ชาวบ้านเฮ!! กทม.ตัดสายเคเบิ้ลทิ้งแล้ว หลังต้องข้ามสะพานลอยเสี่ยงชีวิต

กทม.ตัดสายเคเบิ้ลที่พาดผ่านสะพานลอย ย่านวัดกัลยาณมิตรวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ ซอย 6 แล้ว หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ต้องเสี่ยงชีวิตจากการข้ามสะพานลอย

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างหนักสำหรับสะพานลอย ย่านวัดกัลยาณมิตรวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ ซอย 6 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี ที่ประชาชนทั้งเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ รวมทั้งคนเถ้าคนแก่ ต้องเสี่ยงชีวิตในการข้ามสะพานลอยที่มีสายเคเบิ้ลพาดผ่านสะพานลอยจากแนวเสาไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นเช่นนี้ทั้ง 2 ฝั่งสะพานลอย โดยสายเคเบิ้ลดังกล่าวมีระดับความสูงประมาณช่วงเอวทำให้ผู้ใช้สะพานลอยต้องก้มตัวลอดผ่าน

ล่าสุดวันนี้ ( 9 ส.ค.61) เมื่อเวลา 11.00 น. ทีมข่าว MThai ได้ลงพื้นที่สำรวจย่านวัดกัลยาณมิตรวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ ซอย 6 พบว่าปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้ว โดย นายมนัส ประจวบจินดา ผอ.เขตธนบุรี พร้อม เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำอุปกรณ์มาตัดสายเคเบิ้ล ที่พาดขวางกลางสะพานลอยสูงหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากโซเชียล สาเหตุจากสายเคเบิ้ล ขวางทางเดินผู้ใช้สะพานลอย ทำให้ต้องมุดหรือก้มต่ำ

ทั้งนี้ นาย มนัส ประจวบจินดา ผอ.เขตธนบุรี เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้แจ้งไปทั้ง 6 สายสัญญานเจ้าของ อีก 3 สายเป็นของหน่วยงานข้าราชการ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ขณะที่มีอีก 3 สายสัญญาน เป็นของเอกชน ซึ่งได้เชิญทางไฟ้ฟ้ามาร่วมกัน เขาก็ได้ให้ความเห็นว่า ทางไฟ้ฟ้าได้แจ้’เรื่องนี้ไปเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งมี 3 สายสัญญาน ของเอกชนไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบที่ไฟฟ้ากำหนด หมายความว่า วิธีการติดตั้งไม่ถูกต้อง จึงได้แจ้งไปยังเจ้าของบริษัททั้ง 3 สาย

ซึ่งเบื้องต้นรับคำตอบว่าตัดได้เลย จึงขออนุญาตใช้อำอาจของ ผอ.เขตธนบุรี แก้ไขปัญหา ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เนื่องจากสะพานลอยแห่งนี้สร้างเสร็จมาสองเดือนแล้ว พยายามแจ้งทุกวิถีทาง แล้วกำลังจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วงนี้ทราบว่า นักเรียนและประชาชนเดือนร้อนเลยให้ใช้ข้ามชั่วคราวก่อน คาคว่าเร็วๆนี้ก็จะทำพิธีเปิดแบบเป็นทางการอีกครั้งนึง

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯกทม. พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ระบุว่า ปัญหาสายสื่อสาร สายไฟที่พันกันระโยงระยาง ตามแนวถนนสายต่าง ๆ ขอเวลา 2 ปี ตอนนี้กทม.ประสาน กสทช. และการไฟฟ้านครหลวง ขอให้เก็บสายสื่อสาร และสายไฟฟ้าลงใต้ดินให้หมดภายใน 2 ปีนี้ ทั่วกรุงเทพฯ ปลายปีนี้ จะเก็บลงดิน ไล่ไปตามถนนสายหลัก ให้กรุงเทพฯเป็นเมืองไร้สาย

