เพจดังแชร์คลิปหวิว! ภาพต่างชาติเล่น จ้ำจี้’ กับสาวไทยในสระว่ายน้ำ

เพจดังแชร์คลิปหวิว! ภาพต่างชาติกำลังเล่น “จ้ำจี้” กับสาวไทย ในงานปาร์ตี้สระว่ายน้ำ

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “โครตห้าว v.4” ได้แชร์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 53 วินาที ซึ่งเป็นภาพงานปาร์ตี้สระว่ายน้ำที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานปาร์ตี้จำนวนมาก แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นชายชาวต่างชาติและหญิงไทยบางคน ได้มีการกระทำที่ไม่เหมาะสมด้วยการกอดจูบกันและมีกิจกรรมลักษณะคล้ายการร่วมเพศในสระน้ำ จนมีคนในโลกโซเชียล เข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบกันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด (19 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา และได้รับการเปิดเผยว่า เบื้องต้นเห็นโพสต์ดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบและหาเบาะแสว่า เหตุการณ์ปาร์ตี้สระว่ายน้ำที่ปรากฏในคลิปวีดีโอ จัดที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เมื่อทราบสถานที่และวันเวลาที่จัดงานแล้ว จึงจะทำการสอบสวนเจ้าของโรงแรม

อย่างไรก็ตาม หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงและเข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็จะได้ดำเนินการกับบุคคลที่ปรากฏในคลิป รวมถึงเจ้าของโรงแรม ที่ปล่อยปละละเลยให้ลูกค้าทำการแบบนี้ และถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพราะทำให้พัทยาเสียชื่อเสียงและถูกมองในด้านลบ

แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 แจงดราม่าเรื่องติดป้ายขายด่วนตลาดท่าพล

แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 แจงดราม่าเรื่องติดป้ายขายด่วนตลาดท่าพล พร้อมสั่งกำชับให้ จนท. ยึดหลักความถูกต้องตามกฎหมาย เตือนหากใครฝ่าฝืนมีโทษ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 6 กรมทางหลวง กล่าวชี้แจงถึงกรณีเจ้าของตลาดสดไทยพัฒนาท่าพล ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ สุดเซ็งจนต้องติดป้ายขายด่วนตลาดสด หลังถูกมาตรการจัดระเบียบห้ามจอดรถ (ตีเส้นขาวแดง) ริมถนนสายหลักบริเวณหน้าตลาด แม้จะต่อรองขอให้กำหนดเป็นจุดหยุดรถแทน (ตีเส้นขาวเหลือง)

แต่ทางแขวงไม่ยินยอมจนทำให้ตลาดสดเริ่มซบเซา และแม่ค้า พ่อค้า รวมทั้งประชาชนได้รับผลกระทบว่า เนื่องจากมีการร้องเรียนถึงการจำหน่ายสินค้าบนช่องจราจร บริเวณหน้าตลาดท่าพล โดยแขวงฯ จึงได้ร่วมประชุมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งหลังสุดนอกจากจะมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้วยังมีผู้ค้าในตลาดสดอีกราว 50 คน เข้าร่วมประชุมด้วย จึงมีมาตรการจัดระเบียบถนนบริเวณหน้าตลาดสดท่าพล

ที่ประชุมมีมติให้จัดระเบียบผู้ค้าขายบริเวณฟุตบาทและบริเวณผิวจราจรหน้าตลาดท่าพล ให้ย้ายเข้าไปขายในบริเวณตลาดท่าพลให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 กรณีขายของบริเวณฟุตบาท มีความผิดตามมาตรา 38 ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และ กรณีขายของบริเวณผิวจราจรในทางคู่ขนาน มีความผิดตามมาตรา 44 ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือ ปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ให้เชิญเจ้าของตลาดมาหารือเรื่องให้ผู้ค้าเข้าไปขายของในตลาดอีกครั้ง

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ได้ทำเครื่องหมายจราจรตีเส้น (ขาว–แดง)บริเวณขอบทาง โดยห้ามจอดรถบริเวณริมถนนสายหลักบริเวณหน้าตลาดท่าพล หากฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตร 41 ผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 73/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับทางคู่ขนานด้านในจะดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนจัดระเบียบต่อไป เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชน

