แม่ร้อง! ลูกชายขี่จยย.พลิกคว่ำเสียชีวิต แต่พิสูจน์ศพพบไม้คิวสนุกเกอร์ปักคาอก

แม่ติดใจสาเหตุการตายของลูกชาย หลังขี่จักรยานยนต์พลิกคว่ำเสียชีวิต แต่ผลผ่าพิสูจน์ศพพบไม้คิวสนุกเกอร์ปักคาอก

วันนี้ (1 ส.ค. 61) นางณัฐธยาน์ สิทธิชัยเบญกุล อายุ 48 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผู้กำกับการสภ.ศรีราชา ว่า เมื่อเวลา 03.20 น. ของวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา นายปพน ขาวเจริญ อายุ 28 ปี ลูกชายตนเอง ได้ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า CBR 650 พลิกคว่ำ บริเวณเนินแม่กิมบ๊วย หน้าบริษัท ทีปาร์ค  ฝั่งขาเข้าพัทยา ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แล้วเสียชีวิตคาที่ หลังจากนั้นจึงได้นำร่างส่งผ่าพิสูจน์ จนพบว่ามีท่อนไม้คิวสนุกเกอร์ ยาว 17 ซม. ปักเข้าที่บริเวณอกข้างขวา

ทั้งนี้ นายบุญเลิศ ขาวเจริญ อายุ 48 ปี ผู้เป็นอา กล่าวว่า หลังจากที่ผ่าพิสูจน์มาก็พบท่อนไม้คิวสนุกเกอร์ จึงได้รีบเดินทางมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับหลานชายที่ตายไป เพราะถือว่าเป็นคดีฆาตกรรม เชื่อว่าไม่น่าจะใช่อุบัติเหตุ และหลานจะต้องไม่ตายฟรี จึงอยากขอวอนให้ตำรวจและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามคดีให้ด้วย

ด้าน พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้มีการสั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามคดีดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่จุดเริ่มต้น พบว่าผู้ตายได้ไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อนในพื้นที่อ.เมืองชลบุรี จนกระทั่งกลางดึก ผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมา ซึ่งในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการติดตามตรวจสอบในขั้นตอนต่อไป เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สลด! พ่อตายิงลูกเขยดับคาที่ ขณะล่าสัตว์หลังเห็นเป็นหมูป่า

สลด! พ่อตายิงลูกเขยดับคาที่ ขณะล่าสัตว์หลังเห็นเป็นหมูป่า

วันนี้ (1 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.สนอง กุญชร รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคนถูกยิงเสียชีวิตอยู่บนภูเขากลางป่าลึก ไม่สามารถนำศพออกมาได้ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุบริเวณเชิงเขาพื้นที่ หมู่ 10 ต.ท่าแดง เจ้าหน้าที่ทั้งหมดต้องทำการเดินเท้าเข้าไปในป่าลึก ลัดเลาะไปตามลำธาร ผ่านโขดหิน และขึ้นไปบนภูเขาสูงชัน ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร

ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุพบผู้ตายสภาพถูกยิงเข้าบริเวณโหนกแก้ม เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อคือ นายประทีป อายุ 24 ปี ห่างกันเล็กน้อยพบอาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก วางกองอยู่กับพื้นโดยมีผู้ก่อเหตุ คือ นายธนวัตร อายุ 43 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อตาของผู้ตายนั่งร้องให้ข้างศพด้วยความเสียใจ

จากการพูดคุยกับ นายธนวัฒน์ เล่าว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตนและลูกเขยได้เข้าป่าเพื่อหาล่าสัตว์ จนถึงช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ตนได้สังเกตุเห็นหมูป่ากำลังเดินไปมาและหยุดนิ่งอยู่ตรงพุ่มไม้ จึงได้ยิงใส่ 1 นัด และรีบเข้าไปดูก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ายิงถูกลูกเขยเข้าอย่างจัง จึงได้โทรแจ้งให้ญาติทราบและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาที่เกิดเหตุและรอมอบตัวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการตายจึงเตรียมนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ส่วนผู้ก่อเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ่อเฒ่าวัย 73 วอนตร.เร่งจับคนร้ายงัดบ้านขโมยทรัพย์สิน สงสัยลูกชายร่วมแก๊ง

