นิด้าโพล เผยประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยให้กัญชาเป็นยารักษาโรค

NIDA โพล เผย ประชาชน 72.40 % เห็นด้วยให้ “กัญชา” เป็นยารักษาโรค ถูกกฎหมาย

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “กัญชา ประโยชน์ หรือ โทษ” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 16 – 17 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อถามถึงการทราบหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับประโยชน์ของ กัญชา ที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.24 ระบุว่า ทราบ/เคยได้ยิน ร้อยละ 31.36 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่เคยได้ยิน และร้อยละ 0.40 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีกฎหมายเฉพาะให้ใช้ กัญชา เป็นยารักษาโรคโดยถูกกฎหมายในอนาคต พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.40 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ กัญชามีประโยชน์หลายอย่าง น่าจะใช้ในการรักษาโรคได้ ถ้านำมาใช้กับทางการแพทย์ก็คาดว่าน่าจะเกิดประโยชน์อย่างมาก ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต่างประเทศก็ทำกัน รองลงมา ร้อยละ 24.96 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ถ้าทำให้ถูกฎหมายจะมีผลเสียมากกว่าผลดี ไม่สามารถควบคุมได้ และมีการลักลอบนำมาใช้เสพเป็นสารเสพติด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ เช่น ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น และร้อยละ 2.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทำให้ กัญชา ถูกกฎหมายเพื่อการรักษาโรค พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.12 ระบุว่า กำหนดให้มีการใช้กัญชาได้เฉพาะบางสถานที่ที่ได้รับอนุญาต เช่น โรงพยาบาล เท่านั้น รองลงมา ร้อยละ 36.48 ระบุว่า กำหนดให้มี การปลูกได้เฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ร้อยละ 29.04 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและลงโทษขั้นรุนแรงกับผู้ที่กระทำผิด ร้อยละ 19.92 ระบุว่า สร้างความรู้/จิตสำนึกให้กับประชาชนถึงประโยชน์และโทษของกัญชา ร้อยละ 8.88 ระบุว่า นำกฎหมาย ของต่างประเทศที่กัญชาถูกกฎหมายมาปรับใช้กับกฎหมายไทย ร้อยละ 6.88 ระบุว่า การเปิดเสรีการค้ากัญชาแบบถูกกฎหมาย เพื่อการรักษาโรค ร้อยละ 1.44 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ มีการนำเสนอข้อมูลการวิจัยที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้กัญชา ถูกกฎหมาย เพราะยังถือว่าเป็นสิ่งเสพติด และร้อยละ 3.52 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

จ.แพร่ เตือนชาวบ้านริมแม่น้ำยม เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง

อำเภอสอง อำเภอหนองม่วงไข่ และอำเภอเมืองแพร่ แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยมให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง

นายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุเบบินคา ทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ปง และ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้น โดยที่สถานีอุกวิทยา Y20 บ้านห้วยสัก ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 9.16 เมตร ห่างจากระดับตลิ่ง 12 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากความจุสูงสุดที่รองรับได้ 3,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำทรงตัวและเริ่มลดลงแล้ว

โดยปริมาณน้ำดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง จึงจะเคลื่อนผ่านมาถึงสถานีอุกวิทยา Y1C บ้านน้ำโค้ง ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ ซึ่งระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 10 – 15 เซนติเมตรต่อชั่วโมง ขณะนี้ระดับน้ำสูง 5.33 เมตร ปริมาณน้ำ 541.90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อยู่ในภาวะเฝ้าระวัง

ด้านนายอำเภอสอง อำเภอหนองม่วงไข่ และอำเภอเมืองแพร่ ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยมให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงแล้ว และหากปริมาณน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่สูงขึ้นถึงระดับวิกฤต เทศบาลเมืองแพร่ได้เตรียมปิดกั้นประตูระบายน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่บริเวณประตูศรีชุม หน้าศาลจังหวัดแพร่ เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับพื้นที่สำคัญในเขตเทศบาลเมืองแพร่ต่อไป

ขอบคุณ ปชส.จังหวัดแพร่

ตำรวจบุกทลายปาร์ตี้ยา พบ ‘เมล เทคมีเอ้าท์’ ร่วมก๊วนด้วย

ตำรวจ บก.น.4 รว่มกับ ตำรวจ 191 และ สน.วังทองหลาง บุกเข้าทลายปาร์ตี้ยาเสพติดภายในซอยประดิษฐ์มนูธรรม 3 พบ ‘เมล เทคมีเอ้าท์’ ร่วมก๊วนด้วย

ตำรวจ บก.น.4 รว่มกับ ตำรวจ 191 และ สน.วังทองหลาง นำกำลังบุกเข้าทลายปาร์ตี้ยาเสพติดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านกลางกรุงฯ ภายในซอยประดิษฐ์มนูธรรม 3 เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา อาจณรงค์ และจับกุมวัยรุ่นทั้งหมดได้รวม 28 คน พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดหลายประเภท โดยมีนายธีรพงษ์ กุลวงศ์ อายุ 30 ปี รับเป็นเจ้าของบ้าน

จากการสอบสวนทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวมักมีการเปิดเพลงเสียงดังและมีกลุ่มวัยรุ่นนัดรวมตัวกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยจะจอดรถหรูอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ 1 ในผู้ที่ถูกจับกุมครั้งนี้คือนายจิตวุฒิ เฉยเจริญ หรือ เมล เทคมีเอ้าท์ไทยแลนด์ ซีซั่น 8
และเป็นโปรแกรมเมอร์รวมทั้งนักพัฒนาระบบชื่อดัง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนวัยทำงานที่นามสกุลมีชื่อเสียงเรียนจบสถาบันชื่อดังมีร่วมปาร์ตี้ยาเสพติดนี้ด้วย