จับหนุ่มลำปางหัวใส ซื้อยาบ้ามาเสพแต่ราคาแพง จึงคิดค้นสูตรปั๊มเอง

บุกจับหนุ่มลำปางหัวใส ซื้อยาบ้ามาเสพแต่ราคาแพง จึงคิดค้นสูตรปั๊มเอง สุดท้ายถูกจับกุมตัวพร้อมของกลาง

วานนี้ (29 ส.ค. 61) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้อำนาจ ม.44 บุกเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านศรีดอนชัย ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ภายหลังจากสืบทราบว่า นายศักดิ์ชาย โกสุโท อายุ 32 ปี เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ทั้งนี้ เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึงพบ นายศักดิ์ชาย อยู่ภายในห้องนอน กำลังนั่งปั๊มยาบ้าอยู่ พร้อมอุปกรณ์ส่วนผสม ยาบ้าปั๊มเป็นเม็ดแล้ว จำนวนกว่า 300 เม็ด ที่ยังไม่ได้อัดเป็นเม็ดอยู่ภายในถ้วย และ อาวุธปืนขนาด 9 มม. ไม่มีทะเบียน พร้อมเครื่องกระสุน อีกจำนวน 9 นัด

จากการสอบถามผู้ต้องหา เบื้องต้น ยอมรับเสพยาบ้าจริง ซึ่งที่ผ่านมาซื้อยาบ้ามาเสพ ในราคาเม็ดละ 200 บาท แพงมาก จึงได้คิดค้นสูตรหรือส่วนผสมด้วยตนเองจากในอินเตอร์เน็ต ก่อนผลิตเครื่องปั๊มแบบใช้มือ ลองผิดลองถูกมานานและหลายครั้ง จนในที่สุดสามารถผลิตแบบเป็นเม็ดจนสำเร็จ พร้อมทั้งประทับตราอักษร WY บนเม็ดยา แต่อ้างว่า ผลิตไว้เสพเองพึ่งทำได้ไม่นาน ที่สำคัญในการผลิตเองแต่ละครั้งถ้าคิดเป็นเงินแล้วไม่ถึง 100 บาท จะได้ยาบ้าเป็นจำนวนมาก ต่างกับที่ซื้อยาบ้าจากที่อื่นมาเสพ ตกราคาเม็ดละ 200 บาท จนท้ายที่สุดถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้น จับกุมตัวเอาไว้ได้พร้อมของกลาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำตัวพร้อมของกลางในเบื้องต้นเป็นยาบ้า ไอซ์ อุปกรณ์ส่วนผสมในการผลิตยาบ้า ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งฝาย พร้อมทั้งนำยาบ้าส่งตรวจพิสูจน์ทราบอีกครั้งว่า มีส่วนผสมและปริมาณของสารแอมเฟตามินหรือไม่ เพื่อที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คุม 2 ผัวเมีย โจรอุ้มหมาลักทรัพย์ ทำแผน

ตำรวจควบคุมตัว 2 ผัวเมีย โจรอุ้มหมาลักทรัพย์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

วันนี้(30 ส.ค.) เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.ท.วิศิษฎ์ มะอักษร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองปทุมธานี กำลังชุดสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบรวมกว่า 50 นาย ได้ควบคุมตัวนายอภิชาติ บุญเรือง อายุ 42 ปี และ นางฑิญาตา บุญเรือง อายุ 38 ปี สองสามีภรรยาพร้อมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลนิสสันสีดำทะเบียนป้ายแดง ที่ออกตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์มาอย่างโชกโชนตลอด 15 ปีที่ผ่านมา

โดยการอุ้มสุนัขเบี่ยงเบนความสนใจเหยื่อ ก่อนลักทรัพย์สิน ซึ่งผู้เสียหายเรียกว่า “โจรอุ้มหมา”หลังหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ซอยเพิ่มศิลป์ ซอยพหลโยธิน 52 ทาวเฮาส์ 2 ชั้น กรุงเทพมหานคร โดยตำรวจ บช.ภ.1 ได้ติดตามจับกุมตัวไว้ได้เพื่อนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ ร้านเจ้หมวย จำหน่ายแห อวน กระชังปลา เลขที่99/15 หน้าหมู่บ้านฉัตรหลวง9 ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายก่อเหตุฉกทรัพย์นางรสสุคนธ์ วิมูลชาติหรือเจ้หมวย เจ้าของร้านขณะเตรียมสินค้าให้คนร้ายโดยคนร้ายได้ทรัพย์เป็นกระเป๋าถือสีดำ 1 ใบ ที่ตนเองใส่ไว้ในเกะตู้ลิ้นชักภายในมีสร้อยทองรูปพรรณน้ำหนัก5บาทและ1บาท รวมแล้ว20บาท พระเลี่ยมทอง10องค์ เงินสด30,000องค์รวมแล้วกว่า 4 แสนบาทไปโดยถูกก่อเหตุเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การทำแผนประกอบคำรับสารภาพในพื้นที่ จ.ปทุมธานี มีการทำเพียง 1 จุด คือร้านเจ้หมวย จำหน่ายแห อวน กระชังปลา เลขที่99/15 หน้าหมู่บ้านฉัตรหลวง9 ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี โดยคนร้ายสองสามีภรรยาได้ขับรถเก๋งป้ายแดงจะขับมาจอดริมทางก่อนที่คนร้ายซึ่งเป็นผู้หญิงจะลงมาเลือกซื้อไม้กวาดก่อนจะขึ้นรถไปหลังจากนั้นนำไม้กวาดไปใส่ที่ท้ายรถเก๋ง