มหาดไทยแจงดรามา ให้สัญชาติไทย โค้ชเอก-หมูป่า ยัน หม่อง ทองดี อยู่ในเกณฑ์

กรมการปกครอง แจงให้สัญชาติไทย ทีมหมูป่า ก่อน หม่อง ทองดี ยันเข้าหลักเกณฑ์ได้สัญชาติ เพียงรอให้เรียนจบ-เผยกำลังประสานให้กระทรวงวิทย์ฯ ทำหนังสือรับรอง

วันนี้ (9 ส.ค. 2561) นายวีนัส ศรีสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังทางการได้มีการมอบสัญชาติไทยและบัตรประชาชนให้กับ 4 นักฟุตบอลทีมหมูป่าที่ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แต่ทำไม? ถึงไม่ยอมให้ หม่อง ทองดี อดีตแชมป์พับเครื่องบินกระดาษ ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบ้างนั้น ว่า

โค้ชเอก, หมูป่าอะคาเดมี, สัญชาติไทย, หม่อง ทองดี, ข่าวสดวันนี้
หม่อง ทองดี

การให้สัญชาติไทยกับ 4 นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีนั้น เป็นเพราะพวกเขาเข้าหลักเกณฑ์ตามที่ข้อกำหนดการให้สัญชาติไทยกับเด็กต่างด้าว โดย ดช.มงคล บุญเปี่ยม และนายพรชัย คำหลวง พ่อแม่อยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 15 ปี ส่วน ดช.อดุลย์ สามอ่อน อยู่ในไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี และต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)แม้ว่าเขาจะเป็นเด็กไร้สัญชาติที่พ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่เล็ก ขณะที่ พระโค้ชเอก ที่ได้สัญชาติไทย เพราะพิสูจน์ได้ว่าเกิดในประเทศไทย และพ่อที่เสียชีวิตไปก็ได้สัญชาติไทยแล้ว

โค้ชเอก, หมูป่าอะคาเดมี, สัญชาติไทย, หม่อง ทองดี, ข่าวสดวันนี้

ทั้งนี้ในส่วนของ หม่อง ทองดี ทางกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้บอกว่าไม่ให้ แต่เป็นเพราะรอให้เขาจบปริญญาตรีก่อน เพราะหากจบปริญญาตรีแล้วเข้าก็จะเข้าตามหลักเกณฑ์ เป็นบุคคลต่างด้าวต้องจบปริญญาตรี และต้องทําคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ ซึ่งเหลือเพียงข้อนี้ข้อเดียวก็สามารถขอสัญชาติได้ ไม่ได้มีการแบ่งแยกหรือสองมาตฐานแต่อย่างใด

ขณะนี้กรมการปกครอง ได้ประสานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อขอให้ทำหนังสือรับรองการทำคุณประโยชน์ของหม่อง และขั้นตอนต่อไป อธิบดีกรมการปกครอง ก็จะเซ็นและแจ้งไปยังจังหวัดในพื้นที่ ซึ่งหม่องสามารถไปทำหนังสือขอสัญญาชาติเมื่อครบเกณฑ์ที่กำหนดได้

กลุ่มม็อบต้านบ้านพักตุลาการโผล่กลางเมือง ลั่น!! ต้องรื้อเท่านั้น

กลุ่มพลังวัยรุ่นคนเชียงใหม่ทำแฟลชม็อบ ชูป้ายทวงป่าแหว่ง 4 จุดหลักในเมืองเชียงใหม่ พร้อมเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ 26 ส.ค.นี้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 9 ส.ค. 61 นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ พร้อมด้วยกลุ่มเครือข่าย ร่วมกันเดินถือป้ายเพื่อรณรงค์และทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ จากกรณีบ้านพักศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้สร้างบนดอยสุเทพ ทำให้เกิดผลกระทบทางด้านจิตใจและดูไม่เหมาะสมสำหรับคนเชียงใหม่ โดยป้ายดังกล่าว มีข้อความว่า “ต้องรื้อ! บ้านพักตุลาการลงจากดอยสุเทพเท่านั้น”

การทำกิจกรรมครั้งนี้เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนและพี่น้องชาวเชียงใหม่ รวมทั้งเป็นการทวงสัญญาจากรัฐบาลเรื่องบ้านป่าแหว่งด้วย ซึ่งการทำกิจกรรมนั้นเป็นลักษณะแฟลชม็อบ จึงไม่ได้มีคนมาจำนวนมาก แต่มาเพื่อแสดงพลังด้วยการชูป้ายไปตามสถานที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่ ทั้งหมด 4 จุดได้แก่ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์, ข่วงประตูท่าแพ, บนสะพานตลาดวโรรส และที่สะพานเหล็กข้ามแม่น้ำปิง เพราะคนเชียงใหม่ต้องการป่าดอยสุเทพกลับคืนมา เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำและเป็นที่พึ่งทางใจของคนเชียงใหม่ ซึ่งกิจกรรมนี้ก็จะทำอย่างต่อเนื่อง และคนที่ตามเรื่องนี้อยู่ก็ยังมีอีกเยอะ บางกลุ่มอาจคิดว่าทำไมเรื่องนี้ดูเงียบลง ไม่สู้แล้วหรือว่าอย่างไร วันนี้จึงมาบอกว่า ยังอยู่และสู้จนกว่าจะได้พื้นที่ป่ากลับคืน

นอกจากนี้ในช่วงบ่ายของวันที่ 15 สิงหาคม 2561 ก็จะมีการเปิดสภาพลเมืองที่ศาลาประชาคมวัดนันทาราม ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยเชิญหน่วยงานทางราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยด้วย เพราะการเปิดสภาพลเมืองก็เพื่อให้มาพูดคุยกันว่าทางออกจะเป็นอย่างไร หวังว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะมาร่วมพูดคุยกับชาวบ้านด้วย

จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2561 ใจคนเชียงใหม่จะมารวมกันอีกครั้งเพื่อชุมนุมและแสดงพลังครั้งใหญ่ ถือว่าเป็นครั้งที่สอง หลังจากมีการชุมนุมใหญ่ไปเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา งานทวงคืนบ้านป่าแหว่งดูเหมือนจะยืดเยื้อออกไปเรื่อยๆ และจะมีคำแก้ตัวอะไรออกมาอีก คนเชียงใหม่ที่ต้องการป่าคืนก็ไม่สบายใจ ที่จริงควรมีอะไรที่ชัดเจนได้แล้ว คนที่คิดว่าคนเชียงใหม่อ่อนแรงลงไม่จริงแน่นอน เพราะจะเห็นการรวมพลังกันในวันที่ 26 สิงหาคมนี้

ที่ผ่านมาภาคประชาสังคมที่ทำหนังสือส่งไป ก็มักจะมีเรื่องแทรกซ้อนเข้ามาอีกโดยที่ไม่รู้มาก่อน และในช่วงแรกที่มีการตกลงทำสัญญากับคนเชียงใหม่ในเดือนพฤษภาคมว่า จะไม่มีคนเข้าไปอยู่ ทางฝ่ายตุลาการก็บอกว่าจะให้ทางรัฐบาลเป็นผู้จัดการ กลายเป็นว่าตอนี้ขออยู่ก่อนและในอาคารก็มีคนเข้าไปอยู่ สัจจะสำคัญต่อคนเมืองเชียงใหม่ เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลทำให้คนเชียงใหม่ไม่สบายใจจึงออกมาเคลื่อนไหวกันแบบนี้ เพราะดอยสุเทพเป็นดอยชัยมงคลและยังเป็นป่าต้นน้ำ เป็นน้ำที่ไหลมาหล่อเลี้ยงคนเชียงใหม่ทั้งหมด พื้นที่ตรงนี้เป็นดอยสำคัญและเป็นพื้นที่ทางใจ เป็นพื้นที่ระบบนิเวศน์ของเมืองเชียงใหม่ ที่อื่นมีทำไมไม่ไปอยู่ ทำไมถึงไปอยู่ที่แห่งนั้น นั่นคือข้อสงสัยของเชียงใหม่ที่เกิดขึ้น และอยากได้ป่ากลับคืนมา