รมว.เกษตรฯ ยันยังควบคุมปริมาณน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานได้ตามแผน

รมว.เกษตรฯ ยืนยันยังควบคุมปริมาณน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานได้ตามแผน สามารถชะลอน้ำเข้าสู่ตัวเมือง เพชรบุรี ให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด 

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในจังหวัดเพชรบุรี ว่า การบริหารจัดการน้ำเขื่อนแก่งกระจานยังควบคุมได้และเป็นไปตามแผน แม้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนแก่งกระจานจะมีค่อนข้างมาก ส่งผลให้น้ำที่ระบายออกจากประตูระบายน้ำปกติ ไหลเข้าสู่ทางระบายน้ำล้นฉุกเฉิน หรือ spillway แล้วก็ตาม แต่ไม่ใช่การล้นออกจากสันเขื่อนแต่อย่างใด

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ต่ำ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเพชรบุรีเพื่อเร่งให้ระบายออกทะเลโดยเร็วที่สุดด้วย จากแผนการระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง จะสามารถหน่วงน้ำให้เข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรีได้ช้าลง เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง และส่งผลกระทบในพื้นที่ราบลุ่มและพื้นที่เกษตรกรรมน้อยที่สุด

สำหรับพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมมาตรการเยียวยาไว้แล้ว โดยจะดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และมีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดด้วย

ปคม. เตรียมสอบสวนปมค้ามนุษย์คดี ‘น้องหญิง’

ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เผยถึงการสอบสวนปมค้ามนุษย์ในการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ ‘น้องหญิง’ ที่ จ.อยุธยา

วันที่ 6 ส.ค.2561 พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าในคดีการเสียชีวิตของน้องหญิง ที่เกิดขึ้นที่ จ.อยุธยา ระบุว่า คดีนี้เป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่าในคดีนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของปคม. ที่เข้ามาคลี่คลายและดูว่าคดีนี้เข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่

ทั้งนี้ พล.ต.ต.กรไชย ระบุว่า ในวันนี้ได้มีการนัดหมายพยานปากสำคัญ เนื่องจากได้มีการพูดคุยกับผู้ตายก่อนเกิดเหตุ โดยทางปคม.ไม่ต้องการให้พยานเกิดความหนักใจ และยึดความเป็นส่วนตัว จึงได้เตรียมพนักงานสอบสวนหญิงรองรับคดีค้ามนุษย์และคดีทุกคดีที่เป็นคดีทางเพศ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และจะมีการสอบปากคำในทุกประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับคดี

อย่างไรก็ตาม ได้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน อาทิ ตำรวจภูธรภาค 1 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นต้น โดยจะนำเอาปัจจัยต่างๆ มาประกอบในการพิจารณาคดี เช่น พฤติกรรมของผู้ต้องหา ซึ่งต้องรอว่าผลของการสืบสวนสอบสวนนั้นจะสรุปออกมาว่าเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม หรือการค้ามนุษย์หรือไม่ ซึ่งจะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นไปที่การไขความกระจ่างเพื่อความสบายใจแก่ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่น้องหญิงจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา เธอได้ไปเที่ยวในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในอำเภอบางปะอิน จ.อยุธยากับเพื่อนที่ชื่อเป็ด ซึ่งขากลับเป็ดได้ให้น้องหญิงกลับบ้านกับชายที่มานั่งดื่มด้วยกันชื่อ อ๊อฟ น้องหญิงจึงโทรไปปรึกษารุ่นพี่ที่ชื่อรุ้งเพราะมีอาการหวาดกลัว เนื่องจากขณะที่นั่งดื่มน้องหญิงถูกนายอ๊อฟลวนลาม โดยเป็ดและแฟนหนุ่มอ้างว่าต้องไปทำงานต่อซึ่งเป็นคนละทางกับหอพักที่น้องหญิงกับเป็ดพักอยู่ด้วยกัน จึงให้น้องหญิงกลับกับนายอ๊อฟโดยขึ้นรถเทรลเลอร์กลับ