อย่างไรก็ตาม ขอเรียนว่าได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติทางหลวง(ฉบับที่2)พ.ศ. 2549 และ ไม่สามารถดำเนินการในส่วนที่ขัดกับกฎหมายได้ รวมทั้งดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและผู้ใช้เส้นทางหลักเป็นสำคัญ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ(ชนท้าย) เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนไม่มีเจตนากลั่นแกล้งแต่อย่างใด หากมีปัญหาข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 เลขที่ 213 ถ.สามัคคีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000 โทร. 0-5671-1443 โทรสาร 0-5672-1803

หนุ่มเก๋งดำ ตั้งใจถอยรถชนคันอื่นที่จอดก่อน เพื่อเข้าจอดแทนที่

หนุ่มเก๋งดำ ตั้งใจถอยรถชนคันที่จอดไว้ก่อน เพื่อเข้าจอดแทนที่ เข้าพบตำรวจตกลงค่าเสียหาย ยอมชดใช้คู่กรณี

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Anuchid Thakham” ได้โพสต์ข้อความและภาพจากกล้องวงจรปิดในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง จับภาพชายหนุ่มขับรถเก๋งสีดำ เข้ามาบริเวณที่จอดรถ ก่อนจะเเสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยการลงจากรถเพื่อไปดันรถของคนอื่นที่จอดอยู่ก่อนแล้ว หวังจะถอยรถของตัวเองเข้าไปด้านใน อีกทั้งยังถอยและขับชนคันอื่น ซึ่งใช้ตัวรถดันให้รถคันอื่นเคลื่อนที่จำนวน 3 คันได้รับความเสียหาย โดยผู้เสียหายรายนี้ ระบุว่า “จอดรถซ้อนคันโปรดระวัง ดันรถแบบนี้ก็ได้เหรอ รถคนอื่นเขาเสียหายหมด เหตุเกิด 22.26 น. จงใจดันรถชน และขับรถตัวเองดันชนรถคนอื่น จนได้รับความเสียหาย” ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วความคืบหน้า

ล่าสุด (19 ส.ค. 61) มีรายงานว่า คู่กรณีที่ก่อเหตุและเจ้าของรถยนต์ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ศุภชัย ศรีสุระ รองสว.สอบสวนสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อตกลงค่าเสียหายกับผู้ก่อเหตุ

ทั้งนี้  นายอนุชิต ทาคำ อายุ 27 ปี (ผู้เสียหาย) เปิดเผยว่า ตนเองเดินทางมาเจรจาค่าเสียหาย เพราะรถของตนกันชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกชนจนได้รับความเสียหาย ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ที่ก่อเหตุขับรถชนรถตนเองนั้นได้ยอมรับผิดทั้งหมดและยอมชดใช้ค่าเสียหาย แต่เมื่อตนถามว่าเพราะอะไรถึงทำอย่างนี้ทางด้านคู่กรณีก็ไม่ขอตอบถึงเหตุผลที่ทำลงไป และรถที่เสียหายในครั้งนี้มีประมาณ 3 คัน รถของตนเองจอดอยู่ด้านในสุด

ด้าน นายศุภชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี (ผู้ก่อเหตุ) เปิดเผยว่า ตนเองไม่ขอเล่าถึงเหตุผลที่ทำลงไป และขอไกล่เกลี่ยคู่กรณีทั้งหมดว่า ตนเองจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งตนเองได้เช่าพักที่คอนโดแห่งนี้มานานแล้วประมาณ 1 ปี โดยเดินทางไปๆ มาๆ และไม่มีการระบุช่องจอด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนอยากขอโทษสังคมในสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไป และอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ว่าจะทำอะไรให้คิดก่อน

ขณะที่ ร.ต.อ.ศุภชัย ศรีสุระ รองสารวัตรสอบสวนสอบสวนสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นทางผู้เสียหายได้แจ้งความไว้แล้วและทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาทำให้เสียทรัพย์ซึ่งจากภาพก็เห็นว่ามีการขับรถชนรถผู้อื่นและเข็นรถผู้อื่นจนได้รับความเสียหาย  แต่ถ้าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงค่าเสียหายกันได้ก็สามารถถอนการแจ้งความร้องทุกข์ได้เช่นกัน