กฏหมายใหม่ รัฐอิลลินอยส์ ไฟเขียวแพทย์สั่งจ่ายกัญชาเป็นยาแก้ปวด

รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ออกกฎหมายฉบับใหม่ อนุญาตให้แพทย์ในเขตรัฐ สามารถสั่งจ่ายกัญชาเป็นยาแก้ปวดได้ เพื่อต่อต้านการใช้โอปิออยด์ (Opioid)สารสกัดจากฝิ่นที่กำลังแพร่ระบาด

วันที่ 29 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณีที่นายบรูซ เราเนอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ ของพรรครีพับลิกัน ลงนามอนุมัติกฎหมายฉบับใหม่ ที่อนุญาตให้แพทย์สั่งจ่ายกัญชาเป็นยาบรรเทาปวดได้ โดยกฎหมายฉบับนี้สร้างโครงการนำร่อง ซึ่งรวมถึงมาตรการป้องกันการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างไม่ถูกต้อง โดยให้มีผลในทันทีในวันเดียวกัน

นางเคลลี แคสซิดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรพรรคเดโมแครตจากเขตเมืองชิคาโก ผู้นำเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า เป็นแผนการปฏิรูปการรักษาอาการปวด และทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขรัฐอิลลินอยส์ ระบุว่า ประชาชน 11,000 คนเสียชีวิต จากการใช้สารโอปิออยด์ (Opioid) ซึ่งเป็นสารสกัดจากฝิ่นเกินขนาด ระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2559 ชาวอเมริกันเสพติดยาแก้ปวด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภาวะเครียดและอาการเจ็บปวดเรื้อรังบั่นทอนสุขภาพ ดังนั้นการใช้กัญชาในทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย เพื่อลดอัตราการตายจากเทคยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์

ที่มา www.chicagotribune.com

ธุรกิจขนอัลปาก้าเฟื่องฟู ส่งขายจีนทำพรม-เครื่องนอน

นอกจากความน่ารักของอัลปาก้าแล้ว ขนของพวกมันก็กำลังทำให้อุตสาหกรรมฟาร์มอัลปาก้าในออสเตรเลียเติบโตอย่างรวดเร็ว

วันที่ 30 ส.ค. 25461 ในช่วงเรื่องเล่ารอบโลกในรายการ Good Morning Thailand ทางช่อง MONO29 รายงานเรื่องราวของธุรกิจการซื้อขายขนอัลปาก้า ด้วยคอที่ยาวและขนที่นุ่ม จึงทำให้อัลปาก้ามีความโดดเด่น ทำให้เกิดธุรกิจการซื้อขายขนของมันขึ้น

ขนของอัลปาก้าขึ้นชื่อในเรื่องความอ่อนนุ่ม และเหมาะที่จะนำมาทำเป็นเสื้อผ้าปีเตอร์ ฮาร์ฟอร์ด เกษตรกรเลี้ยงอัลปาก้า ระบุว่า เขาไม่ได้ลำเอียง แต่ขนของอัลปาก้า เป็นเส้นใยที่ดีที่สุดและนุ่มมาก และคุณสมบัติเหล่านี้จึงดึงดูดความสนใจจากโรงงานผลิตในจีนหลายแห่ง

เกษตรกรที่เลี้ยงอัลปาก้าหลายสิบคนจากทั่วรัฐนิวเซาท์เวลส์ วิกตอเรีย และเซาท์ออสเตรเลียได้จัดตั้งสหกรณ์เพื่อเพิ่มการส่งออกในแต่ละเดือน ขนอัลปาก้าดิบอย่างน้อย 10 ตัน ถูกส่งไปเข้ากระบวนการผลิตในจีนมันถูกนำไปผลิตเป็นเครื่องนุ่งห่ม พรม และเครื่องนอน

อัลปาก้า

มิก วิลเลียมส์ เกษตรกรเลี้ยงอัลปาก้า บอกว่า เรากำลังพูดถึงธุรกิจอัลปาก้า ที่กำลังขยายตัวขึ้น จากจุดซึ่งเป็นที่รู้จักไปจนถึงอุตสาหกรรมที่กำลังพัฒนา แม้ว่าธุรกิจนี้จะกำลังเติบโต แต่ความท้าทายของออสเตรเลียในขณะนี้ก็คือ การทำให้เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจอัลปาก้ามากขึ้นซึ่งถ้าหากว่ามันไม่เกิดขึ้น ก็กลัวว่าผู้นำเข้าของจีนอาจจะมองหาตลาดอื่น

วิลเลียมส์ ระบุว่า แม้ว่าพวกเขาจะมีอัลปาก้าถึง 70 ล้านตัวเท่ากับแกะ พวกเขาก็ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดจีนได้ แต่เราจะพยายามเท่าที่เรามี โดยปัจจุบัน เกษตรกรเลี้ยงอัลปาก้าต้องเตรียมตัวสำหรับอนาคต เพื่อให้เพิ่มความสามารถในการส่งออก