ทั้งนี้รุ้งเป็นเพื่อนที่น้องหญิงได้พูดคุยก่อนที่น้องหญิงจะเสียชีวิต โดยบทสนทนาช่วงแรกหลังจากน้องหญิงโทรศัพท์ไปหารุ้งคือขณะนั้นนายอ๊อฟกำลังขับรถเทรลเลอร์ไปส่งเธอและแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่ง บทสนทนาชี้ว่าน้องหญิงรู้สึกกลัวและไม่ปลอดภัยเพราะเธอถูกนายอ๊อฟลูบขาระหว่างทาง ในขณะที่รุ้งกับเจนพยายามสอบถามและช่วยเหลือ

โดยในระหว่างนั้นมีเสียงผู้ชายซึ่งคาดว่าเป็นเสียงของนายอ๊อฟแทรกเข้ามาถามหญิงว่าร้องไห้ทำไม และในบทสนทนาช่วงหนึ่งรุ้งได้บอกกับหญิงว่าอ๊อฟเป็นคนที่เคยล่วงละเมิดทางเพศเจนมาแล้วเช่นกัน จึงพยายามหาทางออกให้กับหญิงและย้ำกับเป็ดว่าให้น้องหญิงขึ้นรถแท๊กซี่กลับมาเอง

หลังจากนั้นเวลาเช้านายอ๊อฟได้ใช้โทรศัพท์ของน้องหญิงโทรไปหารุ้งและแจ้งว่าน้องหญิงกระโดดลงจากรถ โดยนายอ๊อฟได้นำตัวน้องหญิงส่งโรงพยาบาลเมื่อรุ้งไปถึงพบว่าน้องหญิงอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้ญาติยังคงติดใจถึงสาเหตุการตายเนื่องจากผลชันสูตรศพพบว่าน้องหญิงถูกค้อนตีที่ศีรษะอย่างรุนแรงหลายครั้ง

แม่ชีร้องทุกข์!! หลังถูกพาดพิงมีสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเจ้าอาวาสวัดดัง

แม่ชีที่ถูกพาดพิงว่าไปมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเจ้าอาวาสวัดดังรูปหนึ่ง เข้าร้องทุกข์ต่อผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถระสมาคม ให้ตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

วันนี้ ( 6 ส. ค. 61) ที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายปรเมษฐ เนติธรรมรักษ์ ประธานชมรมเนติธรรมรักษ์ พร้อมแม่ชีที่ถูกพาดพิงว่าไปมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเจ้าอาวาสวัดดังรูปหนึ่ง จ.จันทบุรี เดินทางเข้าพบนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถระสมาคม เพื่อนำหลักฐานและข้อมูลมาให้ตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าอาวาสคนดังกล่าว

โดยนายปรเมษฐ เปิดเผยว่า นำหลักฐานมาให้เจ้าหน้่าที่ตรวจสอบถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดดัง ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าอาวาสฯกับแม่ชี และพระบางรูปที่ออกมาเป็นพยานเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ รวมทั้งตรวจสอบเรื่องเจ้าอาวาสคนดังกล่าวระบุว่าพระผู้ใหญ่ 2 รูปทุจริตเงินทอนวัด

ด้านแม่ชีคนดังกล่าว ระบุยืนยันว่าในส่วนของตนมีข้อมูลและหลักฐานที่แสดงถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสคนดังกล่าวว่ามีความสัมพันธ์กับตนจริง จึงนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้องการให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบว่าอาจเข้าข่ายการอาบัติปาราชิกหรือไม่

ก่อนหน้านี้ก็เคยร้องเรียนไปแล้วตั้งแต่ปี 2548 แต่เรื่องก็ไม่คืบหน้า กระทั่งล่าสุดเมื่อปี 2559 ก็มีคำสั่งไม่ให้ตนเข้าวัดที่พระรูปดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาสหรือไม่ โดยตนสงสัยว่าทำอะไรผิด ทั้งที่เคยเป็นลูกศิษย์วัดดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2516

อย่างไรก็ตามนายสิปป์บวร เปิดเผยว่า รับเรื่องไว้ ก่อนจะตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดก่อน แบ่งเป็นเรื่ิองการทุจริต และเรื่องธรรมวินัย จึงต้องขอเวลาในการตรวจสอบให้รอบคอบและรัดกุม ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย