อย.เตือนอย่าซื้อ! “BABYFACE PLUS+” อ้างรักษาสิว ฉลากไม่ตรงตามที่แจ้ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “BABYFACE PLUS+” อ้างสรรพคุณลวงช่วยรักษาสิว ฉลากไม่ตรงตามที่แจ้ง เตือนอย่าซื้อ เสี่ยงติดเชื้อหน้าพัง

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารชื่อ “BABYFACE PLUS+” เลขสารบบอาหาร 16-1-01957-1-0015 ขายผ่านสื่ออินสตราแกรม นั้น อย. ได้สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมพบ อินสตราแกรมชื่อ “jiboblink” ระบุข้อความ Babyface.officia (รับตัวแทน) วิตามินหน้าเนียน/เจ้าแรกของไทย นำเข้าจากญี่ปุ่น รักษาสิวอักเสบ อุดตัน ผด ผื่นแพ้ ขาว เนียนใส ปลอดภัย 100%

และยังพบภาพการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น BABYFACE PLUS+ หน้าขาวเนียนใส รักษาสิว ทำให้สิวอุดตันยุบตัว รักษาสิวเรื้อรังขึ้นที่เดิมไม่หายสักที รักษาอาการแพ้ครีม น้ำ ฝุ่น ผิวติดสาร วิตามินจากธรรมชาติ 100% ….ฯลฯ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ผู้ใดประสงค์จะโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ทางฉายภาพ ภาพยนตร์หรือทางหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์อื่นหรือด้วยวิธี อื่นใด เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ต้องนำเสียง ภาพ ภาพยนตร์ หรือข้อความที่จะโฆษณาดังกล่าวนั้น ให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะโฆษณาได้

โดยขณะนี้ อย. ได้ดำเนินการสั่งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวแล้ว หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ปรับรายวันอีกวันละไม่น้อยกว่า 500 บาทแต่ไม่เกิน 1,000 บาทตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

นอกจากนี้การตรวจสอบฐานข้อมูลของเลขสารบบอาหารดังกล่าวพบข้อมูลการขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชื่ออาหาร พี เอ็น ซี ซึ่งไม่ตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์อาหาร BABYFACE PLUS+ และอาจเข้าข่ายเป็นอาหารปลอม ผู้ใดผลิต จำหน่าย อาหารปลอมต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปีและปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งแสนบาท ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ขอเตือนประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้โดยเด็ดขาด นอกจากจะเสียเงินโดยไม่มีความจำเป็นแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซ้ำร้ายถึงขั้นเสียโฉม

โดย อย. ยังคงเข้มงวดในการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่เป็นภัยร้ายต่อสังคม โดยเฉพาะทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จะไม่ปล่อยให้มีผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายลอยนวล ทั้งนี้ขอให้ผู้บริโภคช่วยกันสอดส่อง หากพบเห็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือการผลิต/จำหน่าย ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือที่ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียน ผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ

กสม. ชี้! กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่รับพนักงานสอบสวนหญิง ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ

กสม. ชี้! กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่รับพนักงานสอบสวนหญิงถือเป็นการเลือกปฏิบัติ แนะรัฐบาลดำเนินการตามอนุสัญญาว่า ด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีฯ เพิ่มสัดส่วนสตรีในระบบราชการ

วันที่ 6 สิงหาคม 2561 นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดรับสมัครเข้ารับราชการตำแหน่งพนักงานสอบสวนโดยเปิดรับสมัครเฉพาะเพศชายจนปรากฏกระแสเรียกร้องในประเด็นความเสมอภาคทางเพศ ว่า ตนมีความห่วงกังวลต่อกรณีดังกล่าว

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในการเข้ารับราชการตำรวจ และขัดต่อบทบัญญัติข้อ 7 ของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women – CEDAW) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งระบุว่า รัฐภาคีจะใช้มาตรการที่เหมาะสมทุกประการ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในด้านที่เกี่ยวกับการเมืองและทั่ว ๆ ไปของประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะให้ประกันแก่สตรีภายใต้เงื่อนไขแห่งความเสมอภาคกับบุรุษซึ่งสิทธิที่จะเข้าร่วมในการวางนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการตามนโยบายนั้น และในการรับตำแหน่งราชการและปฏิบัติหน้าที่ราชการในทุก ๆ ระดับของรัฐบาล

นางอังคณา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปีที่ผ่านมาในคราวการประชุมพิจารณารายงานการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบในรอบของประเทศไทย ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีของสหประชาชาติ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงตำแหน่งต่าง ๆ ในระบบราชการไทยที่สัดส่วนของสตรียังคงมีไม่มากนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานทางการเมือง และคณะกรรมการฯ ได้ตั้งคำถามว่าไทยจะมีวิธีเพิ่มเติมสัดส่วนของตัวแทนสตรีในหน่วยบริหารราชการเช่นเดียวกันกับภาคเอกชนได้อย่างไร

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เคยมีข้อเสนอแนะต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีพนักงานสอบสวนหญิงในการสอบสวนคดีความผิดทางเพศ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีพนักงานสอบสวนหญิงประจำทุกสถานีตำรวจ

อย่างไรก็ดี ตนเห็นว่ารัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยไม่ควรปิดกั้นการเข้ารับราชการในทุกตำแหน่งด้วยเหตุแห่งเพศ และควรรับประกันการเพิ่มสัดส่วนของสตรีในกระบวนการทำงาน การมีส่วนร่วม และการตัดสินใจในทุกระดับของรัฐ ตามหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ทั้งนี้ เพื่อให้สตรีได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานของประเทศชาติและเพื่อสร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมเคารพสิทธิมนุษยชนบนพื้นฐานความเป็นธรรมทางเพศต่อไป

พบชายเป็นลมหมดสติ บริเวณสะพานลอย ปากทางหมู่บ้านสี่ไชยทอง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือชายเป็นลมหมดสติ บริเวณสะพานลอย ปากทางหมู่บ้านสี่ไชยทอง ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด

วันนี้ (6 ส.ค. 61) เวลาประมาณ 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือชายเป็นลมหมดสติบริเวณสะพานลอย ปากทางหมู่บ้านสี่ไชยทอง ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

รายงานข่าวระบุว่า นอกจากทางเจ้าหน้าที่กู้แล้วยังมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลใกล้เคียงกับพื้นที่เกิดเหตุเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