ทีมสัตวแพทย์ ผ่าพิสูจน์ ‘เจ้าโทน’ กระทิงป่า รอผล7วัน

ทีมสัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์ ‘เจ้าโทน’ กระทิงหนุ่มวัย 10 ปี หลังจากล้มตายลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว พร้อมด้วย ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว นายพิชัย โพธิกระสังข์ หน.กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สนง.ปศุสัตว์ จ.ชุมพร และ เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทิศใต้ จ.ชุมพร ร่วมกันผ่าพิสูจน์เจ้าโทนวัวกระทิงหนุ่มวัย 10 ปี หลังจากล้มตายลงโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อ 3 วันก่อนภายในสวนปาล์มน้ำมันวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร หมู่ 8 ต.ทุ่งตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร

โดยมีชาวบ้านที่มีความผูกพันกับเจ้าโทนกระทิงหนุ่มเฝ้าติดตามรอผลการตายอย่างใกล้ชิดพร้อมกับใช้มือถือถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วยความอาลัยจากการจากไปของเจ้าโทน

นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว กล่าวว่า หลังจากที่ได้นำทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชมาผ่าซากพิสูจน์ดูเนื้ออวัยวะภายในต่างๆเพื่อนำเข้าตรวจอย่างละเอียดในห้องแล็ป ซึ่งก็ต้องรอผลพิสูจน์การตายของเจ้าโทน อย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งซากในส่วนตัวของเจ้าโทนวัวกระทิงหนุ่ม ช่วงบ่ายวันนี้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ได้ร่วมกับชาวบ้านที่มีความผูกพันกับเจ้าโทนก็จะไปทำพิธีทางสงฆ์ในและฝังในเขตวิทยาลัยเกษตรฯ

ซึ่งในพิธีดังกล่าวจะมีชาวบ้านนำลูกของเจ้าโทนทั้งหมดเท่าที่จะนำมาได้ร่วมด้วยคาดว่าเกือบหลักร้อยตัว และในส่วนของหัวเจ้าโทนต้องนำเก็บไว้เป็นส่วนของราชการต่อไป หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวฯ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นในการผ่าพิสูจน์พบว่ามีรอยช้ำเลือดคลั่งบริเวณลำคออวัยวะภายในผิดรูปและช้ำมาก แต่ยังสรุปอะไรไม่ได้ตอนนี้

ในงานทำบุญให้กับเจ้าโทนกระทิงป่าที่เข้ามาอยู่พื้นที่ และสิ้นลมหายใจไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้เต็มไปด้วยชาวบ้าน คณะครูและนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ซึ่งมาแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัยแก่เจ้าโทนจำนวนมาก

กรมอุตุฯ เผยไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่-กทม.ฝนตก 70%

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

วันนี้ 7 ส.ค.61 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2561

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

12 สิงหาคม เริ่มงดใช้โฟมบรรจุอาหาร ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ

12 สิงหาคม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เริ่มงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ

วานนี้ (6 ส.ค.61) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้จัดงานแถลงข่าว โครงการ “ทำดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” โดยมีนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้แถลงการณ์

สืบเนื่องจากพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินโครงการ “ทำดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม”ด้วยการลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติทั้ง 154 แห่ง (ทางบก 128 แห่ง,ทางทะเล 26 แห่ง) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกับประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างรายได้ให้ประเทศไทยจำนวนมาก

ทั้งนี้ ข้อมูลในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2561 มีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 16 ล้านคน แต่พบปัญหาที่ตามมาจากการท่องเที่ยว คือ ขยะและน้ำเสีย โดยเฉพาะขยะพลาสติก ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ ทั้งสัตว์น้ำและสัตว์ป่า ดังเช่นข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ มีการเสนอภาพการตายของสัตว์ทะเล พบเศษขยะและพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหาร

ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี พบสัตว์ป่าตาย เนื่องจากระบบการย่อยอาหารล้มเหลว ในลำไส้และกระเพาะอาหารพบเศษขยะพลาสติก

นอกจากนี้ยังพบว่ามีเศษพลาสติกจากฝาขวดบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ปลิวกระจายตามลมไปหลายจุดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ บางแห่งพบตามแหล่งน้ำทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อปะการัง สัตว์น้ำ ลดความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว เป็นปัญหาขยะและน้ำเสีย ยากต่อการจัดเก็บและย่อยสลายตามธรรมชาติ

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการ ตามแนวคิด 3 Rs คือ การใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ (Reduce Reuse Recycle : 3Rs)

พร้อมทั้งจัดรณรงค์ลดบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร ขวดน้ำที่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด หลอด และช้อน-ส้อม ที่ทำจากพลาสติก ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 พร้อมกันในอุทยานแห่งชาติ 154 แห่งทั่วประเทศ

ที่มา: ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่