มีมติรื้อให้หมด! บ้านพักตุลาการ พ้นป่าดอยสุเทพ

คณะกรรมการมีมติรื้อให้หมด! บ้านพักตุลาการ พ้นป่าแหว่ง ดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่

วันนี้(16 ส.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างในกรณีก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ และเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน หลังใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปร่วมกัน 3 ข้อ คือ เห็นควรให้การรื้อย้ายในส่วนบ้านพัก 45 หลัง โดยกำหนดระยะเวลาเร่งด่วน

ทั้งนี้ เห็นควรให้รื้อย้ายในส่วนอาคารชุด 9 หลัง โดยกำหนดกรอบระยะเวลา และมีเงื่อนไขให้ผู้พักอาศัย อยู่เดิมในส่วนอาคาร 9 หลัง ย้ายไปพักอาศัยอาคารชุด 4 หลัง นอกแนวที่สำนักงานธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่รังวัดไว้ ให้เต็มเสียก่อน หากไม่เพียงพอ ให้ขยายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และเห็นควรส่งมอบพื้นที่ ตามข้อ 1 และ 2 ให้กรมธนารักษ์โดยเร็ว

ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า พอใจการหารือครั้งนี้ แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องเร่งคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 2-3 เดือน ส่วนวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ทางเครือข่ายยังยืนยันว่ามีการชุมนุมที่ประตูท่าแพเหมือนเดิม เพื่อแสดงจุดยืนให้รื้อบ้านพักตุลาการ พร้อมกับรอฟังคำตอบจากรัฐบาล

ส่วนผลการประชุมหารือวันนี้คณะกรรมการฯ จะเร่งสรุปผลการหารือ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน และจะส่งมอบให้กับตัวแทนรัฐบาลเพื่อให้ทันการประชุมมติคณะรัฐมนตรี

นายอำเภอบางละมุง นำทีมบุกจับโรงงานขยะอิเลคทรอนิกส์เถื่อน

นายอำเภอบางละมุง นำทีมบุกจับโรงงานขยะอิเลคทรอนิกส์เถื่อน สร้างปัญหามลพิษชุมชน 

วันนี้(16 ส.ค. 61) นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังร่วม เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง บุกเข้าตรวจสอบที่ โรงงานไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 18 ม.4 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าโรงงานดังกล่าวลักลอบขนถ่ายขยะอิเลคทรอนิกส์ สร้างมลพิษการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่ โดยภายในตัวอาคารของโรงงานพบกองขยะพลาสติกที่เป็นเศษซากของอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ จำพวกอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บดละเอียดแล้วบรรจุอยู่ในถุงบิ๊กแบ็คจำนวนกว่า 10 ตัน และวัสดุยังที่ไม่ได้บดละเอียดนับ 100 ตัน รวมถึงเครื่องจักรกลจำนวนมาก นอกจากนี้ยังได้จับกุมคนงานชาวต่างด้าวชาย-หญิง รวมทั้งสิ้น 7 คน และชายชาวจีนอีก 2 คน ซึ่งเป็นผู้ดูแลกิจการ กำลังทำงานอยู่ เบื้องต้นจึงควบคุมตัวไว้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบเอกสาร

นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้สืบทราบว่าโรงงานแห่งนี้ มีการลักลอบบดขยะอิเลคทรอนิกส์ สร้างปัญหามลพิษให้ชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย รวมทั้งเปิดโรงงานโดยไม่มีการขออนุญาตแต่อย่างใด จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาข่าวจนมั่นใจว่าโรงงานดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริง จนสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ดูแลกิตการโรงงาน ในฐานความผิด 1.ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอุนญาต 4.ใช้อาคารประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ศาลให้ประกันตัว ผอ.โรงเรียนโคราชฉาว กิ๊กเด็กนักเรียน ม.2

ศาลบัวใหญ่ ให้ประกันตัว ผอ.โรงเรียนโคราชฉาว ด้วยหลักทรัพย์เงินสด 2 แสนบาท เตรียมยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

จากกรณีคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ร้องเรียน นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผอ.โรงเรียน มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน หลังพบหลักฐานการพูดคุยทางแชทไลน์โทรศัพท์มือถือ ผู้ปกครองพาเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกันกับนักเรียน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่เพื่อให้ดำเนินคดีเอาผิด ผอ.ฉาว ในข้อหากระทำอนาจาร ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

วันนี้(16 ส.ค.) มีรายงานว่า ศาลจังหวัดบัวใหญ่ ได้พิจารณาหลักทรัพย์เงินสด 200,000 บาท และนายประกันแล้วจึงอนุญาตให้นายณฐาภพ บุญทองโพ อดีต ผอ.รร.ป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ ประกันตัวออกไป โดยนายณฐาภพ ได้หลบผู้สื่อข่าวออกทางด้านหลังศาล และขึ้นรถยนต์ของอดีตภรรยา ออกจากศาลไปทันที

โดยนายประกันได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ศาลว่านายณฐาภพ จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภายในสัปดาห์หน้านี้เพื่อต่อสู้ตามขบวนการยุติธรรมต่อไป