ตำรวจบุกทลายแก๊งเงินกู้ ดอกเบี้ยโหดอำนาจเจริญ

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร กว่า 50 นาย บุกทลายแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ ในจังหวัดอำนาจเจริญ ตรวจพบมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 50 ล้านบาท คาดทำเป็นขบวนการ

วันนี้(2 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ ทหาร อส. กว่า 50 นาย ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นโกดังเก็บรถยนต์ขนาดใหญ่ 3 จุด ในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ที่เป็นแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ ยึดรถยนต์ของกลางได้กว่า 40 คัน และรถจักรยานยนต์อีกว่า 50 คัน

โดยจุดที่ 1 เปิดเป็นบริษัทรับซื้อ-ขาย จำนำทะเบียนรถ โดยใช้ชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด นิธิวงศ์ ณ อำนาจ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 2 บ้านหาดทรายมูล ตำบลห้วยไร่ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ มีนางสาวนิธิศา บุญเมือง อายุ 47 ปี จดทะเบียนเป็นเจ้าของกิจการ

ขณะที่ นายอนันต์ ประกอบจันทร์ สามีของนางสาวนิธิศา ให้การว่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ มาจากการรับจำนำ มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย บางคันซื้อมาเพื่อรอการขายต่อ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหานายอนันต์ ปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นหลักค้ำประกัน รับจำนำในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน และคิดค่าจอดคันละ 3,000 บาทต่อเดือน คาดทำเป็นขบวนการ และมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 50 ล้านบาท

หากประชาชนสงสัยว่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ตรวจยึดได้ เป็นรถของตนเอง สามารถนำหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อติดต่อรับรถคืนได้ที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ

ฝากขัง ‘พนม ศรศิลป์’ อดีต ผอ.พศ.’พร้อมพวก 8 คน คดีทุจริตเงินทอนวัด

กองปราบฯ ฝากขัง ” พนม ศรศิลป์ ” อดีต ผอ.พศ. พร้อมพวก 8 คน ผู้ต้องหาเอี่ยวคดีทุจริตเงินทอนวัด

วันนี้ ( 2 ก.ค. 61)  ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมอดีตข้าราชการและข้าราชการ พศ. ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือคดีเงินทอนวัด จากกองบังคับการปราบปรามมาขออำนาจศาลฝากขัง

ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวานนี้ ( 1 ส.ค. 61) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ ม.157 เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำนวน 10 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักนายพนมย่านพุทธมณฑลสาย 4 และควบคุมตัวนายพนมเดินทางมาดำเนินคดีที่กองปราบปราม รวมทั้งผู้ต้องหาอีก 8 คน คือ นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอ่างทอง ถูกจับที่บ้านพัก อ.เมืองอ่างทอง, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีต พศ.จ.นครปฐม ถูกจับที่บ้านพัก อ.สามพราน จ.นครปฐม, นายบุญเลิศ โสภา ผอ.พศ.จ. ลำปาง จับได้ที่บ้านพัก อ.เมืองกาญจนบุรี, นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. จับได้ที่บ้านพักเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ, นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. จับได้ที่บ้านพักเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ รวมทั้งนายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศ.จ.สิงห์บุรี, นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด, นายเจษฎา วงศ์เฆม เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จับได้ที่ จ.นครศรีธรรมราช และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนาระบบบริหาร สำนักพุทธฯ ก็ถูกเข้าจับกุมนำตัวมาสอบสวนที่กองปราบปรามเช่นกัน เหลือเพียง น.ส.ประนอม คงพิกุล ผอ.พศ.จ.สมุทรปราการ หลบหนีไปต่างประเทศ

ผู้ค้าถนนข้าวสารยืนยัน ตั้งแผงขายบนทางเท้า หลังกทม.เข้าจัดระเบียบ

กทม. จัดระเบียบ “ถนนข้าวสาร” วันแรกไม่สำเร็จ ผู้ค้ายืนยันตั้งแผงขายบนทางเท้า เผยกระทบต่อรายได้ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว

ภายหลังการทำความสะอาดบริเวณถนนข้าวสารได้ไม่นาน กลุ่มผู้ค้าบนถนนข้าวสารก็กลับมาตั้งแผงค้าขายที่จุดเดิมโดยไม่ฟังคำสั่งของกรุงเทพมหานครที่ห้ามตั้งแผงค้าบนทางเท้า โดยตัวแทนผู้ค้ายืนยันว่า การจัดระเบียบทางเท้ากระทบต่อรายได้ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ดังนั้น กทม.ต้องชะลอการจัดระเบียบจนกว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกัน

ด้านเจ้าหน้าที่ได้พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ค้าให้รื้อถอนแผงค้าแต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้เจ้าหน้าที่เทศกิจต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ค้าทุกราย ซึ่งทุกแผงค้าที่มีการฝ่าฝืนจะถูกปรับในอัตราสูงสุด 2,000 บาท

ขณะที่นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ทางกทม.มีนโยบายห้ามขาย จับ-ปรับจริง พร้อมกับตัดสิทธิ์ผู้ค้าที่ฝ่าฝืนห้ามขายของบนถนนข้าวสาร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป กทม.อนุญาตให้ผู้ค้าถนนข้าวสารค้าขายได้ตั้งแต่เวลา 18 นาฬิกาไปจนถึง 24 นาฬิกา ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล ออกข้อบังคับจราจร เพื่อปิดจราจรให้ผู้ค้าตั้งแผงค้าขายบนผิวจราจรได้