สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมศูนย์อีทัช มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยwww.etouch.co.th และ063-446-6099 คุณแนน

เตือนระวัง! เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พบเด็กเสียชีวิต 9 ราย ผู้ใหญ่ 2 ราย

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กระวังป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) พบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เผยข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีพบเด็กเสียชีวิต 9 ราย ผู้ใหญ่เสียชีวิต 2 ราย

วันนี้ (30 สิงหาคม 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ประเทศไทยมักพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) โดยเชื้อไวรัสนี้ติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก ปาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังสัมผัสถูกเชื้อไวรัสในระยะเวลา 4-6 วัน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จนถึงอาการรุนแรง เช่น หายใจเร็ว หอบเหนื่อยเนื่องจากปอดอักเสบ รับประทานอาหารได้น้อย ซึมลง การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ

โรคนี้สามารถพบได้ในผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ แต่อาการจะรุนแรงในเด็กเล็ก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด และผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังเช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ เป็นต้น สำหรับประเทศไทยมักพบเชื้อไวรัสอาร์เอสวีได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับฤดูกาลระบาดของไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสจะมีชีวิตอยู่ภายนอกร่างกายได้หลายชั่วโมงโดยอาศัยอยู่ตามวัตถุต่างๆ และแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการไอหรือการจาม

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า ข้อมูลจากการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคปอดอักเสบรุนแรงจากโรงพยาบาล 30 แห่งในประเทศไทย ระหว่างปี 2555–2559 พบว่าในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่มาด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง 425 ราย มีการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ร้อยละ 44 (187 ราย) ตรวจพบเชื้อมากในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และเสียชีวิต 9 ราย

ส่วนในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มาด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง 97 ราย มีการติดเชื้อฯ 4 ราย (คิดเป็นร้อยละ 5) และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน และมีประวัติการสูบบุหรี่ สำหรับในปี 2561 นี้ มีรายงานเหตุการณ์พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน จำนวน 2 เหตุการณ์ โดยเป็นผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี รวม 24 ราย (14 และ 10 ราย)

ด้านนายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค แต่สามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ ดังนี้

1.ล้างมือบ่อยๆ ทั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ

2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น ผู้ป่วยไข้หวัดหรือปอดอักเสบ โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดและทารกในช่วงอายุ 1-2 เดือนแรกไม่ควรให้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ

3.หลีกเลี่ยงการนำมือที่ไม่สะอาดมาป้ายจมูกหรือตา ไม่ควรใช้แก้วน้ำร่วมกัน และทำความสะอาดของเล่นเด็กเป็นประจำ

ส่วนกรณีที่มีอาการป่วยควรหยุดพัก โดยเฉพาะนักเรียน และควรปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม ดื่มน้ำมากๆ เพราะน้ำจะช่วยทำให้สารคัดหลั่ง เช่น เสมหะ หรือน้ำมูก ไม่เหนียวจนเกินไป และไม่ไปขัดขวางการทำงานของระบบทางเดินหายใจ หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น เช่น ไอมากหอบเหนื่อย ซึมลง รับประทานอาหารได้น้อย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค