ข่าวดี! ใครปลูกต้นไม้ไว้ หวังใช้ประโยชน์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ในอนาคต ไม่ต้องรอกฎหมายประกาศใช้แล้ว โครงการธนาคารต้นไม้ของ ธ.ก.ส. สามารถใช้ต้นไม้ขอสินเชื่อได้ทันที ส่วนไม้ชนิดใดจะกู้เงินได้เท่าไหร่ ธ.ก.ส.มีมาตรฐานกลางไว้เทียบเคียงแล้ว
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ระบุว่า พร้อมปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกรที่อยู่.oโครงการธนาคารต้นไม้ โดยใช้ต้นไม้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ต้องปลูกในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ ส่วนการตีมูลค่านั้น ขึ้นอยู่กับประเภทต้นไม้และขนาด โดยใช้สูตรที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาเป็นมาตรฐานกลาง
ทั้งนี้ แต่เดิมการให้กู้โดยมีหลักทรัพย์ คือ ที่ดิน ธ.ก.ส.จะให้สินเชื่อร้อยละ 50 ของหลักทรัพย์ แต่ถ้าที่ดินนั้นปลูกต้นไม้จะเพิ่มเป็นร้อยละ 80 ทำให้ ที่ดิน 1 ไร่ ราคา 1 ล้านบาท หากไม่ปลูกต้นไม้กู้ได้แค่ 5 แสนบาท แต่ถ้าปลูกต้นไม้ตามหลักของธนาคารต้นไม้ ธ.ก.ส. จะให้กู้ 8 แสนบาท

สำหรับเกณฑ์ใช้ต้นไม้เป็นหลักประกันจะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ
1.กลุ่มไม้เนื้ออ่อนที่โตเร็ว
2.กลุ่มไม้เนื้อปานกลาง
3.กลุ่มไม้สัก
4.กลุ่มไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้พะยูง
ส่วนต้นไม้ที่ไม่รับเป็นหลักประกัน ได้แก่ ไม้ยางพารา , ยูคาลิปตัส , พญาคชสาร , มะพร้าว และไม้ที่ไม่สามารถแปรรูปก่อสร้างบ้านเรือนได้ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. เริ่มโครงการธนาคารต้นไม้มาตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1 แสนราย ใน 6,804 ชุมชน มีต้นไม้ในโครงการกว่า 11.79 ล้านต้น



