FBI เร่งสอบกรณีหนุ่มขโมยเครื่องบิน ก่อนดิ่งดับ

FBI กำลังเร่งสอบสวนกรณีพนักงานหนุ่มสายการบิน “ฮอไรซัน แอร์” ขโมยเครื่องบินพาณิชย์ออกบิน ก่อนทำเครื่องตก และเสียชีวิต

สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ของสหรัฐฯ รายงานว่า สำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI กำลังเร่งสอบสวนกรณีพนักงานขโมยเครื่องบินพาณิชย์สายการบิน “ฮอไรซัน แอร์” โดยเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น สำนักงาน FBI ซีแอตเติล ทวีตข้อความว่า FBI กำลังตรวจสอบพื้นที่เครื่องบินตกอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบภูมิหลังส่วนตัวของชายรายหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุขโมยเครื่องบินเมื่อวันศุกร์ โดยFBI ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การก่อการร้าย แต่สงสัยเรื่องความปลอดภัยของสนามบิน

นางเดบบร้า เอ๊กโรต หัวหน้าคณะกรรมการความปลอดภัยคมนาคมแห่งชาติ ประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกของสหรัฐฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่เครื่องบินตก เพื่อค้นหาไฟล์เสียงในห้องบังคับเครื่องบิน ซึ่งอาจมีเสียงผู้ก่อเหตุพูดคุยกับตนเองและข้อมูลเพิ่มเติม นอกเหนือจากเสียงผู้ก่อเหตุพูดกับหน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศ โดยล่าสุดยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุแรงจูงใจในการก่อเหตุได้

ผู้ก่อเหตุคือ นายริชาร์ด รัสเซลล์ อายุ 29 ปี ซึ่งทำงานเป็นพนักงานภาคพื้นดินของสายการบินฮอไรซัน แอร์ มานาน 3 ปีครึ่ง

โดยวันก่อเหตุ เขามาทำงานในกะของตนเองตามปกติ ก่อนขโมยเครื่องบินใบพัด ซึ่งผลิตโดยบริษัทบอมบาร์ดิเอร์ (Bombardier) รุ่น คิว 400 ขนาด 76 ที่นั่ง ขณะจอดเพื่อบำรุงรักษาในบริเวณสนามบินนานาชาติทาโคม่า เมืองซีแอตเติล เมื่อเวลา 20 นาฬิกาของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น และนำเครื่องขึ้นบินเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนเครื่องจะตกที่เกาะเคตรัน ในรัฐวอชิงตัน ทำให้เขาเสียชีวิต

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า นายรัสเซลล์ สามารถบังคับเครื่องบินได้อย่างไร เนื่องจากเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เขาไม่มีใบอนุญาตขับเครื่องบิน แต่การบังคับเครื่องบินของเขาบ่งชี้ว่าเขามีความรู้ด้านการบินพอสมควร

นายรัสเซลล์ได้พูดคุยกับหน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศระหว่างบิน โดยกล่าวว่า เขาเป็นคนไม่ได้เรื่อง และเป็นคนขี้แพ้ ซึ่งเขาเพิ่งมารู้อย่างชัดเจนตอนนี้ และการที่เขาทำแบบนี้จะทำให้คนที่แคร์เขาผิดหวัง เขาจึงอยากจะขอโทษทุกคน

นายกเกาะสีชังประกาศ! พบมือดีทิ้งขยะไร้จิตสำนึก มีรางวัลนำจับ 20,000 บาท

ขยะปริศนาเกาะขามใหญ่ ชาวบ้านโอดครั้งนี้หนักสุดทิ้งแล้วเผาทำรายหลักฐานสะเทือนการท่องท่องเที่ยว ด้านนายกเกาะสีชัง ประกาศแตกหัก ! มือดีทิ้งขยะไร้จิตสำนึก ตั้งรางวัลนำจับ 20,000 บาท

วันที่ 13 ส.ค.61 ที่บริเวณ อ่าวสัปปะรด เกาะขามใหญ่ ตำบลท่าเทววงค์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี นายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชังได้รับแจ้งจากชาวบ้านเกาะขามใหญ่ว่ามีผู้แอบนำขยะใส่ถุงดำลักลอบนำมาทิ้งทางเท้ากว่า 30 ถุง ในช่วงวันที่ 11 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 05.00 น. และต่อมาได้พบว่าขยะดังกล่าวได้ถูกเผาโดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเผา จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขเทศบาลตำบลเกาะสีชังลงพื้นเกาะขามใหญ่เพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณที่เป็นจุดทิ้งขยะมีล่องลอยการเผาเป็นบริเวณกว้าง ขยะ

ส่วนใหญ่เป็นขยะจำพวกกระป๋องอาหาร ขวดแก้ว หลอดไฟ ขยะปนเปื้อนน้ำมัน ซึ่งมีบางส่วนยังไม่ถูกเผาได้พบเอกสารรายการสินค้าที่ระบุถึงชื่อเรือของบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำการขนถ่ายสินค้ากับเรือสินค้าต่างประเทศอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย

นางวาสนา บุญรอด ประธานชุมชนบ้านเกาะขามใหญ่ ม.7 ผู้พบเห็นขยะที่บรรจุถุงดำกล่าวว่า ตนเองพบขยะจำนวนประมาณ 30 ถุง อยู่บริเวณทางเท้าตรงช่วงอ่าวสับปะรดเกาะขามใหญ่ซึ่งไม่ใช่ขยะที่เกิดจากนักท่องเที่ยวและการกินใช้ของชาวบ้านที่อยู่อาศัยบนเกาะขามใหญ่ เพราะบนฉลากมีอักษรต่างประเทศเวลาประมาณ 08.00 น. จึงได้แจ้งทางนายกดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง ให้ช่วยมาตรวจสอบ

