ฟังชัดๆ ตำรวจอ้างรถตราโล่ขี่ย้อนศรได้ ไม่ผิดกฎหมาย

คลิปหนุ่มใจถึง โต้เถียงนายตำรวจ หลังเห็นทำผิดกฎจราจรขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร ก่อนจะได้คำตอบอ้างรถตราโล่ทำได้

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ  ข่าวดัง เฟสบุ๊ค ได้มีการเผยแพร่คลิปจังหวะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายหนึ่งตั้งคำถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากเขาพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวได้ทำผิดฝ่าฝืนกฎจราจรด้วยการขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรว่าเป็นเจ้าหน้าที่สามารถทำแบบนี้ก็ได้เหรอ ??

ก่อนจะได้คำตอบว่า ทำได้เพราะเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ รถเขาเป็นรถฉุกเฉิน รถตราโล่สามารถขับย้อนศรได้ ซึ่งหากไปกลับรถจะทำให้ไปปฏิบัติหน้าที่ไม่ทัน และเขาเป็นถึงรองสารวัตรจราจรพญาไท

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างพากันตั้งข้อสงสัยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างที่ตำรวจคนดังกล่าวพูดไว้หรือไม่ หรือเป็นเพียงข้ออ้างที่ทำให้ตนไม่รู้สึกผิดหลังจากถูกประชาชนทวงถามความถูกต้อง พร้อมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมาไขข้อข้องใจดังกล่าวด้วย

ข่าวปลอม! ตำรวจขับรถชนคนเสียชีวิตแล้วหนี

เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถชนคนเสียชีวิตแล้วหนี เป็นข่าวปลอม! ตำรวจในรูปไม่เคยมีประวัติขับรถชนคนเสียชีวิตมาก่อน 

ทางแฟนเพจ ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. โพสต์ภาพพร้อมข้อความชี้แจง หลังมีเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่งโพสต์กล่าวหาว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งขับรถชนคนตายแล้วหนี จนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

โดยศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. ชี้แจงว่า กรณีการแชร์ข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถชนคนเสียชีวิตแล้วหนี จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลที่ถูกแอบอ้างนำรูปไปใช้คือ พ.ต.ต.กฤษณ์ ชลิตวรกุล ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านทับใหม่ จว.สระแก้ว สอบถามได้ความว่า ไม่เคยมีประวัติขับรถชนคนเสียชีวิตมาก่อน ทั้งนี้ รูปที่ถูกนำมาใช้ เป็นรูปเก่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน สมัย ครองยศ ร.ต.ท.

ปลาเค็มกางมุ้งพลังงานแสงอาทิตย์ ประหยัดเวลา-ค่าใช้จ่าย รายได้วันละหมื่น!

ชาวตรัง สร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในการประกอบอาชีพปลาก้างมุ้งตากแห้ง สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนวันละกว่าหมื่นบาท 

วันนี้(30 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ยึดอาชีพทำปลาเค็มกางมุ้ง โดยรับซื้อปลาจากชาวประมงพื้นที่บ้าน ซึ่งจะเป็นปลาขนาดเล็กและสั่งซื้อปลาจากเรือประมง เนื่องจากต้องการปลาขนาดใหญ่มาทำปลาเค็มกางมุ้ง

จากการสอบถามนายสิทธิพงษ์ อั้นเต้ง อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง บอกว่าครอบครัวยึดอาชีพทำปลาเค็มกางมุ้งมาตั้งแต่ปี 2542 ช่วงแรกๆก็ตากปลาไว้กลางแดด แต่ในพื้นที่ภาคใต้มีฝนมากกว่าแดดทำให้การทำปลาเค็มกางมุ้งปลาแห้งช้า บางครั้งต้องใช้เวลาตาก 2-3 วัน ทำให้ได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก จึงขอความช่วยเหลือจากสำนักงานพลังงานจังหวัดตรัง

โดยขอให้ติดตั้งโรงอบปลาที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้สำหรับอบปลาเค็มให้แห้ง ซึ่งทางกระทรวงพลังงานได้อนุมัติสร้างโรงอบปลาพลังงานแสงอาทิตย์ให้ ทำให้อบปลาแห้งภายใน 1 วัน ซึ่งอุณหภูมิภายในโรงอบปลาจะมีอุณหภูมิสูงกว่าการตากปลากลางแดด ทำให้ปลาแห้งเร็ว ขั้นตอนการทำปลานั้น จะซื้อปลาจากชาวประมงพื้นบ้านและจากเรือประมง นำมาแร่ปลาล้างไส้หมักเกลือ 1 คืน

จากนั้นจึงนำมาตาก โดยจะแบ่งการตากปลาเป็นสองส่วนคือการตากปลาจากแสงอาทิตย์โดยตรง และตากปลาในโรงอบปลาพลังงานแสงอาทิตย์ ราคาจำหน่ายปลาตาโต 120 บาทต่อกิโลกรัม ปลาทราย 120 บาทต่อกิโลกรัม ปลาไส้ตัน 120 บาทต่อกิโลกรัม ปลาจวด 150 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนปลาขนาดใหญ่จะจำหน่าย 220 บาทต่อกิโลกรัม ในแต่ละวันสามารถจำหน่ายปลาเค็มกางมุ้งได้ 200 กิโลกรัมต่อวัน มีรายได้วันละกว่าหมื่นบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจะเหลือประมาณ 2-3 บาท ต่อวัน

ด้านนายวิศิษฐ์ ชูแสงแจ้ว อยู่บ้านเลขที่ 69/1 หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกาจังหวัดตรัง ก็ยึดอาชีพทำปลาเค็มกางมุ้งจำหน่ายเช่นกัน โดยรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มแปรรูปอาหารทะเล ทำปลาเค็มกางมุ้ง พลังงานแสงอาทิตย์จำหน่ายเช่นกัน ซึ่งลูกค้านั้นจะเป็นพ่อค้า แม่ค้า มาซื้อถึงที่ และยังนำสินค้าไปจำหน่ายยังตลาดสินค้าโอทอป ได้รับการตอบรับจากประชาชนผู้บริโภคเป็นอย่างดี