เหยื่อแชร์ลูกโซ่! ล่ารายชื่อ 5 แสนคน เสนอแก้กฎหมายเพิ่มโทษ

เหยื่อแชร์ลูกโซ่! ล่ารายชื่อ 5 แสนคนเสนอ แก้กฎหมายเพิ่มโทษ คัดค้านการประกันตัว

วันนี้ ( 30 ส.ค.61) ที่ ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมรายชื่อประชาชน 420,000 รายชื่อ ที่สนับสนุนให้มีการแก้กฎหมายปรับปรุงการดำเนินคดีกับพวกแชร์ลูกโซ่ โดยมีกลุ่มผู้เสียหายประมาณกว่า 50 คน ที่ร่วมใส่เสื้อที่มีข้อความว่า ”คนไทยต้องไม่ถูกโกง” ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อทวงถามถึงเรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาของแชร์ลูกโซ่ ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ นายสามารถ กล่าวว่า เพราะคนในสังคมยังถูกโกงอยู่ เราจึงได้ข้าราชการโกง นักการเมืองโกง วันนี้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศออกมาเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง แล้วใครจะดูแล เราเห็นนายกฯ ท่านทำดีแล้ว จัดคณะทำงานขึ้นมาแล้วจึงมาทวงถาม ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ประเทศไม่ได้อยู่ได้เพราะประธิปไตย เพราะรัฐธรรมนูญ หรือเพราะกฎหมาย แต่อยู่ได้เพราะพลเมืองดี ที่ไม่ควรอยู่ในกระบวนการทุจริต

ผมนายสามารถ เจนชัยจิตร​ว​นิช​ ขออาสาเป็นตัวแทน ประชาชน 420,000 รายที่ไม่ได้รับความยุติธรรม ” ผมจะเรียกร้อง​ให้ชาวบ้านให้ได้เงินคืน และ พร้อมเข้าไปผลักดัน​กฎหมายให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้เงินคืนโดยเร็วที่สุด.และสำคัญที่สุดคือ “คนไทยต้องไม่ถูกโกง” ใครสนใจร่วมเป็น 5 แสนคนที่จะแก้กฏหมายให้คนไทยไม่ถูกโกง ”

อย่างไรก็ตามวันนี้ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม “คณะกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ ครั้งที่1/2561” ณ ห้องประชุม109 ชั้น1 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

แม่ฮ่องสอน แจ้งเตือนทุกอำเภอ ระวังน้ำป่า-ดินโคลนถล่ม

กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน แจ้งให้อําเภอเฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 28-31 สิงหาคม 2561

วันนี้(30 ส.ค.) นายประจวบ อาจารพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ด่วนที่สุด ที่ มท 06140 (กอปภ.ก.) /ว 148 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ร่วมกับสํานักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่าและปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่ประสบอุทกภัย น้ำไหลหลากและดินโคลนถล่ม ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประเทศไทยตอนบน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เคลื่อนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้ประเทศไทย ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นอย่างต่อเนื่องไปอีก 2-3 วัน

กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงขออําเภอเฝ้าระวังสถานการณ์ โดยเฉพาะดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามสถานการณ์ปริมาณฝนสะสมที่ตกในพื้นที่ และการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำที่อาจส่งผลให้บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ที่มีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่เดิมและอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มาก ซึ่งจะต้องทําการระบายน้ำเพิ่มขึ้น อาจทําให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 28-31 สิงหาคม 2561 ในอําเภอแม่สะเรียง 7 ตําบล 30 หมู่บ้าน อําเภอแม่ลาน้อย 5 ตําบล 27 หมู่บ้าน อําเภอปางมะผ้า 4 ตําบล 31 หมู่บ้าน อําเภอปาย 7 ตําบล 52 หมู่บ้าน อําเภอสบเมย 5 ตําบล 15 หมู่บ้าน และอําเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 6 ตําบล 43 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเน้นย้ำการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จึงขอให้อําเภอทุกอําเภอ ดําเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ที่มีภูเขาสูงชัน พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มและพื้นที่ที่เคยเกิดมาก่อน ให้ติดตามข้อมูลปริมาณน้ำฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมง 

หากมีข้อบ่งชี้จะเกิดภาวะเสี่ยงหรืออันตรายต่อประชาชน ให้ดําเนินการแจ้งและอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย ตามแผนป้องและบรรเทาสาธารณภัยของอําเภอ แจ้งประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารสภาพน้ำท่า สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยให้ปฏิบัติตามคําแนะนําจากทางราชการอย่างเคร่งครัด ให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมพร้อมทรัพยากรเครื่องจักรกลและกําลังเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานในการอํานวยความสะดวก ให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง ให้ใช้ประโยชน์จากหอกระจายข่าวในหมู่บ้านในการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ให้ใช้อุปกรณ์เตือนภัยในพื้นที่ เช่น หอเตือนภัย หอเตือนภัยขนาดเล็ก แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่โดยทันที ให้อําเภอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน การเตรียมความพร้อมและหากเกิดสถานการณ์ ให้รายงานมายังกองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใน 24 ชั่วโมง ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 5361 4313 

ชายชรากินอาหารทะเลดิบ ติดเชื้อ เกิดแผลพุพองหนัก ต้องตัดมือทิ้ง

ชายชราชาวเกาหลีใต้ รับประทานอาหารทะเลดิบ และติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ ทำให้มีแผลพุพองที่มืออย่างรุนแรง จนต้องตัดมือข้างหนึ่งทิ้ง

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ อ้างอิงข้อมูลจาก วารสารนิวอิงแลนด์เจอร์นัลออฟเมดิซิน เผยแพร่ข้อมูลเมื่อเดือนกรกฎาคมกรณีที่ ชายเกาหลีเหนือวัย 71 ปี เกิดการติดเชื้อที่มือ มีแผลพุพองขนาดใหญ่ หลังจากกินอาหารทะเลดิบ ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นที่ต้องตัดมือข้างซ้ายทิ้ง

ภาพประกอบข่าว

รายงานระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคความดันโลหิตสูง และเป็นเป็นโรคไต รวมถึงต้องเข้ารับการฟอกไต ทั้งนี้ชายคนนี้เป็นไข้มานาน 2 วัน และมีอาการเจ็บปวดที่มือข้างซ้าย ทั้งยังบวมขึ้นมาอย่างผิดปกติ หลังจากกินอาหารทะเลดิบเข้าไปได้ได้ 12 ชั่วโมง

รายงานระบุว่า คนไข้รายนี้ ติดเชื้อชื่อว่า ‘วิบริโอ วัลนิฟิคัส’ แบคทีเรียที่พบในน้ำทะเล ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อมักติดเชื้อเพราะกินอาหารทะเลดิบหรือไม่ผ่านความร้อนจนสุก ซึ่งอาการหลังจากติดเชื้อชนิดนี้คือเนื้อของผู้ป่วยจะเน่าและสลาย  โดยอาหารทะเลที่มีความเสี่ยงว่าจะมีแบคทีเรียชนิดนี้คือ ‘หอยนางรม’

หลังจากนั้น ผู้ป่วยรายนี้ ได้เดินทางไปพบแพทย์ที่มหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งชาติชนบก เมืองจอนจู ประเทศเกาหลีใต้ โดยแพทย์ตรวจพบว่า แผลที่มือของคนไข้ มีขนาดใหญ่ราว 3.5 คูณ 4.5 เซนติเมตร และขยายใหญ่ทั่วทั้งมือซ้าย แพทย์จึงรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แต่เนื้อเยื่อบนมือซ้ายของผู้ป่วยได้ตายไปจำนวนมาก จนต้องตัดมือซ้ายทิ้งหลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนาน 25 วัน โดยหลังจากผ่าตัด ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นและเดินทางกลับบ้านได้หลังพักรักษาตัวแล้ว

ที่มา www.buzzfeednews.com ,www.thesun.co.uk