ต่อมาไม่นานตนเองได้พบกลุ่มไฟจากบริเวณจุดคัดแยกขยะจึงได้เดินไปสำรวจพบว่าขยะที่ถูกนำมาทิ้งได้ถูกเผาอยู่แต่ไม่พบว่าใครเป็นคนเผาซึ่งถ้าเป็นชาวบ้านที่มาคัดแยกขยะจะไม่เผาขยะในส่วนนี้รวมทั้งขยะที่ถูกเผาเป็นจำพวกขวดน้ำดื่ม ขวดแก้ว สามารถขายได้ ตนเองเชื่อว่าขยะที่ถูกเผาเป็นขยะของเรือสินค้าต่างประเทศที่มีผู้ลักลอบขนถ่ายลงเรือเล็กเข้ามาในช่วงที่น้ำขึ้นเต็มที่แล้วนำมาทิ้งไว้บริเวณนี้แต่อาจจะมีเอกสารที่สามารถระบุถึงเรือสินค้าต่างประเทศได้จึงกลับมาเผาเพื่อทำรายหลักฐาน

ซึ่งในช่วงนี้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มายังเกาะขามใหญ่ได้ลดจำนวนไปเป็นอย่างมากทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงวันหยุดยาวเป็นเพราะการลักลอบนำขยะมาทิ้งเป็นการทำลายภาคการท่องเที่ยวของเกาะเป็นอย่างมาก

ด้านนายดำรง เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชังกล่าวว่า ในการลักลอบทิ้งขยะจากเรือสินค้าบนเกาะขามใหญ่ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือน หลังจากครั้งแรกมีผู้แจ้งว่าพบถุงดำใส่ขยะมากกว่า 100 ถุงมีฉลากสินค้าเป็นของต่างประเทศเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมาในวันนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขเทศบาลตำบลเกาะสีชังไปตรวจสอบ พบว่าเป็นขยะผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศที่เป็นจำพวกหลอดไฟ ขวดแก้ว ขยะปนเปื้อนน้ำมันและอันตราย

โดยที่ผ่านมาทางชาวบ้าน และทางเทศบาลตำบลเกาะสีชังได้เฝ้าระวังการลักลอบทิ้งมาโดยตลอด ในตอนนี้สิ่งที่พวกเค้าได้กระทำส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัดวันนี้มีนักท่องเที่ยวมายังเกาะขามใหญ่น้อยลงทั้ง ๆ ที่เป็นวันหยุดหลายวัน ได้ตั้งรางวัล 20,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแส การรับขยะจากเรือสินค้าอย่างผิดกฎหมาย และการลักลอบทิ้งขยะบนเกาะขามใหญ่ จากเรือสินค้า สามารถส่งหลักฐานภาพถ่ายผู้กระทำความผิด ได้โดยตรงที่เทศบาลตำบลเกาะสีชัง

เร่งติดตามตัว นักไวโอลินชาวเมียนมาหายตัว คาดไม่ใช่การลักพาตัวเรียกค่าไถ่

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งเร่งติดตามตัว นักไวโอลินชาวเมียนมา หลังหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม คาดไม่ใช่การลักพาตัวเรียกค่าไถ่

พลตำรวจตรี สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 2  ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร และชุดสืบสวน ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ากรณี นายเนียน จัน อู วัย 39 ปี นักไวโอลินชาวเมียนมาร์ และเป็นหลานชายของนาย อู จอ ซาน สมาชิกสภาชาติพันธุ์แห่งเมียนมา และอดีตอธิบดีกรมอัยการของเมียนมา หายตัวไปจากที่พักย่านรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยพลตำรวจตรี สมพงษ์ เปิดเผยว่า ได้ประสานตำรวจท่องเที่ยว  สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสถานีตำรวจต่างๆ ให้ตรวจสอบแล้ว และเบื้องต้น ตั้งปมไว้หลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีเกิดอุบัติเหตุ และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ จึงสั่งการให้สอบถามทางโรงพยาบาล ถึงรูปพรรณสัณฐาน และตรวจสอบการจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง

ส่วนการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่า ช่วงเวลา 1ทุ่มครึ่ง ของวันที่ 2 สิงหาคม  นายเนียน จัน อู เดินถือโทรศัพท์มือถือ ท่าทางคล้ายมึนเมา ในซอยสุขร่วมใจ ข้างโรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก ก่อนที่กล้องอีกตัว จะจับภาพได้ว่า เจ้าตัวไม่ได้ถือโทรศัพท์ กระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เก็บโทรศัพท์มาคืนให้ พร้อมพาไปนั่งที่ป้ายรถประจำทาง แต่หลังจากนั้น ก็ไม่เห็นภาพว่าผู้สูญหายเรียกรถแท็กซี่ หรือเดินไปทางใด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ภายหลังแฟนสาว นายเนียน จัน อู แจ้งความผู้สูญหาย ก็เดินทางออกจากไทย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เพื่อไปพบน้องสาวของผู้สูญหาย ที่ประเทศสิงคโปร์ ก่อนเดินทางกลับออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากรณีนี้ ไม่น่าจะเป็นการลักพาตัวเรียกค่าไถ่ เพราะทางญาติและแฟนสาวยังไม่พบการเรียกร้องข่มขู่จากคนร้าย