กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวัน ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2561

เหนือ – อิสาน – กลาง – ตะวันออก ยังต้องเจอกับมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้ 

…………………………………….

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2561 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือ ด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณ อ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศทั่วไทย
(เวลา 06:00 วันนี้ – 06:00 วันพรุ่งนี้)

ภาคเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และสกลนคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ฤาษีปิดสำนักหนี หลังถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาข่มขืนผู้อื่น

ฤาษี หรือ ‘สุรสิทธิ์  พละศักดิ์’ ปิดสำนักหนี หลังถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาข่มขืนผู้อื่น ญาติไม่เชื่อเนื่องจากเป็นคนพิการ

วันนี้ (29 ส.ค. 61) บรรยากาศที่บ้านของ ฤาษี หรือนายสุรสิทธิ์  พละศักดิ์ ในตำบลละทาย  อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ  ถูกปิดเงียบ มีเพียง พ่อ แม่ หลานๆและผู้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เท่านั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางที่บ้านชายที่อ้างว่าเป็นร่างทรงฤาษี ซึ่งได้พบกับเพียงแม่ และหลายชาย อยู่บ้านเท่านั้น

โดยนางวนิดา พละศักดิ์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 9 ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ แม่ของฤาษีร่างทรง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึง กรณีเรื่องที่เกิดขึ้นว่าหลังจากที่ทราบข่าวจากสื่อโทรทัศน์ กว่าลูกชายถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนหญิงสาว ก็รู้สึกตกใจและยังทำใจไม่ได้เพราะไม่เชื่อว่าลูกชายจะมีพฤติกรรมแบบนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาลูกชายเป็นคนพิการ ขาขยับไม่ได้ มีเพียงแขนและนิ้วมือเท่านั้นที่สามารถพอขยับได้บ้าง

จึงไม่เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น พอทราบข่าวก็ได้โทรศัพท์ไปหาลูกชายทันทีแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงไม่ทราบเหตุการณ์ที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาลูกชายจะถูกนิมนต์  ไปทำพิธีกรรมอื่นๆ นอกบ้านเช่นนี้เป็นประจำ  จึงไม่แปลกที่จะหายไปแต่พอทราบว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ ตนก็อยากฟังความจากปากลูกชายบ้างเพราะตอนนี้ก็ไม่สบายใจ และตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านนายปัญญา วงศ์เจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่9 ตำบลละทาย บอกว่า จากพฤติกรรมที่ตนเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ไม่เชื่อว่า นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ หรือฤาษีร่างทรง คนนี้จะมีพฤติกรรมดังกล่าวเพราะเขาเป็นคนพิการ แขนขาไม่มีแรง จึงไม่เชื่อว่าจะทำแบบนี้ได้ เพราะที่ผ่านมาจะมีคนที่เดือดร้อนเรื่องปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาความเชื่อทางศาสนา เดินทางมาให้ ฤาษีร่างทรงนี้ รักษาและทุกรายที่เดินทางมารักษาก็จะหายจากโรคไปทุกราย

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงพิธีกรรมในการทำพิธี  ทราบว่านายพละศักดิ์ ใช้บ้านไม้ 2 ชั้น ซึ่งเป็นบ้านของตนเองที่อยู่ร่วมกับครอบครัวเป็นสำนักสงฆ์ ไม่มีเครื่องรางอะไรมากมาย โดยชาวบ้านที่เดินทางร่วมพิธีจะนำขันดอกไม้พร้อมกับค่ายกครู เป็นเงิน  49 และ 99 บาท บ้าง จากนั้น
นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ จะสวดทำพิธี ให้จนเสร็จสิ้น และเงินที่ได้มาจะมีชาวบ้านที่รักษาหายจากโรคภัยให้เงินเพิ่มเติมอีกแล้วแต่ศรัทธา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่  28 สิงหาคม  2561 ที่ผ่านมา นายสมพร สวยงาม อายุ 47 ปี พร้อม นางวาสนา คุณสุข อายุ 45 ปี สองสามีภรรยาอยู่บ้านเลขที่ 273 บ้านโอปังโก หมู่ 6 ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์  จ.ศรีสะเกษ พา น.ส. บี (นามสมติ) ไปที่สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้าพบกับ ร.ต.ท.หญิงศิรินทรา บุญธรรมรอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อขอแจ้งความว่า น.ส.บี (นามสมติ) ถูก นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ ซึ่งเป็นคนพิการ อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 9 ต.ละทาย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เป็นร่างทรง อ้างตัวเป็นพระฤาษี ข่มขืนกระทำชำเราภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งบนถนนสายศรีสะเกษ-ขุขันธ์ เขต อ.เมืองศรีสะเกษ เหตุเกิด เมื่อระหว่างวันที่ 26-27ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา

นายสมพร สวยงาม พ่อของ น.ส. บี (นามสมติ) ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนมีลูกสาวอยู่ 2 คน เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมามี นายทวี เทียนทอง ซึ่งเป็นคนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันเข้ามาทัก น.ส.เอ นามสมมติ ลูกสาวคนโตของตนว่าตอนนี้กำลังมีเคราะห์ ต้องรีบไปทำพิธีแก้เคราะห์กับ นายสุรสิทธิ์ ที่เป็นพระฤาษี โดยนายทวีพยายามพูดบ่อยครั้ง ตนเลยตกลงที่จะให้ลูกทำพิธีกับฤาษีดังกล่าว นายทวี เลยไปรับตัวฤาษีมาทำพิธีให้ที่บ้านของนายทวี ซึ่งตอนแรกลูกสาวคนโตไม่เชื่อว่าตัวเองมีเคราะห์เลยไม่ขอทำพิธีแต่เมื่อถูกทักและคะยั้นคะยอหลายครั้งจึงยอมทำ และ น.ส.บีลูกสาวคนเล็กก็ทำพิธีด้วย

ต่อมารุ่งขึ้นวันเสาร์ที่ 25 ส.ค. นายทวีก็ชวนตนกับครอบครัวไปทำพิธีที่บ้านของ นายสุรสิทธิ์ อีกโดยทำกันทุกคนจนเย็นก็พากันกลับบ้าน
ต่อมาเช้าวันที่อาทิตย์ที่ 26 ส.ค. นายทวีพร้อมลูกสาวคนเล็กได้มารับ น.ส.บี ลูกสาวคนเล็กของตน พาไปทำพิธีอีก โดยที่ตนภรรยาและลูกสาวคนโตไม่ได้ไปด้วยแต่ครั้งนี้นายทวีพาเด็กสองคนนั่งรถพาไปรับ นายสุรสิทธิ์ หรือพระฤาษี ที่บ้านพาเข้าเมืองศรีสะเกษไปทำพิธีที่รีสอร์ทที่เกิดเหตุ โดยได้เปิดห้องพัก 2 ห้อง ห้องหนึ่งมี นายทวี พักกับลูกสาว ส่วนอีกห้อง มีฤาษี กับ น.ส. บี (นามสมติ) อยู่ทำพิธีกัน 2 คน

โดยฤาษี หรือ นายสุริสิทธิ์ ใช้โอกาสนี้ข่มขืน น.ส. บี (นามสมติ) ภายในห้องดังกล่าวตั้งแต่บ่ายวันที่ 26 ส.ค.ถึงเช้าวันที่ 27 ส.ค
61โดย นายสุรสิทธิ์ ได้ข่มขืน น.ส.บีรวม 4 ครั้ง พร้อมขู่ถ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคนอื่นจะทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้ตายทั้งครอบครัว ก่อนที่ในช่วงเช้าของวันที่ 27 สิงหาคม2561 จะปล่อยตัว น.ส. บี ออกจากห้องให้นายทวีพาไปส่งกลับบ้าน

นายสมพร กล่าวต่อว่า เมื่อถึงบ้านแล้ว พ่อแม่แลพี่สาวเห็นว่าน.ส. บี (นามสมติ) มีพฤติกรรม ท่าทางผิดไปจากปกติอยู่คนเดียว ไม่สนุกสนานไม่ร่าเริงเหมือนอย่างเคย เลยเข้าไปสอบถามว่าเป็นอะไร แต่น้องก็ไม่ยอมตอบตนพร้อมลูกสาวคนโตคือพี่สาวน้องบี พยายามถาม
คาดคั้นจนน้องยอมเล่าให้ฟังว่า ได้ถูก นายสุรสิทธิ์ข่มขืนที่รีสอร์ทในวันนั้น ตนพรัอม น.ส.เอลูกสาวคนโตจึงพาน้องบีไปตรวจร่างกายหาร่องรอยการถูกข่มขืนที่โรงพยาบาลภูสิงห์ ซึ่งผลออกมาก็คือ น้องถูกข่มขืนจริงจึงมาแจ้งความกับ พงส.สภ.เมืองศรีสะเกษ ดังกล่าว

เบื้องตันตำรวจจะได้นัดผู้เสียหายไปสอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ เพื่อหาข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวก่อนที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายสุรสิทธิ์ และผู้ที่อาจจะเกี่ยวข้องมาดำเนินการต่อไป

ต่างด้าวกระเจิงหนีลงคลอง จัดหางาน – ตม. บุกจับคาบ้านหรู

เจ้าหน้าที่จัดงานและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าจับกุมแรงงานต่างด้าวที่บ้านหรู อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย

คลิปภาพจากสมาร์ทโฟนของเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ บันทึกภาพแรงงานหญิงสาวต่างด้าว พากันข้ามคลองและปีนกำแพงรั้วหลบหนีออกไปทางทุ่งนา ขณะที่เจ้าหน้าที่จัดงานและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าจับกุมที่บ้านหรูหลังหนึ่งในตำบลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกไปติดตามจนจับกุมได้ทั้งหมด เป็นหญิงสาวชาวเมียนมาร์ทั้งหมด 8 คน อายุ 15 – 30 ปี หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย

นางสาวพอหทัย วงศ์สวัสดิ์ นิติกรชำนาญการ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ทั้งหมดลักลอบเข้ามา ตามช่องทางธรรมชาติ บริเวณแนวชายแดนด้านอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยใช้วิธีที่มีทั้งนอนอยู่ด้านหลังรถยนต์กระบะและใช้แผ่นไม้ปิดทับ ด้านบนบรรทุกไก่ เดินทางมายังบ้านหลังดังกล่าว เสียเงินค่านายหน้า 4,500 บาท เพื่อมาทำงานเป็นแม่บ้าน พี่เลี้ยงเด็ก และ ดูแลสุนัข เบื้องต้นทั้หมดถูกดำเนินคดีข้อหา หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ รวมทั้งดำเนินคดีกับเจ้าของบ้านที่ให้ที่พักพิงด้วย