กปน. ประกาศ 14 ส.ค.นี้ ซอยรามคำแหงน้ำประปาไม่ไหล

กปน. ประกาศ 14 ส.ค.นี้ ซอยรามคำแหง 77 และ 127 น้ำประปาไม่ไหล เหตุตัดบรรจบท่อประปาเดิมเพื่อให้ รฟม. ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม

การประปานครหลวง (กปน.) มีความจำเป็นต้องตัดบรรจบท่อประปาเดิม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 800 มิลลิเมตร บริเวณซอยรามคำแหง 77 และซอยรามคำแหง 127 ถนนรามคำแหง เพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สามารถดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งจะดำเนินการ ในคืนวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 23.00 – 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยระหว่างดำเนินการ ส่งผลให้ น้ำประปาไม่ไหล ในพื้นที่ดังต่อไปนี้

• ถนนรามคำแหง ฝั่งเลขคี่ ตั้งแต่ซอยรามคำแหง 55 ถึงแยกลำสาลี และตั้งแต่ซอยรามคำแหง 117 – 129/4

• ถนนรามคำแหง ฝั่งเลขคู่ ตั้งแต่ซอยรามคำแหง 24/2 – 36 และตั้งแต่ซอยรามคำแหง 64/1 – 100

การประปานครหลวงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และหากประสบข้อขัดข้องกรุณาแจ้ง “ศูนย์บริการประชาชน” โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร กปน. พร้อมตรวจสอบพื้นที่น้ำประปาไม่ไหล ผ่านแอปพลิเคชัน MWA onMobile ทั้งระบบ iOS และ Android

ลำดับเหตุขโมยเครื่องบินที่ที่สนามบินซีแอตเทิล ในสหรัฐฯ

เหตุช่างเทคนิค ขโมยเครื่องบินของสายการบินฮอไรซัน แอร์ บินเดี่ยวจากสนามบินซีแอตเติล-ทาโคมา รัฐวอชิงตัน โดยทางการสหรัฐฯส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ 15s ขึ้นบินประกบทันควัน แต่แค่ชั่วโมงเดียวเครื่องบินก็พุ่งตกบนเกาะคีทรอน

วันที่ 11 ส.ค. 2561 เมื่อเวลา 19.32 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 9.32 น. ตามเวลาในไทย เครื่องบินบอมบาร์ดิเอร์ รุ่น Q400 ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบสองใบพัดและบรรทุกผู้โดยสารได้ 76 ที่นั่ง ของสายการบินฮอไรซัน แอร์ ได้ทะยานบินออกไปจากสนามบินนานาชาติซีแอตเทิล-ทาโคมา ของสหรัฐฯ โดยทราบต่อมาว่าเป็นเหตุขโมยเครื่องบิน ก่อเหตุโดยริชาร์ด รัสเซลล์ อายุ 29 ปี เป็นพนักงานบริการภาคพื้นของสายการบินฮอไรซัน แอร์ มาแล้วกว่า 3 ปี โดยทำหน้าที่ลากจูง ทำความสะอาดเครื่องบิน และลำเลียงสัมภาระขึ้นเครื่องบิน

เจ้าหน้าที่ระบุว่ารัสเซลล์ ชายผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์ลากจูง ดันเครื่องบินลำดังกล่าวจากจุดซ่อมบำรุงไปยังจุดที่ทำการบิน ก่อนจะบินเดี่ยวจากสนามบินซีแอตเติล-ทาโคมา รัฐวอชิงตัน โดยทางการสหรัฐฯส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ 15s ขึ้นบินประกบทันควัน

หลังจากทะยานบินไปไม่นาน เครื่องบินลำดังกล่าวผิดปกติ โดยได้ทำการบินแบบหวาดเสียวอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ด้วยการม้วนตัวกลางอากาศก่อนที่จะพุ่งลดระดับการบินลงใกล้ผิวน้ำไม่กี่เมตร จากนั้นก็พุ่งขึ้นอากาศอีกครั้ง

จากเหตุการณ์ดังกล่าง ศูนย์บัญชาการป้องกันอากาศยานอเมริกาเหนือ (NORAD) ได้ออกแถลงการณ์ว่า ได้ส่งเครื่องบินขับไล่รุ่น F-15 จำนวน 2 ลำจากเมืองพอร์ตแลนด์ เพื่อประกบเครื่องบินลำดังกล่าว เพื่อที่จะเปลี่ยนทิศทางการบินไปยังจุดที่ไม่เป็นอันตราย แต่เครื่องบินลำดังกล่าวกลับพุ่งตกไปบนเกาะคีทรอน ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินซีแอตเทินฯ ไปทางตอนใต้ราว 48 กิโลเมตร

โดยเครื่องบินตกลงกลางพื้นที่ป่าหนาแน่นและเกิดระเบิด ไฟลุกไหม้ แสงไฟจากการระเบิดเห็นได้ในระยะ ไกล เจ้าหน้าที่คาดว่าคนบนเครื่องบินอาจเสียชีวิตแล้ว เคราะห์ดีไม่มีประชาชนภาคพื้นดินได้รับอันตรายใด ๆ 

อย่างไรก็ตาม NORAD เปิดเผยว่า ไม่มีการยิงอาวุธใด ๆ จากเครื่องบินขับไล่ไปยังเครื่องบินลำดังกล่าว

ขณะที่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ได้โพสต์คลิปวิดีโอจำนวนมาก แสดงให้เห็นเครื่องบินที่บินอยู่ในลักษณะผิดปกติ

จากนั้นนักบินคนดังกล่าวใช้เวลาบินราว 90 นาที ก่อนที่เขาจะตัดสินใจนำเครื่องบินพุ่งลงกระแทกพื้นบนเกาะคีทรอน และเสียชีวิตในอุบัติเหตุดังกล่าว

เปิดใจฮีโร่วัย 13 ปี เมืองคอน ช่วยนักดำต่างชาติ ขับกระบะถูกน้ำซัดลงคลอง รอดหวุดหวิด

เปิดใจฮีโร่วัย 13 ปี เมืองคอน ช่วยนักดำต่างชาติ ขับกระบะถูกน้ำซัดลงคลอง รอดหวุดหวิด เผยขอทำความดี

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ๊ง และหน่วยกู้ภัยช้างเผือก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถถูกกระแสน้ำท่วมถนนพัดลงจมคลองสินปุน หมู่ 5 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โดยคนขับเป็นชาวต่างชาติจำนวน 2 คน หลังเกิดเหตุจึงประสานกู้ภัยมูลนิธิกระบี่ พิทักษ์ประชา จ.กระบี่ และทหาร ค่าย ร.15 พัน 1 จ.กระบี่  นำเรือท้องแบนจำนวน 2 ลำ เข้าช่วยเหลือ โดยที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า 4 ประ ตู สีขาว ทะเบียน ชณ 7223 กรุงเทพมหานคร สภาพจมอยู่ในน้ำริมคลองสินปูนครึ่งคัน มีชาวชาวต่างประเทศ 2 คน  ติดอยู่ในรถ ทราบชื่อนายคลาว อายุ 50 ปี และนายคิม อายุ 35 ปี ชาวเดนมาร์ค และ 1 ในนั้นเป็นนักดำน้ำที่เคยไปดำน้ำช่วยเด็ก 13 หมูป่า ที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย

โดยนักดำน้ำทั้งสองคนออกมาจากรถ และนั่งรอขอความช่วยเหลือบนหลังคากระบะ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร รวมทั้งชาวบ้าน ร่วมด้วยช่วยกันขนย้ายสิ่งของมีค่าในรถ โดยเฉพาะอุปกรณ์ดำน้ำราคาแพงที่อยู่เต็มคันออกมาอย่างปลอดภัย และร่วมแรงชักลากรถกระบะขึ้นจากลำคลอง ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความประทับใจของนักดำน้ำชาวต่างชาติ ถึงน้ำใจคนไทย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 9 ส.ค.61 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 12 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 5 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีชาวบ้านเป็นจำนวนมาก เดินทางมาแสดงความยินดีกับ ด.ญ.จารุวรรณ ศรีสุกใส อายุ 13 ปี หรือ น้องกาแฟ นักเรียน ม.1 โรงเรียนบ้านควนประชาสรรค์ และเป็นฮีโร่สาวน้อยในชุดเนตรนารีที่กระโดดลงว่ายน้ำที่ท่วมถนน เพื่อช่วยเหลือนักดำน้ำชาวต่างชาติจำนวน 2 คน ที่ขับรถกระบะตามระบบ จีพีเอส ก่อนจะหลงมาบนถนนที่ถูกน้ำท่วม และถูกกระแสน้ำพัดรถกระบะลงไปในคลองสินปูน หมู่ 5 ต.กุแหระ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และชาวบ้านร่วมกันช่วยเหลือนักดำน้ำชาวต่างชาติทั้ง 2 คน รวมทั้งชักลากรถกระบะที่ถูกน้ำท่วมซัดขึ้นมาจากคลองได้ย่างปลอดภัย สร้างความประทับใจให้กับน้ำดำน้ำชาวต่างชาติทั้งสองเป็นอย่างมาก กล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของชาวบ้านหมู่บ้านที่เข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะ ด.ญ.จารุวรรณ ศรีสุกใส หรือ น้องกาแฟ อายุ  13 ปี  ที่ลุยว่ายน้ำเข้าไปช่วยเป็นคนแรก

ด.ญ.จารุวรรณ ศรีสุกใส อายุ 13 ปี หรือ น้องกาแฟ ฮีโร่สาวน้อย เล่าว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากตนเดินทางกลับจากโรงเรียน พบว่ามีรถกระบะถูกกระแสน้ำที่ท่วมถนนซัดลงคลองสินปูน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ตนจึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุทั้งชุดเนตรนารี เมื่อไปถึงพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวถูกน้ำซัดลงไปในคลองจมไปครึ่งคัน มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 2 คน ติดอยู่ในรถ ตนทราบภายหลังว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้ง 2 เป็นนักดำน้ำ ก่อนพูดคุยสื่อสารกับนักดำน้ำ และช่วยนักดำน้ำทั้งสองออกจากตัวรถกระบะสำเร็จ ก่อนจะให้ทั้งสองนั่งบนหลังคากระบะ เพื่อรอความช่วยเหลือ จากนั้นช่วยขนอุปกรณ์ดำน้ำขนาดเล็กที่มีราคาแพง โดยตนว่ายน้ำลุยน้ำท่วมถนนจากจุดที่น้ำท่วมไม่ถึงไปจุดที่รถกระบะจมน้ำเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร จำนวนหลายรอบ ก่อนจะมีกู้ภัยและทหาร รวมทั้งชาวบ้าน มาให้ความช่วยเหลือ

น้องกาแฟ ฮีโร่ตัวน้อย เล่าอีกว่า ตนดีใจมากที่มีโอกาสช่วยเหลือนักดำน้ำทั้งสองคนได้อย่างปลอดภัย โดยนักดำน้ำชาวต่างชาติทั้งสองกล่าวขอบคุณความมีน้ำใจของคนไทยทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ ทั้งกู้ภัย ทหาร และชาวบ้าน โดยเฉพาะตนเองที่เข้าช่วยเหลือเป็นคนแรก หลังเกิดเหตุนักดำน้ำทั้งสองติดต่อกลับมาว่าต้องการจะตอบแทนความมีน้ำใจของชาวบ้านที่ช่วยเหลือ โดยตั้งใจจะเลี้ยงอาหารเป็นโต๊ะจีนให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน แทนคำขอบคุณ พร้อมกับตอบแทนความมีน้ำใจและความกล้าหาญของตน โดยจะให้ตนเข้าคอร์เรียนการว่ายน้ำ และดำน้ำที่ถูกต้องตามหลักสากล ซึ่งตนขอกับแม่แล้ว และแม่ก็อนุญาตแล้ว แต่ตนต้องอายุ 15 ปี ก่อนจึงจะไปเรียนว่ายน้ำ ดำน้ำได้