ศาลสั่งประหารชีวิต 4 แก๊งค้ายาข้ามชาติ สารภาพ 2 คน เหลือคุกตลอดชีวิต

ศาลสั่งประหารชีวิต 4 แก๊งค้ายาข้ามชาติ “ไต้หวัน-ไทย-มาเลย์” ขนไอซ์ลงใต้ – รับสารภาพ 2 คน เหลือคุกตลอดชีวิต-ปรับ 2.4 ล้านบาท

ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาแก๊งยาเสพติดข้ามชาติสัญชาติไต้หวัน-มาเลเซีย ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเซียง หมี่ ซื่อ หรือจิมมี่ หรือเก็กกอ เถ้าแก่ภาคเหนือ (Cheng Mi Hsu) อายุ 70 ปี สัญชาติไต้หวัน , น.ส.วิภารัตน์ การดี อายุ 51 ปี สัญชาติไทย ชาวเชียงใหม่ , นายตัน ฮัน เซียง หรือาตัน สัญชาติมาเลเซีย และนางวลัยพรรณ เพ็ชรพงษ์ หรือเจ้ฟ่ง หรือฟ่งเจี่ย อายุ 66 ปี สัญชาติไทย ชาวเชียงราย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และข้อหาอื่น

จากกรณีเมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. 2559 จำเลยทั้งสี่ และนายชาง คิม ซุย (Chang Kim Sui) , นายลิม เยียน ฮุย (Lim Yean Hooi) สองจำเลยที่ถูกศาลอาญานี้พิพากษาลงโทษไปแล้ว กับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมกันวางแผนจัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียง ยาเสพติด (ยาไอซ์) แล้วนำไปส่งมอบให้ลูกค้า โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ ลงพื้นที่ภาคใต้ของไทย

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานตามฟ้องและทางนำสืบโจทก์แล้ว รับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1-4 เป็นความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 การกระทำนั้นเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จึงพิพากษา ให้ประหารชีวิต จำเลยที่ 1-4 ปรับรวม 2.4 ล้านบาท

โดย จำเลยที่ 1-2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก จำเลยที่1-2 ไว้ตลอดชีวิต และปรับคนละ1.2 ล้านบาท ส่วน จำเลยที่ 3-4 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี คงโทษประหารชีวิตและปรับ 2.4 ล้านบาท

นักศึกษา ม.รังสิต ลูกชายนายกเล็ก อบต.เชียงรากใหญ่ ขับเจ็ทสกีคว่ำจมน้ำ ยังไม่พบตัว

นักศึกษา ม.รังสิต ลูกชายนายกเล็ก อบต.เชียงรากใหญ่ ขับเจ็ทสกีคว่ำจมลงไปกลางน้ำ ยังไม่พบตัว

วันที่ 16 ส.ค. 61 เมื่อเวลา 15.40 น. พ.ต.ท.ภูริภัทร ภูเมฆ สารวัตรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้สูญหายภายในน้ำเนื่องจากเรือเจ็ตสกีพลิกคว่ำเหตุเกิดกลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดสามัคคิยาราม ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูพร้อมทีมเรือและชุดประดาน้ำ

ในที่เกิดเหตุบริเวณท่าน้ำหน้าวัดพบอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำเรือเจ็ทสกีสีส้มดำ ยี่ห้อ Sea-Doo rxp 300rs ลอยอยู่กลางแม่น้ำนำมาไว้ริมตลิ่ง เจ้าหน้าที่จึงด้ช่วยกันลากเข้าฝั่ง โดยมีนายสน สิริสุวพิน อายุ 41 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ชี้จุดที่พบเรือเจ็ตสกีพลิกคว่ำเพื่อบอกพิกัดให้ทีมนักประดาน้ำลงงมค้นหา

นายสน สิริสุวพิน เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 15.30 น.ขณะที่ตนนั่งอยู่ที่ริมน้ำพบเรือเจ็ตสกีดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วสูงก่อนที่เรือจะเหินคลื่นน้ำซึ่งผู้ขับขี่นั้นสวมเพียงหมวกกันน๊อคไม่สวมเสื้อชูชีพ หลังจากเรือพลิกคว่ำไปผู้ขับขี่พยายามว่ายน้ำเพื่อตามเรือที่ลอยออกห่างตัวไปเรื่อยตามคลื่นน้ำ ก่อนจะจมหายไปตนเองจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานหน่วยกู้ภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือ

ต่อมาญาติและกลุ่มเพื่อนได้เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมเปิดเผยว่า ผู้ที่ขับขี่เรือดังกล่าวคือนายสุชาติ ประเสริฐสุข อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษา ม.รังสิต ชั้นปีที่ 1 คณะวิศวะกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของนายเสวก ประเสริฐสุข นายก อบต.เชียงรากใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุปกติก็เคยขับขี่เจ็ตสกีบ่อยครั้ง ทีมนักประดาน้ำของอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูยังคงลงงมค้นหาบริเวณจุดที่มีพยานระบุว่าผู้ขับขี่จมหายไป

ล่าสุดเวลา 20.30 น. ก็ยังไม่พบตัวผู้ขับขี่แต่อย่างใด ซึ่งได้เพิ่มอุปกรณ์ส่องสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงงมค้นหาและป้องกันอุบัติเหตุแล้ว

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุเบบินคา ฉบับที่ 26

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุเบบินคา ฉบับที่ 26 ส่งผลทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

วันนี้ (16 ส.ค. 61) เมื่อเวลา 22.00 น. พายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 100 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 19.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 16 กม./ชม. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่ง ประเทศเวียดนามตอนบนในวันพรุ่งนี้ (17 ส.ค. 61) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาว ในวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ลักษณะเช่นนี้ส่งผลทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

ในช่วงวันที่ 17-18 สิงหาคม 2561

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

ในวันที่ 19 สิงหาคม 2561

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และตาก

ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่ง

จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง