เตือน 33 จังหวัด เตรียมรับมือฝนถล่มหนัก

อุตุฯ ประกาศ ฉ.21 เตือน 33 จังหวัด ระวังฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 21 ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆมีดังนี้

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานีภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราดภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2561 สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่องจนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2561 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 23.00 น.

‘เขาดินวนา’ วันวานยังหวานอยู่ในห้วงความทรงจำ

หากเอ่ยถึงสวนสัตว์เชื่อว่าคำตอบในใจของใครหลายๆคน คงหนีไม่พ้น สวนสัตว์ดุสิต หรือที่เรียกติดปากกันอยู่ทุกวันนี้คือ ‘เขาดิน’ ทั้งนี้สวนสัตว์ดุสิต แต่เดิมเรียกสวนดุสิต หรือ เขาดินวนา สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2438 หลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หลังจากที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรกิจการสวนพฤกษชาติของต่างประเทศและพบว่าสวนพฤกษชาติเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ความเพลิดเพลิน และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน จึงมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้นในประเทศไทย

โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพื้นที่ราบทางด้านทิศตะวันออกติดคลองเปรมประชากร (ถนนพระราม 5) ด้วยการขุดสระน้ำใหญ่ ประกอบคูคลองระบายน้ำ และถนน แล้วนำดินขึ้นมาเป็นเนินเขา เรียกว่า ‘เขาดิน’ และรอบๆเขาดินนั้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกลงพรรณไม้นานาชนิดสร้างขึ้นเป็นสวนพฤกษชาติ

สำหรับส่วนพระองค์ เรียกว่า ‘วนา’ รวมอาณาเขตส่วนนี้ทรงโปรดเรียกว่า ‘เขาดินวนา’ โดยในขั้นต้นพระองค์ให้สร้างขึ้นสำหรับ เป็นที่ประพาส ทรงพระเกษมสำราญส่วนพระองค์ และข้าราชบริภารฝ่ายในก่อน ดังนั้น ‘สวนดุสิต’ หรือ ‘เขาดินวนา’ จึงเป็นส่วนหนึ่งในเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต

ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่ และเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้ว คณะรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานสวนดุสิต ให้ดำเนินการจัดทำเป็นสวนสาธารณะ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

ในเวลานั้นพระองค์เจ้าทิพอาภาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติในนามของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลรัชกาลที่ 8 ให้เทศบาลนครกรุงเทพรับบริเวณสวนดุสิต หรือ เขาดินวนา สนามเสือป่า และสวนอัมพร มาจัดเป็นสวนสาธารณะได้

จากนั้นทางเทศบาลนครกรุงเทพ ได้จัดการย้ายกวางดาว และสัตว์ชนิดต่างๆ มาจากสวนอัมพร และ ย้ายสัตว์บางชนิด เช่น จระเข้ ลิง จากสวนสราญรมย์ มาไว้ที่เขาดินวนา และได้ขอให้ทางสำนักพระราชวัง ส่งช้างหลวงมาให้ประชาชนได้ชมในวันอาทิตย์ และเมื่อปรับปรุงสิ่งก่อสร้างต่างๆ เรียบร้อยแล้วทางเทศบาล นครกรุงเทพจึงเปิดสวนดุสิตให้ประชาชนเที่ยวชม และพักผ่อนหย่อนใจได้เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 และให้เรียกสวนดุสิตนี้ว่า สวนสัตว์ดุสิต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทย

สวนสัตว์ดุสิตเป็นสวนสัตว์เปิดที่อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ มีเนื้อที่ 118 ไร่ ซึ่งภายในสวนสัตว์ประกอบไปด้วยสัตว์ป่า นานาชนิด จำนวนสัตว์ทั้งหมดรวม 1,343 ตัวแบ่งออกเป็น สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวน 331 ตัว สัตว์เลื้อยคลานจำนวน 170 ตัว สัตว์ปีกมีทั้งสิ้นจำนวน 842 ตัว

สำหรับไฮไลท์ของสวนสัตว์ดุสิตคงหนีไม่พ้น ‘แม่มะลิ’ ฮิปโปโปเตมัส ที่ทางสวนสัตว์ดุสิตได้รับมาจากสวนสัตว์ทีลเบิร์ก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2510 ปัจจุบันแม่มะลิมาอายุ 52 ปี แล้ว ซึ่งหลายๆคนที่เข้าไปเที่ยวสวนสัตว์ดุสิตก็ต่างพาเข้าไปเยี่ยมชมแม่มะลิอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมีสัตว์อีกนานาชนิด อาทิ ยีราฟ เสือ ฯลฯ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเด็กๆ รวมทั้งผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน

นอกจากบรรดาเหล่าสัตว์นานาชนิดที่น่ารักแล้ว รวมถึงการแสดงโชว์ต่างๆ ยังมีมุมท่องเที่ยวและถ่ายรูปอีกมากมายอาทิ หลุมหลบภัยสาธารณะ อาคารเรือนกระจก ศาลาไทยกลางสระน้ำ และอีกหนึ่งไฮไลท์คือเรือปั่นที่เชื่อว่าหลายๆคนที่เข้ามาเที่ยวชมต้องแวะมาใช้บริการส่วนนี้เช่นกัน

ในส่วนของค่าบริการปัจจุบันนั้น ทางสวนสัตว์คิดค่าเที่ยวชมราคา ผู้ใหญ่ 100 บาท ,ปวส.-มหาวิทยาลัย 50 บาท ,เด็กเล็ก-ปวช. 20 บาท ,ข้าราชการ (ในเครื่องแบบ) 50 บาท และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนพิการ ภิกษุ-สามเณร เข้าชมฟรี เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 -18.00 น. และค่าจอดรถ ราคา รถจักรยานยนต์ 10 บาท
รถยนต์ 4 ล้อ 50 บาท และรถโดยสาร 60 บาท

โดยจะเปิดให้บริการถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เพื่อเตรียมทยอยเคลื่อนย้ายสัตว์ออกไปจัดแสดงพื้นที่แห่งใหม่บริเวณคลอง 6 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และสวนสัตว์ต่างๆ ภายใต้การบริหารขององค์การสวนสัตว์ จำนวน 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี และสวนสัตว์ขอนแก่น

เนื้อหาและภาพโดย วิชาญ โพธิ