พ่อเฒ่าวัย 73 ปี วอนตำรวจเร่งจับคนร้ายงัดบ้านขโมยทรัพย์สิน สงสัยลูกชายร่วมแก๊ง เผยหากลูกทำผิดยินยอมให้ติดคุก

วันนี้ (1 ส.ค. 61) นายวีระ (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกรณีที่คนร้ายก่อเหตุงัดบ้าน ขโมยทรัพย์สินไปหลายรายการ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 61 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า โดยได้เดินทางไปสอบถามตำรวจที่ สภ.ปากพนัง แต่ได้รับคำตอบจากตำรวจว่าให้ตนไปหาพยานในที่เกิดเหตุ ตนไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน เพราะเพื่อนบ้านไม่มีใครกล้าเป็นพยาน จึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน

ทั้งนี้ นายวีระ ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนและภรรยา มีลูกรวม 4 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน ตนมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเร่ขายอาหารสดตามหมู่บ้าน ส่วนบ้านที่เกิดเหตุตนอาศัยอยู่กับภรรยา และลูกชายคนที่ 2 วัย 44 ปี รวม 3 คน ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 61 ตนและภรรยาเดินทางไปเยี่ยมลูกอีกคน ที่ทำงานใน จ.ภูเก็ต เป็นเวลาหลายวัน กระทั้งวันที่ 5 ก.ค. 61 ตนและภรรยาเดินทางกลับบ้านที่ อ.ปากพนัง และพบว่าประตูห้องนอน ตู้เสื้อผ้า และตู้เก็บของ ถูกคนร้ายงัดแงะจนเสียหาย รื้อค้นข้าวของกระจายเกลื่อนบ้าน

จากการตรวจสอบมีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ ประกอบด้วย หัวเตาแก๊ส , ลูกและแม่กุญแจจำนวน 4 ชุด ,ผ้าไหม และเสื้อผ้ากว่า 10 ชุด , เลื่อยวงเดือน 1 เครื่อง รวมทั้งรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ อาร์ซี 110 สีเขียว ป้ายทะเบียน ขตจ 997 สงขลา หลบหนีหายไป หลังเกิดเหตุตนไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากพนัง และสอบถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างที่ตนและภรรยา เดินทางไปภูเก็ต โดยลูกชายคนที่ 2 อ้างว่า ตอนพ่อและแม่ไม่อยู่มีเพื่อน 2 คนเป็นชาย และหญิง มาอยู่ที่บ้าน ส่วนทรัพย์สินที่หายไป เป็นฝีมือของเพื่อนผู้หญิง ซึ่งตนถูกเพื่อนผู้ชายหลอกให้ไปนอกบ้าน ก่อนที่เพื่อนผู้หญิงจะงัดแงะ รื้อข้าวของ และขโมยของมีค่าหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าลูกชายคนที่ 2 ของตน น่าจะมีส่วนรู้เห็นและร่วมกันขโมยทรัพย์สินในบ้าน เนื่องจากก่อนหน้านี้ลูกชายของตนเคยก่อเหตุงัดตู้ผ้า ตู้เก็บสิ่งของมีค่า และขโมยทรัพย์สินไปแล้วหลายครั้ง แต่ตนไม่ติดใจเอาความ และอบรมสั่งสอนให้ลูกชายเลิกพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย แต่สุดท้ายลูกชายของตนยังก่อเหตุลักเล็กขโมยสิ่งของในบ้านอีก นอกจากนี้ลูกชายของตนยังติดยาเสพติด และเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมข้อหาปัสสาวะสีม่วง และอยู่ระหว่างการควบคุมประพฤติ

“ตนและภรรยาเชื่อว่าลูกชายของตนร่วมกับเพื่อนขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน และตนให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ตนต้องการให้ตำรวจเร่งรัดสืบสวน สอบสวนจับคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว หากลูกชายของตนมีส่วนร่วมกับเพื่อนขโมยทรัพย์สินในบ้านจริง ก็ขอตำรวจให้นำลูกชายของตนไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ตนยอมให้ลูกติดคุก เพราะต้องการให้ดัดนิสัยของลูก เปลี่ยนนิสัยลักเล็กขโมยน้อย และต้องการให้ลูกปรับปรุงตัวเป็นคนดี รู้จักทำมาหากิน เพราะหากลูกชายของตนทำผิดแล้วไม่ได้รับโทษ เกรงว่าลูกชายจะไปก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อยบ้านของชาวบ้าน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน”