ตัวแทนชาวยะลา ยื่นเรื่องขอให้ยุติโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยา

ตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดยะลา ยื่นเรื่องขอให้ยุติโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยาจังหวัดยะลา

วันนี้ (1 ส.ค.61) ตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดยะลา เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนกับ นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรณีโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยา ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

โดยทางกลุ่มชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยาจังหวัดยะลา ได้ยื่นเรื่องขอให้ยุติโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยาจังหวัดยะลา โดยระบุเหตุผลการคัดค้านดังนี้

1. ชาวบ้านหลาย 10 ครัวเรือนได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะพื้นที่สร้างอ่างเก็บน้ำและคลองส่งน้ำส่วนใหญ่เป็นพื้นที่หลักในการทำมาหากินที่ได้รับผลผลิตเต็มที่เช่น สวนยางพารา สวนผลไม้ต่างๆ บ่อปลา ฟาร์มไก่และบ้านพักอาศัย พื้นที่นี้อยู่ใกล้ชุมชนหมู่บ้าน ทำให้สะดวกเดินทางได้ลดความเสี่ยงต่อภัยอันตรายจากสถานการณ์ต่างๆ

2.การสร้างอ่างเก็บน้ำและคลองส่งน้ำจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ทำมาหากินหลักและบ้านพักอาศัยของชาวบ้านผู้เดือดร้อนดังกล่าวด้วย

3.แม้กรมชลประทานมีข้อเสนอเงินค่าชดเชยให้แก่ผู้เดือดร้อน แต่ก็ไม่สามารถที่จะนำเงินไปซื้อหาที่ดินที่สะดวกและปลอดภัยต่อการทำมาหากินดังเช่นที่ดินปัจจุบันได้

4.พื้นที่อ่างเก็บน้ำและคลองส่งน้ำครอบคลุมถึงสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านคือสุสานจีนซึ่งมีอยู่เกือบ 100 ศพ และแหล่งดินดำกากยักษ์ที่ใช้เป็นมวลสารในการทำหลวงปู่ทวด หลวงปู่ไกร ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่เคารพนับถือของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่

5.นอกจากนี้กลุ่มชาวบ้านผู้เดือดร้อนเห็นว่า การชี้แจงข้อมูลและการดำเนินการของกรมชลประทานยังไม่มีน้ำหนักและสมเหตุสมผลเพียงพออีกทั้งยังไม่โปร่งใส

กสม. ห่วงการจัดชกมวยเด็ก ละเมิดสิทธิ กระทบต่อพัฒนาการทางสมอง

กสม. ห่วงการจัดชกมวยเด็ก ละเมิดสิทธิ – ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง เสนอแก้ไขกฎหมายกีฬามวย ให้สอดคล้องอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

วันที่ 1 สิงหาคม 2561 นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านสิทธิผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก การศึกษา และการสาธารณสุข กล่าวถึงการจัดชกมวยเด็กว่า ตนมีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังมีเด็กจำนวนมากเป็นนักกีฬามวยและต้องเดินสายขึ้นชกตามเวทีต่าง ๆ

โดยที่งานวิจัยของ ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้วิจัยเรื่องการบาดเจ็บของสมองในกลุ่มนักมวย ยืนยันว่า ปัจจุบันมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ประมาณ 2 – 3 แสนคนทั่วประเทศเข้าสู่วงการมวยไทยตั้งแต่เล็ก บางคนขึ้นเวทีชกมวยตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ซึ่งการชกมวยตั้งแต่วัยเด็กเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดยเฉพาะการบาดเจ็บทางสมองจากการถูกชกหรือการที่ศีรษะสะบัดอย่างรวดเร็วกะทันหัน อันส่งผลต่อเนื้อสมองและระบบประสาท ซึ่งถือเป็นการบาดเจ็บภายในที่เด็กมักจะไม่รู้ตัว แต่จะส่งผลระยะยาวต่อระบบประสาท เช่น เกิดการบกพร่องทางปัญญา หรือ นำมาสู่โรคทางสมองต่าง ๆ ในภายหน้า

ทั้งนี้ นางฉัตรสุดา ระบุว่า ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับนักมวยเด็ก เป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากกีฬามวยเด็กอาจซ่อนเร้นด้วยการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ถือเป็นการใช้แรงงานและทารุณกรรมเด็ก อันขัดต่อหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRC) ที่มีหลักการว่า เด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางของสังคมจะต้องได้รับการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานให้มีชีวิตรอด และต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการถูกทำร้าย การล่วงละเมิด และการแสวงหาประโยชน์ในทุกรูปแบบ

นอกจากนี้ การชกมวยเด็กที่เป็นลักษณะมวยอาชีพและได้รับค่าตอบแทน ยังขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (6) ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทำงาน หรือกระทำการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก และ (7) ที่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬา หรือให้กระทำการใด เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก

อย่างไรก็ดี เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขอเสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ทั้งนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับความคุ้มครองในชีวิตและร่างกาย และมีพัฒนาการการเติบโตที่ดีต่อไป

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกาศห้าม!! นำพลาสติกเข้าพื้นที่ – อย่าให้อาหารนกล่อถ่ายรูป

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เผยแพร่ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก ห้ามนำพลาสติกใช้แล้วทิ้งเข้าพื้นที่ และอย่าให้อาหารล่อนกเพื่อถ่ายรูป เหตุกระทบชีวิตสัตว์ป่า เสี่ยงติดโรค 

วันนี้ (1 ส.ค. 2561) เพจ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้มีการเผยแพร่ประกาศเรื่องห้ามนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้งเข้าในพื้นที่ และห้ามนักท่องเที่ยวให้อาหารนกเพื่อถ่ายรูปเหตุเสี่ยงติดโรคกระทบชีวิตสัตว์ป่า โดยมีข้อความระบุว่า

ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  เรื่อง ห้ามนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง  (Single – use plastics) เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ได้แก่
– กล่องพลาสติกบรรจุอาหาร
– จานพลาสติก
– ถุงพลาสติกหูหิ้ว
– ขวดน้ำที่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด

**หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 18 และต้องระวางโทษตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
**มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
#อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
#ห้ามนำพลาสติกเข้าอุทยานแห่งชาติ

นอกจากนี้เพจดังกล่าวยังมีเผยแพร่ข้อความห้ามนักท่องเที่ยวใช้เหยื่อล่อนกมาถ่ายรูปด้วย โดยให้เหตุผลว่า เสี่ยงติดโรค และกระทบกับชีวิตของสัตว์ เรื่อง ห้ามใช้เหยื่อล่อนกเพื่อถ่ายภาพในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
อย่าให้อาหารนก

ตามที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ตรวจพบว่า มีผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง โพสต์ภาพถ่ายนก 3 ภาพ พร้อมข้อความว่า “นกแต้วแล้วสีน้ำเงิน@เขาใหญ่ (ขอบคุณไกด์เอครับ)” และพบว่า นกในภาพ คือ นกแต้วแล้วสีน้ำเงิน (Pitta cyanea) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกนก ลำดับที่ 489

ลักษณะกำลังคาบหนอนอยู่ในปากเป็นจำนวนมาก หนอนเป็นหนอนที่พบได้ทั่วไปตามร้านขายอาหารนก และนกคาบหนอนดังกล่าวพร้อมกันจำนวนมาก ซึ่งลักษณะพฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติ จึงทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการล่อสัตว์ป่าดังกล่าวมาเพื่อถ่ายภาพ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่รักในธรรมชาติทุกท่าน ว่า การใช้เหยื่อล่อสัตว์ป่ามาเพื่อถ่ายภาพนั้น นอกจากจะเสี่ยงที่สัตว์ป่าจะติดโรคจากอาหารที่ไม่ได้มีอยู่ในธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์ป่า ซึ่งจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าด้วย อีกทั้งการกระทำดังกล่าว ยังผิดระเบียบกฎหมายต่าง ๆ

ซึ่งมีโทษทางอาญาดังนี้
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
👉http://www.codi.or.th/…/…/Laws_environment_agriculture-6.pdf
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535
👉http://www.ubonzoo.com/law/law_wild2535.htm
ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวน เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือทำอันตรายกับสัตว์ต่างๆทุกชนิดในอุทยานแห่งชาติ
👉http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%CD10/%CD10-2e-2558-a0005.pdf
ดังนั้นจึงขอความร่วมมือ นักท่องเที่ยวทุกท่าน ที่รักธรรมชาติ งดการกระทำดังกล่าวและช่วยบอกต่อ ให้นักท่องเที่ยวท่านอื่นทราบด้วย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงค่ะ
#นกแต้วแล้วสีน้ำเงิน
#ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า
#อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
อุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ หนึ่ง ปราจีนบุรี
ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช