ครอบครัว ‘น้องแอ๋ม’ ยื่นอุทธรณ์ให้ทีม ‘เปรี้ยวหั่นศพ’ รับโทษสูงสุด

ทนายความและครอบครัว “น้องแอ๋ม” ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จ.ขอนแก่น ให้ทีมเปรี้ยวหั่นศพรับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

วันนี้(9 ส.ค.) นายนพดล สีดาทัน ทนายความของ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ซึ่งถูกฆ่าหั่นศพและนำมาฝังดินทิ้งไว้ที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ได้เดินทางมายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาล จ.ขอนแก่น โดยได้ยื่นคำร้องต่อศาลตามขั้นตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ประจำศาลได้ห้ามไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพในเขตอำนาจศาลแต่อย่างใด

นายนพดล กล่าวว่า ฝ่ายโจทก์คือมารดาผู้เสียหาย และฝ่ายโจทก์ร่วมนั้นไม่เห็นด้วยในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงได้มายื่นอุทธรณ์ใน 3 ประเด็น ประกอบด้วยการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว จำเลยที่ 2 น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น และจำเลยที่ 5 น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ ฆ่าคนตายโดยเจตนา และจำเลยที่ 4 คือ นายวศิน นามพรม ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน

โดยในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลว่าทั้ง 4 คน นั้นร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามมาตรา 289 ซึ่งมีโทษประหารชีวิต นายนพดล กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุผลใน 3 ประเด็นดังกล่าว โจทก์จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค4 เพื่อพิจารณาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยพิพากษาโทษจำเลยที่ 1,2,4,5 ในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ทั้งค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าขาดอุปการะ รวมทั้งสิ้น 10,300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

ขณะที่ นายบุญยง แก้วฝ่ายนอก หัวหน้าทีมทนายความฝ่ายจำเลย กล่าวว่า ขณะนี้ทางทนายความฝ่ายจำเลย ได้ยื่นเรื่องต่อศาลขอขยายอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวนี้ออกไปถึงวันที่ 10 ก.ย.2561 เนื่องจากในคดีดังกล่าวมีเอกสาร รายละเอียดต่างๆเป็นจำนวนมาก ทางทีมทนายจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ละเอียด รอบคอบ แล้วจึงจะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภายในกำหนด

พ่อแม่ เผยลูกสาวในคลิปบุกกุฎิพระสงฆ์ ไม่ใช่มิจฉาชีพ แต่มีอาการทางจิต

พ่อแม่ เผยลูกสาวในคลิปบุกกุฎิพระสงฆ์ ขอเงินกลางดึก ไม่ใช่มิจฉาชีพ แต่มีอาการทางจิต

วันนี้ (9 ส.ค. 61) มีรายงานว่า พบตัวหญิงสาวที่ปรากฏภายในคลิปวงจรปิด ขณะเคาะประตูกุฏิพระสงฆ์ ที่ วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร ช่วงกลางดึก โดยอ้างว่าขอเงินกลับบ้าน เพื่อไปงานศพญาติ หากไม่ให้จะถ่ายคลิปแบล็คเมล์ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในย่านดังกล่าวพร้อมกับพ่อแม่ซึ่งเปิดร้านอาหาร

ทั้งนี้ พ่อแม่ ยืนยันว่า ลูกสาวไม่ใช่มิจฉาชีพ เพียงแต่มีอาการทางจิต เนื่องจากเสพยาอย่างหนักตั้งแต่เรียนชั้น ม.6 จนปัจจุบันอายุ 38 ปี มีลูก 1 คน โดยทางครอบครัวได้พาไปบำบัดที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาและโรงพยาบาลศรีธัญญาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทราบว่าติดยา แต่ทุกครั้งที่ไปพบหมอจะโกหกหมอว่าไม่ได้เสพยาและไม่กินยาตามที่หมอสั่ง พร้อมทั้งยังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนส่งผลให้สมองฝ่อไปหนึ่งข้างและมีอาการทางประสาท ทำให้บางครั้งเดินพูดคนเดียว หัวเราะคนเดียว

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาชาวบ้านในละแวกเดียวกันรู้มาโดยตลอดว่า ลูกสาวตระเวนขอเงินคนอื่น โดยเฉพาะพระและขึ้นกุฏิพระกลางคืนเพื่อไปขอเงิน บางครั้งก็เข้าไปขโมยของเพื่อเอาไปขายและนำเงินมาซื้อยาเสพ ขณะที่เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง ต่างยืนยันว่า หญิงสาวมีอาการทางจิตแต่ไม่ใช่มิจฉาชีพ

งานแสดงโครงการในพระราชดำริ ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

นิทรรศการนำเสนอความก้าวหน้าโครงการตามพระราชดำริ ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จากโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ‘ดอยคำ’ สู่การผลิต คาเวียร์ แห่งแรกในประเทศไทย

โครงการในพระราชดำริ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ในงานสีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ได้นำมาจัดแสดง คือโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ (ดอยคำ) ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ที่สามารถผลิตสินค้านำเข้าราคาสูงได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

วันที่ 9 ส.ค. 2561 ผู้สื่อข่าว Mthai ลงพื้นที่ในงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 12 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 7-14 สิงหาคม 2561 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561

โดยในงานได้มีการจัดแสดงโครงการในพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมจัดงาน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเผยแพร่โครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการดำรงชีวิตเพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชนมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภายในงาน ยังมีการสาธิตและการฝึกอาชีพ อาทิ การทอผ้า การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ขนมจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์จากการจักสาน การเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ภายในบ้าน ส่วนกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลต์ในปีนี้ ได้แก่การสาธิตเพราะเลี้ยงกล้วยไม้และการแจกพันธุ์กล้วยไม้ไทย นิทรรศการมหัศจรรย์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง นิทรรศการมหัศจรรย์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง การจัดแสดงพันธุ์ปลาไทยในกาพย์เห่เรือ โรงเรือนเพาะเห็ดแครง กิจกรรมไถ่ชีวิตโคกระบือ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ และการแสดงนิทรรศการผลงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ

หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริ ให้จัดตั้งโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ (ดอยคำ) ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง บริเวณลุ่มน้ำแม่หาด ตำบลเวียงแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และคัดเลือกราษฎรชาวไทยภูเขาที่มีฐานะยากจนเข้าไปอยู่อาศัย โดยจะสร้างที่พักจัดสรรที่ดิน และพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยมอบหมายหน้าที่ในการดูแลผืนป่า พร้อมทั้งเป็นยามเฝ้าระวังชายแดน

โดยเมื่อปีพ.ศ. 2548 ได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้กรมประมงจะซื้อไข่ปลาปลาสเตอร์เจียนมาทดลองศึกษาวิจัยเพาะเลี้ยงในพื้นที่โครงการ มาไข่ปลาคาเวียและประสบความสำเร็จในการเพาะพันธ์ุปลาสเตอร์เจียนในปี 2558 ทั้งนี้กิจกรรมด้านการประมงในโครงการ คือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ลำธาร ภูเขา ปล่อยในลุ่มน้ำแม่หาดเพื่อฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมอาชีพเพราะเลี้ยงสัตว์น้ำแก่ราษฎร

อีกทั้งได้จัดทำจุดเรียนรู้และสาธิตการเพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนและปลาเรนโบว์เทราต์ มาผลิตเป็น คาร์เวียร์ ที่มีมูลค่ากิโลกรัมละหลายหมื่นบาท นำผลผลิตจากโครงการส่งเสริมงานนำรายได้เข้ามูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่สามารถผลิตสินค้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพงชนิดนี้ได้ในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ร่วมจัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการตามพระราชดำริด้านการส่งเสริมกลุ่มสตรีสหกรณ์หมู่บ้านหุบกะพงและกลุ่มอาชีพโครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย จังหวัดเพชรบุรี ภายในงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจ สืบสานพระราชปณิธานแม่ของแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 7 – 14 สิงหาคม 2561 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

ภายใต้กรอบแนวคิด “สืบสานศาสตร์ศิลป์ บนผืนดินพระราชา” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสวน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงช่วยเหลือราษฎรผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้น้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยและได้น้อมนำแนวพระราชดำริไปใช้ในชีวิตประจำวัน