ก่อนที่คนร้ายซึ่งเป็นชายที่เป็นสามีจะลงมาสั่งซื้อตาข่ายกับเจ้หมวย ทำให้เจ้หมวยเผลอ เพื่อไปจัดสินค้าให้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายฉกทรัพย์ที่ใส่ไว้ในเกะของโต๊ะลิ้นชักแล้วหลบหนีไป ซึ่งขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพนางรสสุคนธ์ วิมูลชาติหรือเจ้หมวย ได้พูดต่อว่าคนร้ายด้วยความเสียใจเพราะสูญทรัพย์ไปกว่า4แสนบาทและได้คือมาเพียงบางส่วน ขณะเดียวกันหลานๆของเจ้หมวยต่างพากันปรี่เข้ามาเพื่อจะทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อยต่างพากันเข้าห้ามปรามก่อนจะพาผู้ต้องหาขึ้นรถทันที ก่อนที่จะออกจากสถานที่ทำแผนเพื่อเดินทางไปชี้บ้านพักที่จ.นนทบุรีต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.วิศิษฎ์ มะอักษร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า สำหรับสุนัขของผู้ต้องหาหลังจากถูกจับกุมตัวได้แล้วนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบให้ญาติผู้ต้องหาเป็นผู้ดูแลเพราะในการก่อเหตุในพื้นที่สภ.เมืองปทุมธานีนั้นผู้ต้องหาไม่ได้นำสุนัขมาใช้ในการก่อเหตุ

รัฐบาลเตรียมจัดงานเลี้ยงขอบคุณ จนท.ช่วย ‘ทีมหมูป่า’ 6 ก.ย. นี้

รัฐบาลเตรียมซ้อมใหญ่งาน “รวมใจเป็นหนึ่งเดียว United as One” เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเลี้ยงขอบคุณคณะเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงาน “รวมใจเป็นหนึ่งเดียว United as One” เพื่อขอบคุณผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย ติดถ้ำหลวง ซึ่งจัดขึ้นที่พระลานพระราชวังดุสิต ว่า ในวันที่ 4 กันยายน เป็นการซ้อมย่อย และ 5 กันยายน เป็นวันซ้อมใหญ่ ส่วนวันงานจริงคือ 6 กันยายน ซึ่งผู้ปฏิบัติงาน 12,000 คน จะได้รับสำเนาพระราชกระแสทรงขอบใจ โดยมีผู้แทนขึ้นรับมอบบนเวทีจำนวน 300 คน

สำหรับจำนวนผู้เข้าร่วมงานจะมีประมาณ 6,100 คน โดยในส่วนของชาวต่างชาติ ได้รับรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศ ว่ามีผู้ตอบรับเข้าร่วมงาน 96 คน

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงคมนาคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมรถบัสรับ-ส่งผู้เข้าร่วมงาน พร้อมเตรียมสถานที่พักค้างคืนสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ที่ย่านพุทธมณฑล และกำหนดให้สนามหลวง เป็นจุดรวมพล โดยมีรถ ขสมก.รับ-ส่งมายังพื้นที่จัดงานตั้งแต่เวลา 16.30 น.

ขณะที่ งานจะมีขึ้นตั้งแต่ 18.00 – 21.00 น. โดยรูปแบบจะเป็นงานเลี้ยงขอบคุณ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานช่วยเหลือการปฏิบัติงาน พร้อมสดุดีขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีการแสดงดนตรีสื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่เลือกเชื้อชาติ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า สำหรับอาหารพระราชทานภายในงาน ประกอบด้วยอาหารหลากหลายเชื้อชาติ อาทิ ข้าวแกงเขียวหวานพริกขี้หนู ไก่ทอด กุ้งอบเกลือ สเต๊กไก่ ขาหมูหมั่นโถ บาบีคิว ไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ทองหยิบ ทองหยอด ซูชิ ปลาดิบ ก๋วยเตี๋ยว และเครื่องดื่ม