‘พุทธะอิสระ’ จอประสาทตาแหว่ง แพทย์แนะผ่าตัด คาดใช้เวลาพักฟื้น 1 เดือน

‘พุทธะอิสระ’ จอประสาทตาแหว่ง แพทย์แนะผ่าตัด คาดใช้เวลาพักฟื้น 1 เดือน

จากกรณีที่ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และได้ยื่นเงินจำนวน 2 แสนบาท เพื่อขอให้ทางศาลพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากมีอาการป่วยเรื้อรัง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (19 ส.ค. 61) เฟซบุ๊กเพจ หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ผลการวินิจฉัยอาการอาพาธขององค์หลวงปู่พุทธะอิสระ ว่า ทางตาด้านขวา พบจอประสาทตาแหว่งเป็นหลุมจวนเจียนจะขาดและมีแนวโน้มว่าหลุมจะกว้างมากขึ้น เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจอประสาทตาจึงแนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัดจอประสาทตาข้างขวา แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้น 1 เดือน ซึ่งต้องอยู่ในอิริยาบท นอนคว่ำหน้าสลับนอนตะแคงเท่านั้นเป็นเวลา 1 เดือน

ส่วนเรื่องกระดูกสันหลังที่หลวงปู่มีอาการอาพาธมาเป็นเวลายาวนาน บัดนี้มีอาการกำเริบปวดทั้งวันทั้งคืน ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูก นำหลวงปู่ตรวจด้วยเครื่อง MRI พบว่ามีกระดูกสันหลังข้อที่ 2 และ 3 ทับเส้นประสาท ซึ่งแพทย์ใหญ่ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกแนะนำว่า การผ่าตัดน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากหลังผ่าตัดอาจมีผลกระทบต่อกระดูกสันหลังจะไม่สามารถกลับคืนมาเป็นปกติได้ดังเดิม แม้จะลดอาการเจ็บปวดลงได้ก็ตาม จึงแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องจนกว่าอาการเจ็บปวดจะบรรเทาและเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพื่อช่วยพยุงน้ำหนักในการกดทับข้อกระดูกไม่ให้ไปบีบเส้นประสาทซึ่งเป็นสาเหตุของการเจ็บปวด

เปิดคลิปนาทีชีวิต! หนุ่มขับกระบะเสียหลักชนกำแพง กู้ภัยช่วยระทึกยื้อชีวิตไม่สำเร็จ

เปิดคลิปวินาทีชีวิต! หนุ่มขับกระบะเสียหลักชนกำแพง กู้ภัยช่วยระทึก สุดท้ายยื้อชีวิตไม่สำเร็จ

วันนี้ (19 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุรถกระบะเสียหลักชนกำแพงและชนร้านส้มตำ มีผู้บาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนปากนคร – นาวง หน้าโรงน้ำแข็ง พื้นที่หมู่ 4 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ๊ง ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุพบ รถกระบะสี่ประตู ยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์สีดำ ทะเบียน บบ 9340 ภูเก็ต สภาพชนอัดติดกับกำแพงพังเสียหาย ตรวจสอบห้องผู้โดยสารพบผู้บาดเจ็บ 3 ราย  1 ในนั้นบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เป็นคนขับทราบชื่อ คือ นายธิติวุฒิ บัวจันทร์ อายุ 46 ปี ศรีษะเป็นแผลฉกรรจ์ แต่ยังมีสัญญาณชีพ เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถ ก่อนนำร่างผู้บาดเจ็บออกจากซากรถ พบสัญญาณชีพอ่อน จึงทำ CPR ใช้เวลาประมาณ 15 นาที สัญญาณชีพผู้บาดเจ็บจึงกลับมา และนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ให้แพทย์ช่วยเหลือ ต่อมา นายธิติวุฒิ ผู้บาดเจ็บ อาการสาหัส ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย 1 ในนั้นเป็นแม่ค้าส้มตำแผงลอยในที่เกิดเหตุ โชคดีไหวตัวทันกระโดดออกจากที่เกิดเหตุได้ทัน จึงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ผู้โดยสารรถกระบะคันเกิดเหตุจำนวน 2 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน ส่วนสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พายุฝนถล่ม! หักโค่นต้นเทียม อายุกว่า 60 ปี ทับบ้านเรือนประชาชนเสียหาย

พายุฝนถล่ม! หักโค่นต้นเทียม อายุกว่า 60 ปี ทับบ้านเรือนประชาชนเสียหาย

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (19 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุพายุฝนกระหน่ำและลมกรรโชกแรงในพื้นที่หมู่ 6 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ทำให้บ้านเรือนของประชนได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน โดยเฉพาะที่บ้านของ นายอภัยรัญ เจริญรูป อายุ 55 ปี ต้นเทียมอายุ 66 ปี ที่ปลูกข้างบ้านหักโค่นทับหลังคาบ้าน ส่งผลให้กระเบื้องมุงหลังคากว่า 30 แผ่น ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ สิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น หม้อหุงข้าว ตู้เย็น รวมทั้งเครื่องครัวได้รับความเสียหายจากน้ำฝนที่รั่วเทลงผ่านหลังคาที่ได้รับความเสียหายอีกด้วย

ทั้งนี้ น.ส.วิยดา เจริญรูป อายุ 30 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะที่ตนและคนในครอบครัวรวม 5 คน นอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องโถงของบ้าน ระหว่างนั้นเกิดลมพายุฝนอย่างรุนแรงนานประมาณ 20 นาที ตนจึงลุกขึ้นไปสำรวจที่หน้าบ้าน ปรากฏว่าเกิดเสียงต้นเทียมขนาดใหญ่ อายุ 66 ปี ที่ปลูกข้างบ้านถูกแรงลมหักโค่นลงมาทับหลังคาบ้าน บริเวณห้องครัว ทำให้หลังคามุงกระเบื้อง รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องครัวได้รับความเสียหาย โชคดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในห้องครัว และโชคดีที่ต้นเทียมขนาดใหญ่ไม่หักโค่นลงมาทับตรงกลางบ้าน จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ล่าสุดทางนายสมพงษ์ ขวัญเมือง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลทุ่งสัง พร้อมผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือต่อไป