การปรับปรุงภูมิทัศน์และฟื้นฟูขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราย คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 40 หลังแจ้งปิด ให้เข้าชมเป็นการชั่วคราว ขณะที่ บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง ยังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้ศาลเจ้าแม่นางนอน ได้ตามปกติ ยกเว้นถ้ำหลวง ที่ยังคงปิดโดยไม่มีกำหนด
นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) กล่าวว่า ปัจจุบัน ขุนน้ำนางนอน ในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงปิดการเข้าชมเป็นการชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำภายในขุนน้ำมีความลึกมาก จากเดิมน้ำที่ไหลออกมาสู่ลำธาร มีความลึกประมาณ 50 – 70 เซนติเมตร แต่หลังจากมีการขุดเจาะเพื่อผันน้ำออกไปและรองรับน้ำจากถ้ำหลวงทำให้บางจุด มีความลึกกว่า 3 – 4 เมตร อาจเป็นอันตรายต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือนได้ ทำให้ต้องมีการพัฒนาปรับปรุง และฟื้นฟูพื้นที่ ให้มีความสวยงาม ความปลอดภัย

ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการใช้เครื่องจักรหนัก ปรับสภาพพื้นที่สำหรับเทหินคลุก ปรับพื้นหญ้า ปรับระบบทางน้ำ คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 40 ยืนยันธารน้ำจะยังคงเป็นสีเขียวมรกต ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงาม มั่นใจว่าอนาคตจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Land Mark ที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย หากทุกอย่างดำเนินการแล้วเสร็จ จะรายงานต่อ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายธัญญา เนติธรรมกุล ให้ทราบและอนุญาตก่อนเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าชมขุนน้ำนางนอน ได้ตามปกติ
ขณะที่ บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง ยังคงมีประชาชนเดินทางไปกราบไหว้ สักการะ ศาลเจ้าแม่นางนอน อย่างต่อเนื่อง ยกเว้นถ้ำหลวง ที่ยังคงปิดโดยไม่มีกำหนด ส่วนการก่อสร้างศาลาพิพิธภัณฑ์ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาดามี ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และอนุสาวรีย์ นาวาตรี สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ช่วยเหลือดังกล่าว ยังคงเร่งก่อสร้างตามปกติ คาดว่าใช้เวลาดำเนินการ 4 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ


