รัสเซียเตรียมซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

รัสเซียจะจัดการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี โดยจะระดมเจ้าหน้าที่กว่า 3 แสนนายและเครื่องบินอีก 1,000 ลำ รถถัง 900 คันโดยมีทหารจากกองทัพมองโกเลียและจีนเข้าร่วมด้วย โดยจะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 กันยายน ที่จะถึงนี้

วันที่ 28 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย แถลงว่า จะมีซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น การซ้อมรบจะมีขึ้นในเขตพื้นที่ทหารทางภาคกลางและตะวันออกของรัสเซีย โดยการซ้อมรบจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 กันยายนนี้ ภายใต้ชื่อรหัส วอสตอค-2018

นายชอยกูกล่าวว่า รถถัง ยานพาหนะหุ้มเกราะ ยานรบกองกำลังทางบก จำนวนกว่า 3,600 คัน อากาศยาน 1,000 ลำ กองเรือของรัสเซียอีก 2 กองเรือ และหน่วยอากาศโยธินทั้งหมด จะมีส่วนร่วมในการซ้อมรบครั้งนี้ และยันว่า การซ้อมรบ “วอสต็อก-2018” ถือว่าใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การซ้อมรบสมัยโซเวียตภายใต้ชื่อรหัส “ซาปาด-81” เมื่อปี 2524

ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า การซ้อมรบจัดขึ้นโดยพิจารณาจากสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยท่าทีก้าวร้าวและเป็นปฏิปักษ์ต่อรัสเซีย และการที่กองทัพจีนเข้าร่วมซ้อมรบด้วยแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน

ภาพประกอบข่าว

การซ้อมรบครั้งนี้มีขึ้นในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตก ซึ่งหลายฝ่ายแสดงความวิตกว่าเป็นการเสริมกำลังทางทหารอย่างไม่ถูกต้องเพื่อต่อต้านแสนยานุภาพทางทหารขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ ในฝั่งตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งนาโต้เองได้เตรียมความพร้อมในยุโรปตะวันออกเช่นกัน เพื่อป้องกันหากมีปฏิบัติการทางทหาร หลังจากรัสเซียผนวกเอาดินแดนไครเมียจากยูเครนเมื่อปี 2557 และยังสนับสนุนการก่อความไม่สงบของฝ่ายที่หนุนรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน

อย่างไรก็ตาม การซ้อมรบครั้งใหญ่นี้ เกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกกำลังตึงเครียด มีเสียงวิจารณ์ตามมาว่า รัสเซียเสริมกำลังทหาร เพื่อต่อต้านแสนยานุภาพทางทหารขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต

การซ้อมรบในครั้งนี้ยังอาจสร้างความไม่พอใจให้กับญี่ปุ่น ซึ่งได้ร้องเรียนเรื่องที่รัสเซียเสริมกำลังทางทหารในภาคตะวันออกไกล ซึ่งนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่นมีกำหนดไปร่วมประชุมที่เมืองวลาดิวอสต็อก ในช่วงที่มีการซ้อมรบ

ที่มา  www.nytimes.com

‘บูม จิระพิสิษฐ์’ เข้ารับทราบข้อหาเพิ่ม ฐานร่วมกันฉ้อโกงคดีบิทคอยน์

ดาราหนุ่ม ‘บูม จิระพิสิษฐ์’ เข้ารับทราบข้อหาเพิ่ม ฐานร่วมกันฉ้อโกงคดีบิทคอยน์

ความคืบหน้าคดีลวงชาวต่างชาติลงทุนบิทคอยน์มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) นายจิระพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม ดารานักแสดง พร้อมนายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง

ขณะที่ในวันนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 5 คน คือ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม, นายปริญญา จารวิจิต, นายธนสิทธิ์ จารวิจิต นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เอ็กเปย์ และ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ

ซึ่งนายชาคริส และนายประสิทธิ์ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาล่วงหน้าไปแล้ววานนี้ (28 ส.ค.) โดยขณะนี้เหลือเพียง นายปริญญา พี่ชายบูม ผู้ต้องหาคนสำคัญของคดี ซึ่งมีกำหนดรับทราบข้อกล่าวหาในวันเดียวกัน แต่ยังคงหลบหนีอยู่นอกประเทศ ซึ่งหากไม่เดินทางมาภายในวันนี้พนักงานสอบสวนจะเสนอต่อศาลอาญาเพื่ออนุมัติหมายจับต่อไป

เตือนเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำน่าน หลังฝนตกต่อเนื่อง น้ำเต็มความจุ

ชลประทาน เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำห้วยแฮต อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน หลังปริมาณน้ำเต็มความจุ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร จากฝนที่ตกต่อเนื่อง

วันนี้(29 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้อ่างเก็บน้ำห้วยแฮต อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีปริมาณน้ำเต็มความจุที่ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร

เจ้าหน้าที่ชลประทาน ยืนยันว่า มีระบบระบายน้ำที่ดีพอ รวมทั้งมีระบบตรวจสอบวัดระดับน้ำฝน ระดับน้ำในอ่าง และ ปริมาณน้ำที่ระบายออก แบบเรียลไทม์ ซึ่งรายงานผ่านดาวเทียม ไปยังศูนย์ควบคุมกรมชลประทาน
ขณะที่ชาวบ้านหนองบัว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยแฮต ยังมั่นใจศักยภาพในการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำ โดยเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดปัญหาอ่างแตกอย่างแน่นอน

นอกจากอ่างเก็บน้ำห้วยแฮตแล้ว จังหวัดน่าน ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 3 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำในอ่างเกินกว่าระดับจัดเก็บร้อยละ 80 และอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำน้ำพง อำเภอสันติสุข ,อ่างเก็บน้ำน้ำฮิ อำเภอเวียงสา และอ่างเก็บน้ำน้ำแหง อำเภอนาน้อย

ส่วนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ ตรวจสอบบึงนาปรัง อำเภอพิชัย ที่มีปริมาณน้ำเต็มความจุ และเริ่มล้นเข้าท่วมพื้นที่เกษตร หลังฝนตกหนักสะสม
เบื้องต้น ได้เร่งประสานผู้ดูแลประตูระบายน้ำ คลองมะแพลบ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ให้ช่วยเปิดประตูน้ำ เพื่อระบายน้ำออก ก่อนที่น้ำจะทะลักท่วมนาข้าวกว่า 2,000 ไร่

ด้านพื้นที่ภาคอีสาน อย่างที่จังหวัดมุกดาหาร ผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าตรวจระดับน้ำโขง บริเวณวัดศรีมงคลเหนือ ที่มีน้ำท่วมวัดแล้วบางส่วน หลังน้ำโขง สูงเกินระดับวิกฤต และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือข้ามฝาก ระวังอันตรายจากกระแสน้ำไหลเชี่ยว

ส่วนที่จังหวัดบึงกาฬ หน่วยงานท้องถิ่น พร้อมสาธารณสุขอำเภอพรเจริญ ตรวจคัดกรองโรคที่อาจมากับน้ำให้กับชาวตำบลดอนหญ้านาง อำเภอพรเจริญ หลังน้ำแม่น้ำสงคราม ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านกว่า 200 หลัง พร้อมแนะประชาชนสวมรองเท้าบูธ ขณะเดินลุยน้ำ และควรสวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง ที่นั่งเรือสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้าน