“สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 ” โปรดเกล้าฯ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ออกรับเครื่องราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล

สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ออกรับเครื่องราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561

วันนี้ ( 13 ส. ค. 61) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต

เมื่อเดินทางโดยรถยนต์หลวงจากอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ มาถึงท่านผู้หญิง จรุงจิตต์ ทีขะระ เปิดกรวยกระทงธูปเทียนแพ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวรายงานการอัญเชิญเครื่องราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล พร้อมร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่เจ้า เสร็จแล้ว ปลัดกระทรวงกลาโหมเชิญเครื่องราชสักการะ ประกอบด้วย

ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และพานกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ มอบแก่ผู้ออกรับ ต่อจากนั้น ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา เชิญพานพุ่มทอง และพานพุ่มเงิน มอบแก่ผู้ออกรับ ตามลำดับ โดยมีนักเรียนนายร้อย 4 เหล่า เป็นผู้ถือพานพุ่มทอง และพานพุ่มเงินให้กับหน่วยงานต่างๆ

ต่อจากนั้น มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และคณะสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบแก่ผู้ออกรับ เสร็จแล้ว ผู้ออกรับ ถวายความเคารพที่หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ก่อนเดินทางกลับ

ทั้งนี้ การเชิญเครื่องราชสักการะนี้ เป็นการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ประชาชนชาวไทยพร้อมใจจัดขึ้น โดยรัฐบาลได้ร่วมกับทุกภาคส่วน อาทิ ภาครัฐ และภาคเอกชน ประชาชน ตลอดจนจิตอาสา จัดขึ้นในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561

โดยกองทัพภาคที่ 1 ได้รับมอมหมายจากรัฐบาลให้เป็นหน่วยงานในการจัดขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 ไปทูลเกล้าฯ ถวาย ณ หน้าประ ตูพระวรุณอยู่เจน พระตำหนักจิตรดารโหฐาน มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสาร่วมเชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบต่อผู้ออกรับฯ โดยมีนักเรียนนายร้อย 4 เหล่าทัพเป็นผู้ถือพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน ให้หน่วยงานต่างๆ

ชื่นชม ‘น้องทาม’ ใช้เท้าวาดภาพหารายได้ช่วยแม่

ชาวบ้านต่างชื่นชม น้องทาม หนูน้อยพิการแขนสองข้าง ในจังหวัดพิษณุโลก ใช้เท้าวาดภาพระบายสี นำผลงานขายในเฟซบุ๊ก หาเงินช่วยแม่ทดแทนพระคุณ และหาทุนศึกษาต่อ

นี่คือการ์ดวันแม่ ซึ่งถ่ายทอดความรู้สึกของเด็กชายวรรธนะ คำอินทร์ หรือ น้องทาม อายุ 13 ปี เด็กไร้แขนสองข้างตั้งแต่เกิด ที่มีต่อนางดอกรัก คำอินทร์ มารดา ชาวจังหวัดพิษณุโลก

สำหรับ น้องทาม เป็นเด็กที่ได้รับพระราชทานรถจักรยาน หลังพบว่าเป็นเด็กไม่มีแขน แต่มุ่งมั่นจะร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ เมื่อเดือนกันยายน 2558
ปัจจุบันน้องทามนอกจากตั้งใจเรียนแล้ว ยังใช้เวลาว่างวาดภาพระบายสีบนผืนผ้าใบด้วยเท้า จากนั้นนำผลงานลงขายในเฟซบุ๊ก เพื่อหาเงินมาช่วยแม่ และหาทุนศึกษาต่อ

วรรธนะ คำอินทร์ มารดาน้องทาม บอกว่า น้องทามเป็นเด็กดีเลี้ยงง่าย มาตั้งแต่เล็กๆ ตอนนี้ก็สามารถช่วยเหลืองานในบ้านได้หลายอย่าง แต่ขณะนี้ยังคงมีความกังวลถึงอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจผลงานการวาดภาพของน้องทาม สามารถติดต่อสอบถาม หรือเข้าไปชื่นชมผลงานได้ที่ เฟซบุ๊ก “แม่น้องเท่ห์กะน้องทาม คำอินทร์”

หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าน้ำค้อ เขตฯภูหลวง ถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต

หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าน้ำค้อ เขตฯภูหลวง ถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต หลังพยายามผลักดันช้างกลับเข้าป่า

วันนี้ 13 ส.ค. 61 แฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์ภาพและข้อความ แสดงความเสียใจกับครอบครัวพัฒทุม และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงจังหวัดเลย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) กรณีนายไพศาล พัฒทุม อายุ 53 ปี ลูกจ้างประจำ ตำแหน่ง พนักงานพิทักษ์ป่า ระดับ ส 2 ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าน้ำค้อ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ผลักดันช้างเข้าป่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 เวลา 12.30 น.

เหตุเกิด บริเวณสำนักสงฆ์ผาสาว หมู่ที่5 บ้านนาซำแซง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย บริเวณพื้นที่ดังกล่าว อยู่นอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เนื่องจากช้างป่าได้ออกหากินนอกเขตพื้นที่ และเจ้าหน้าที่จะผลักดันกลับสู่ป่า เพื่อป้องกันทรัพย์สินและชีวิตของชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งป้องกันดูแลช้างป่าไม่ให้ถูกทำร้ายด้วย

รายงานข่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุ นายไพศาล ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวังสะพุง แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงในเวลาประมาณ 14.15 น.

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช