เปิดโปงคนดังซื้อบริการทางเพศเด็กชายผ่านไลน์

เปิดโปงคนดังซื้อขายบริการทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีในโซเชียลมีเดีย พบมีการใช้เฟซบุ๊กเชิญชวนให้ไปในเข้ากรุ๊ปไลน์ลับเฉพาะ

ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับ 4 หน่วยงาน เปิดแผนผังที่แสดงพฤติกรรมการกระทำผิดในคดีการซื้อขายบริการทางเพศเด็กชาย อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยชี้ให้เห็นว่ามีการลักลอบใช้แอปพลิเคชั่นไลน์ ชื่อ “รักเด็ก” พร้อมไลฟ์สดในห้องแชท ให้กับกลุ่มผู้มีรสนิยมเพศเดียวกัน ซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มจำนวนมาก และมีบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นลูกค้าซื้อบริการทางเพศ

โดยตำรวจควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาได้ 9 คน ที่มีทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง บุคคลที่มีชื่อเสียง และพนักงานกรมคุมประพฤติ สังกัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในความผิดฐานสนับสนุนการค้ามนุษย์ พรากผู้เยาว์ และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ในการนำเข้าสื่อลามกอนาจารเด็ก

ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหากลุ่มนี้ จะมีนายนำพล สมงาม หรือนิว อายุ 27 ปี เป็นเอเย่นต์ในการซื้อขายบริการทางเพศเด็กชายผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเปิดเพจเฟซบุ๊กเพื่อหาลูกค้าเสียค่าสมัครสมาชิก 300 บาท จากนั้นจะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์เพื่อเสนอขายคลิปลามกอนาจารและเสนอขายประเวณีเด็กชาย ซึ่งหากต้องการซื้อบริการทางเพศจะต้องจ่ายเงินผ่านนายนิวโดยมีค่านายหน้าครั้งละ 500 ถึง 1,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีคดีที่ตำรวจได้สืบสวนจับกุมนายเน็ต ผู้ต้องหา ซึ่งมีโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดียชื่อ Mr. bean narak หลังพบพฤติกรรมซื้อบริการนักศึกษาและแอบติดตั้งกล้องแอบถ่ายขณะร่วมเพศ เพื่อนำคลิปลามกไปขายผ่านกลุ่มไลน์ลับ ที่จะต้องเสียค่าสมัครเป็นรายปี โดยจากการตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหา ตำรวจพบหลักฐานในคอมพิวเตอร์จำนวนมาก และพบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกแอบถ่าย 17 คน รวมทั้งยังมีคลิปแอบถ่ายในห้องน้ำของสถานศึกษาอีกกว่า 100 คน

แจ้งเอาผิดพยาบาล-แม่บ้าน ทำลายกางเกงในน้องหญิง

ครอบครัว ‘น้องหญิง’ เข้าแจ้งความเอาผิด พยาบาล-แม่บ้าน นำกางเกงชั้นในผู้ตายซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดีไปทิ้งโดยพลการ

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ พร้อมนายสุบิน ยาวิราช บิดานางสาวนรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง นำเอกสารหลักฐาน คลิปเสียงการสนทนาระหว่างพยาบาลกับตำรวจ ว่าเป็นคนนำกางเกงชั้นในส่งให้แม่บ้านนำไปทิ้ง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม

เพื่อดำเนินคดีอาญากับพยาบาลและแม่บ้านโรงพยาบาลการุณเวช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหาทำลายวัตถุพยาน หลังพบว่าพยาบาลนำกางเกงชั้นในของน้องหญิงส่งให้แม่บ้านนำไปทำลาย ทำให้วัตถุพยานในคดีสำคัญหายไป

นายอัฉริยะ กล่าวว่า พยาบาลมีพฤติการณ์น่าสงสัย เนื่องจากโกหกญาติว่าคืนกางเกงชั้นในให้ไปแล้ว ต่อมากลับรับว่านำกางเกงชั้นในแยกใส่ถุงส่งให้แม่บ้านนำไปทำลาย อ้างว่าเป็นขยะติดเชื้อ ปกติการเกงชั้นในเป็นสมบัติส่วนตัวของคนไข้ จะต้องคืนให้คนไข้หรือญาติเท่านั้น อีกทั้งกางเกงชั้นในไม่ใช่สายนำเกลือหรือขยะติดเชื้อ ไม่จำเป็นต้องทำลายทิ้ง

นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลยังพบว่าวันเกิดเหตุกางเกงชั้นในของน้องหญิงไม่ได้ถูกแยกใส่ถุงอย่างที่พยาบาลคนดังกล่าวอ้างแต่อย่างใด และทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกมาแถลงข่าวระบุว่าอาจมีความเป็นไปได้ว่าด้วยความเร่งรีบในการช่วยเหลือคนไข้ทำให้เกิดการตกหล่น ซึ่งตามระเบียบแล้วจะเก็บทรัพย์สินของคนไข้ไว้ 7 วันหากไม่มีการติดต่อก็จะนำไปทำลาย

ทั้งนี้ตนไม่รู้เจตนาของพยาบาลและแม่บ้านจริงๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่าก่อนหน้านี้ตนและพ่อน้องหญิงเข้าไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดมาแล้ว แต่ล่าสุดผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลับบอกว่ากล้องเสีย ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวมีพิรุธอย่างมาก อย่างไรก็ตามคดีนี้ครอบครัวน้องหญิงยืนยันจะฟ้องแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายจากโรงพยาบาลดังกล่าวด้วย

ปภ. เผย 9 จังหวัดภาคอีสาน ยังเผชิญน้ำท่วม

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยขณะนี้ ยังมี 9 จังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเตือนอีก 50 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมในระยะนี้

ข้อมูลศูนย์นิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัย อิทธิพลของพายุโซนร้อน “เซินติญ” และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม-7 สิงหาคม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ใน 28 จังหวัด

ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 19 จังหวัด และยังมีสถานการณ์อยู่ 9 จังหวัด คือ นครพนม /มุกดาหาร /อำนาจเจริญ /อุบลราชธานี/ บึงกาฬ /สกลนคร/ ร้อยเอ็ด /กาฬสินธุ์/ และยโสธร รวม 50 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 32,035 ครัวเรือน 89,252 คน

และตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 9 สิงหาคมนี้ จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย 50 จังหวัด คือภาคเหนือ 15 จังหวัด / ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด / ภาคกลาง 11 จังหวัด และภาคใต้ 9 จังหวัด

นอกจากนี้ นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังมีคำแนะนำประชาชน ในการเตรียมพร้อมรับมือ และปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดอุทกภัย โดยขอให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำในพื้นที่ พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด

หมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ หากระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น น้ำในลำน้ำมีสีขุ่นหรือเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับสีดินภูเขา ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ให้เตรียมพร้อมรับมือ เพื่อจะได้อพยพหนีภัยทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังต้องจัดเตรียมสิ่งของและเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ใช้ในช่วงน้ำท่วม รวมถึงวัสดุที่ลอยน้ำได้ เช่น ยางรถยนต์ แกลลอนน้ำ สำหรับยึดเกาะพยุงตัวขณะเดินลุยน้ำ รวมถึงกำจัดขยะไม่ให้อุดตันท่อน้ำ ทางระบายน้ำ นำกระสอบทรายมาจัดวางเป็นแนวคันกั้นน้ำ