พ่อเฒ่าวัย 73 ปี วอนตำรวจเร่งจับคนร้ายงัดบ้านขโมยทรัพย์สิน สงสัยลูกชายร่วมแก๊ง เผยหากลูกทำผิดยินยอมให้ติดคุก
วันนี้ (1 ส.ค. 61) นายวีระ (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกรณีที่คนร้ายก่อเหตุงัดบ้าน ขโมยทรัพย์สินไปหลายรายการ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 61 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า โดยได้เดินทางไปสอบถามตำรวจที่ สภ.ปากพนัง แต่ได้รับคำตอบจากตำรวจว่าให้ตนไปหาพยานในที่เกิดเหตุ ตนไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน เพราะเพื่อนบ้านไม่มีใครกล้าเป็นพยาน จึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน
ทั้งนี้ นายวีระ ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนและภรรยา มีลูกรวม 4 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน ตนมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเร่ขายอาหารสดตามหมู่บ้าน ส่วนบ้านที่เกิดเหตุตนอาศัยอยู่กับภรรยา และลูกชายคนที่ 2 วัย 44 ปี รวม 3 คน ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 61 ตนและภรรยาเดินทางไปเยี่ยมลูกอีกคน ที่ทำงานใน จ.ภูเก็ต เป็นเวลาหลายวัน กระทั้งวันที่ 5 ก.ค. 61 ตนและภรรยาเดินทางกลับบ้านที่ อ.ปากพนัง และพบว่าประตูห้องนอน ตู้เสื้อผ้า และตู้เก็บของ ถูกคนร้ายงัดแงะจนเสียหาย รื้อค้นข้าวของกระจายเกลื่อนบ้าน
จากการตรวจสอบมีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ ประกอบด้วย หัวเตาแก๊ส , ลูกและแม่กุญแจจำนวน 4 ชุด ,ผ้าไหม และเสื้อผ้ากว่า 10 ชุด , เลื่อยวงเดือน 1 เครื่อง รวมทั้งรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ อาร์ซี 110 สีเขียว ป้ายทะเบียน ขตจ 997 สงขลา หลบหนีหายไป หลังเกิดเหตุตนไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากพนัง และสอบถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างที่ตนและภรรยา เดินทางไปภูเก็ต โดยลูกชายคนที่ 2 อ้างว่า ตอนพ่อและแม่ไม่อยู่มีเพื่อน 2 คนเป็นชาย และหญิง มาอยู่ที่บ้าน ส่วนทรัพย์สินที่หายไป เป็นฝีมือของเพื่อนผู้หญิง ซึ่งตนถูกเพื่อนผู้ชายหลอกให้ไปนอกบ้าน ก่อนที่เพื่อนผู้หญิงจะงัดแงะ รื้อข้าวของ และขโมยของมีค่าหลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าลูกชายคนที่ 2 ของตน น่าจะมีส่วนรู้เห็นและร่วมกันขโมยทรัพย์สินในบ้าน เนื่องจากก่อนหน้านี้ลูกชายของตนเคยก่อเหตุงัดตู้ผ้า ตู้เก็บสิ่งของมีค่า และขโมยทรัพย์สินไปแล้วหลายครั้ง แต่ตนไม่ติดใจเอาความ และอบรมสั่งสอนให้ลูกชายเลิกพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย แต่สุดท้ายลูกชายของตนยังก่อเหตุลักเล็กขโมยสิ่งของในบ้านอีก นอกจากนี้ลูกชายของตนยังติดยาเสพติด และเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมข้อหาปัสสาวะสีม่วง และอยู่ระหว่างการควบคุมประพฤติ
“ตนและภรรยาเชื่อว่าลูกชายของตนร่วมกับเพื่อนขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน และตนให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ตนต้องการให้ตำรวจเร่งรัดสืบสวน สอบสวนจับคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว หากลูกชายของตนมีส่วนร่วมกับเพื่อนขโมยทรัพย์สินในบ้านจริง ก็ขอตำรวจให้นำลูกชายของตนไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ตนยอมให้ลูกติดคุก เพราะต้องการให้ดัดนิสัยของลูก เปลี่ยนนิสัยลักเล็กขโมยน้อย และต้องการให้ลูกปรับปรุงตัวเป็นคนดี รู้จักทำมาหากิน เพราะหากลูกชายของตนทำผิดแล้วไม่ได้รับโทษ เกรงว่าลูกชายจะไปก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อยบ้านของชาวบ้าน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน”