เปรมชัย ขึ้นศาลคดีครอบครองปืน ก่อนนัดสืบพยาน 9 ก.ค. 2561

ศาลนัดสืบพยาน คดี เปรมชัย ครองอาวุธปืน 9 ก.ค. 2562 ด้านเจ้าตัวบ่นเหนือยแต่ไม่กระทบงาน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (6 ส.ค. 2561) ที่ศาลอาญารัชดา ผู้พิพากษาได้มีการนัด นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร บ.อิตาเลี่ยนไทย ดีเว๊ลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน ) ตรวจหลักฐานในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง เป็นจำเลย ในความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนฯ

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายเปรมชัย ซ.ศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ภายหลังจากที่นายเปรมชัย ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นรศวร ในอำเภอทองผาภูมิ กาญจนบุรี ควบคุมตัว หลังเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่า

เปรมชัย กรรณสูตร, คดีฆ่าเสือดำ, ข่าวสดวันนี้
ปืนเปรมชัย

โดยในวันนี้เป็นการนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2561 เคยมีการนัดตรวจพยานหลักฐานไปแล้ว ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดพนักงานอัยการ ได้ยื่นบัญชีพยานในการนำสืบรวม 15 ปาก ใช้เวลา 5 นัด โดยนัดสืบพยานโจกท์ปากแรก ในวันที่ 9 ก.ค. 2562 ขณะที่จำเลย ใช้พยาน 10 ปาก ในการนำสืบต่อสู้ ใช้เวลา 2 นัด ในวันที่ 19 ก.ค. 2562 ศาลจึงพิจารณาแล้วก็อนุญาตให้อัยการโจทก์-จำเลย นำสืบพยานบุคคลตามที่แถลงตามวันและเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจหลักฐานแล้ว นายเปรมชัย ได้ตอบคถามผู้สื่อข่าวถึงการถูกดำเนินคดีขณะนี้รวม 4 คดีแล้วมีปัญหากระทบการดำเนินธุรกิจหรือไม่ ว่า ธุรกิจก็ไม่มีปัญหากระทบอะไร จะมีก็แค่ตนเหนื่อยขึ้นที่ต้องมาศาลบ่อยเท่านั้น

เผาแล้ว ‘ไฮโซเชอร์รี่’ ตำรวจเผยขอ 7 วันจับ ‘โก้’

ญาติเผาศพ “ไฮโซเชอร์รี่” แล้ว ขณะที่พ่อเผยตำรวจขอเวลา 7 วัน ตามล่าตัวคนร้าย หากคดีไม่คืบผู้นำชุมชนขู่เตรียมนำชาวบ้าน 100 คน บุก สน.โชคชัย

เมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) ที่เมรุวัดบางบัว ครอบครัวตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ร่วมกันจัดพิธีฌาปนกิจศพ นางสาวธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือเชอร์รี่ อายุ 39 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และขนส่งรายใหญ่ ที่ถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยมีผู้เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด

นายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 67 ปี คุณพ่อของนางสาวธิติมา กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปรึกษาเรื่องคดีความกับทาง พลตำรวจตรีธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับหารตำรวจนครบาล 4 เป็นที่เรียบร้อย โดยได้ข้อมูลว่า ทางเจ้าหน้าที่ขอเวลาทำงานในการตามตัวผู้ก่อเหตุเป็นระยะเวลา 7 วัน

ด้านนางธันย์วรา เลิศรัตน์อังกูร ประธานสหกรณ์เคหสถานเพื่อที่อยู่อาศัยจำกัด ที่เคยร่วมงานกับนางสาวธิติมา เปิดเผยว่า รู้จักนางสาวธิติมาช่วงการก่อสร้างที่พักอาศัยของชุมชน เป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และยังเคยคุยกันว่าเมื่อเสร็จสิ้นการสร้างที่พักแล้ว นางสาวธิติมา จะจัดตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กและคนแก่ในชุมชน แต่เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ทางชุมชนทุกคนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยในวันพรุ่งนี้ ( 7 ส.ค.) หากยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี จะนัดลูกบ้านที่สมัครใจไม่ต่ำกว่า 100 คน ไปติดตามความคืบหน้าที่ สน.โชคชัย เพราะไม่ต้องการให้คดีนี้เงียบหายไป

ขณะที่ พลตำรวจตรีธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยว่า ทางตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวนายอัศยา หรือ โก้ และน้องชาย ซึ่งได้วางกำลังตามเส้นทางเข้า-ออกในจังหวัดที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งจุดผ่าน ตม. รวมไปถึงเส้นทางที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีโดยใช้ช่องทางธรรมชาติอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้วางกำลังตั้งแต่ภาคอีสานลงมาเกือบทุกจังหวัด ส่วนเส้นทางการเงินของนายอัศยา ได้มีการแจ้งอายัดบัญชีไว้หมดแล้ว ซึ่งก่อนที่จะมีการอายัดบัญชีพบว่านายอัศยา ได้ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสินประมาณ 5-6 พันบาท และมีการโอนเงินหลักหมื่นบาท
ส่วนกรณีรางวัลนำจับนั้น มีผู้ประสงค์ไม่ออกนามจ่ายเงินค่าหัวให้หากมีผู้แจ้งเบาะแสจนไปสู่การจับกุมตัว แต่ในการจับกุมทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเงียบๆไม่ให้นายอัศยาไหวตัวทัน อีกทั้งคาดว่าคงหลบหนีไปได้ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์

ขณะที่ พันตำรวจโทพสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รองผู้กำกับการ(สอบสวน) สน.โชคชัย เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ออกหมายเรียกนายอนุวัฒน์ ชัยภา อายุ 32 ปี น้องชายคนร้าย ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ให้มาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 12 สิงหาคม หากยังไม่เข้ามาพบ จะทำการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่เข้ามาพบจะออกหมายจับ ข้อหาช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รมว.กระทรวงวิทย์ กดไลค์ App War…แอปชนแอป ยกเป็นหนังดีที่คนไทยคู่ควร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โพสต์เฟซบุ๊กชวนคนไทยไปชมภาพยนตร์ เรื่อง App War…แอปชนแอป  ชี้ได้สาระควบคู่ความบันเทิง  พร้อมยกเป็นหนึ่งในหนังที่คนไทยคู่ควร 

วันนี้ (6 ส.ค. 2561) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee แสดงความเห็นชื่นชมภาพยนตร์ไทยเรื่อง App War…แอปชนแอป ที่กำลังเข้าโรงฉายอยู่ในขณะนี้ว่าเป็นภาพยนตร์น้ำดี ที่นอกจากจะให้ความบันเทิงแล้ว ยังให้สาระ ความเข้าใจในมุมมองของคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงการใช้ชีวิต และรูปแบบการทำงานที่ต้องเปลี่ยนไปพร้อมกับยุคสมัย โดยระบุว่า  “App War…แอปชนแอป”

App War แอปชนแอป, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์, ข่าวสดวันนี้

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ผมและครอบครัวได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์ไทยเรื่อง “App War แอปชนแอป” แม้เป็นแค่เพื่อความบันเทิง ภาพยนตร์เรื่องนี้ช่วยให้ผู้ใหญ่อย่างผมเข้าใจมุมมองของคนรุ่นใหม่หลายๆกลุ่มที่มีความฝัน มี passion มีความหวังและความเชื่อในอะไรบางอย่าง ที่คนภายนอกอาจไม่เข้าใจ มองว่าไร้สาระ หรือแม้กระทั่งตัดสินและดูถูก แน่นอนไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนมีฝันเหล่านี้จะเริ่มต้น และยากยิ่งกว่าที่จะทำให้คนอื่นคล้อยตาม สนใจ หรือช่วยสนับสนุน

หลายครั้งผู้ใหญ่อาจตัดสินว่าคนรุ่นใหม่สบายเกินไป ไม่อดทน ไม่ดิ้นรน ไม่มีความพยายาม แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นอีกหนึ่งแง่มุมหนึ่ง ว่าเส้นทางที่คนรุ่นใหม่หลายๆคนเลือกเดินมันไม่ได้ง่ายหรือสบายอย่างที่เราคิด จะประสบความสำเร็จได้หรือจะเริ่มต้นได้ เราต้องผ่านการต่อสู้ การทำงานหนัก การทำงานร่วมกับผู้อื่น การค้นหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่สม่ำเสมอ และการเปิดกว้างยอมรับในคำแนะนำของผู้อื่น

ในขณะเดียวกันเราต้องเชื่อมั่นในความคิดและจุดยืนของตัวเองมากพอ หรือแม้กระทั่งยอมเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เมื่อเส้นทางเก่ามาถึงทางตันหรือเมื่อโอกาสใหม่ๆเข้ามาในชีวิต แค่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เรายังเห็นคนหลากหลายรูปแบบในวงการ start-up ทุกคนมีสไตล์การทำงาน มีจุดเด่นจุดด้อย เป้าหมาย ความเชื่อ ความอดทนอดกลั้นที่แตกต่างกันไป และไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดหรือคนที่ต้นทุนดีที่สุดเสมอที่จะประสบความสำเร็จ

ไม่ว่าคุณจะมีธุรกิจหรือ start-up เป็นของตัวเอง มีลูกหลานเป็นเจ้าของ start-up เชื่อหรือไม่เชื่อใน start-up หรือกำลังค้นหาหรือคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ ผมเชื่อว่าภาพยนตร์ App War จะให้แง่มุมใหม่ๆที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการทำงานและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปพร้อมกับยุคสมัยครับ

สำหรับ “App War…แอปชนแอป” ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มคนสองกลุ่มที่ทำแอพลิเคชั่นที่มีการใช้งานที่เหมือนกัน กลุ่มแรกคือ Team Inviter และอีกกลุ่มคือ Team Amjoin ทั้งสองทีมจะต้องพัฒนาแอพลิเคชั่นของตัวเองเพื่อชิงเงินจากนายทุน โดยผู้ชนะจะได้เงินรางวัล 100 ล้านบาท แต่ทั้งสองทีมจะต้องใช้การเฉือนคมด้วยอาวุธสมองของแต่ละทีมเพื่อการแข่งขัน

แต่การที่จะได้เงินมานั้นก็ต้องแลกมาด้วยความรักและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่พวกเขาจะต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน ทั้งนี้แม้ว่า หนังจะไม่ได้ลงลึกถึงขนาดนำไปประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง แต่เชื่อว่า App War จะเป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานเกี่ยวกับสตาร์ทอัพและการทำตามความฝันได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งหนังไม่ได้สื่อให้ความสัมพันธืระหว่างหนุ่มสาว แต่ยังเผยให้เห็นถึง Passion ในการทำงาน การสร้างอนาคตของคนรุ่นใหม่ที่มันสามารถเปลี่ยนโลกได้

App War แอปชนแอป เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ และสามารถชมตัวอย่างได้ที่นี่