เบนซ์ชนกับแท็กซี่ไกล่เกลี่ยไม่ลงตัวจึง “เป่ายิ้งฉุบ” เพื่อตัดสิน

รถเบนซ์ชนกับรถแท็กซี่ ไกล่เกลี่ยกันไม่ลงตัว สุดท้าย 2 คู่กรณี แก้ปัญหาด้วยการ ‘เป่ายิ้งฉุบ’

วันที่ 29 ส.ค. 2561 สำนักข่าวในประเทศจีน รายงาน อุบัติเหตุทางรถยนต์ มีคู่กรณีเนรถยนต์เมอร์เซเดซเบนซ์ เฉี่ยวชนกับรถแท็กซี่บนถนน ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน โดยคู่กรณีทั้งสองไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ลงตัว ทั้งรถทั้งสองคันยังได้รับความเสียหายจากการเฉี่ยวชน

โดยคนขับแท็กซี่เรียกร้องค่าชดเชยจาก หนุ่มเจ้าของรถเบนซ์ 700 หยวน หรือราว 3,350 บาท แต่ชายหนุ่มรถเบนซ์ยินยอมจ่ายแค่ 500 หยวน หรือราว2,390 บาท ทั้งคู่จึงแก้ปัญหาด้วยการเป่ายิ้งฉุบ ซึ่งผลสรุปได้ว่า คนขับรถแท็กซี่เป็นฝ่ายชนะ ชายหนุ่มเจ้าของรถเบนซ์จึงต้องจ่ายเงินชดเชย 700 หยวน ตามที่คู่กรณีเรียกร้อง

โดยขณะที่ทั้งสองกำลังตกลง และจบปัญหาด้วยการเป่ายิ้งฉุบอยู่นั้น มีผู้บันทึกคลิปวิดีโอไว้ได้ และนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นมีชาวโซเชียลแชร์เรื่องนี้ต่อออกไปอย่างรวดเร็ว และมีคำชื่นชมวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีนี้เป็นจำนวนมาก

ที่มา  news.ifeng.com

สมาคมธนาคารไทย แจงกรณีปัญหาระบบขัดข้องชั่วคราว

สมาคมธนาคารไทย แจงกรณีปัญหาระบบขัดข้องชั่วคราว ที่เกิดขึ้นกับธนาคารบางธนาคาร

สมาคมธนาคารไทยขอชี้แจงกรณีปัญหาเหตุขัดข้องชั่วคราวที่เกิดกับบางธนาคาร ในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 ซึ่งเกิดจากปริมาณธุรกรรมเกิดขึ้นจำนวนมากในช่วงเช้าและได้ส่งผลกระทบให้ลูกค้าไม่สามารถใช้ช่องทางการทำธุรกรรมในบางช่องทาง และทำให้มีลูกค้าบางท่านที่โอนเงินและมีการตัดบัญชีไปแล้ว แต่ปลายทางได้รับเงินช้ากว่าปกติหรือยังไม่ได้รับเงิน

ภาพประกอบข่าว

ทางสมาคมฯ ขอเรียนว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ธนาคารส่วนใหญ่ทยอยแก้ไขเหตุขัดข้องดังกล่าวแล้ว และระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวและปลายทางไม่ได้รับเงิน ทางธนาคารจะรีบดำเนินการปรับปรุงบัญชีให้กับลูกค้าภายในวันที่ 1 กันยายน 2561

สกัดจับขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ ส่งออกประเทศจีน หลังสำแดงเส้นทางเท็จ

ศุลกากรแหลมฉบัง ร่วมกับ บก.ปทส. สกัดจับตู้คอนเทนเนอร์ขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ บรรจุท่อนไม้ประดู่ ส่งออกประเทศจีน หลังสำแดงเส้นทางเท็จ

วันนี้ (31 ส.ค. 61) มีรายงานว่า บริเวณท่าเรือ A3 เขตท่าเรือแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง (สทบ.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปัญญา  ปิ่นสุข ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันป้องรักษาป่าและควบคุมไฟป่า หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ พยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้  เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กรมป่าไม้ ตัวแทนสายเรือ ตัวแทนท่าเรือ A2 และตัวแทนผู้ส่งออก ได้ร่วมกันเปิดตู้สินค้าที่ศุลกากรได้อายัดไว้ จำนวน 1 ตู้ ซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่มีความเกี่ยวโยงกับ น.ส.ชลิดา สุพันธมาส หรือ มู่หลาน ซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนการค้าไม้ข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเวลานี้

จากการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้า พบสินค้าภายในตู้ดังกล่าวมีลักษณะเป็นไม้เหลี่ยม ไม้ท่อน พยายามลักลอบส่งออกไปยังปลายทาง เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ตรวจสอบสินค้าภายในตู้ดังกล่าว พบท่อนไม้ประดู่ ไม่ต่ำกว่า 100 ท่อน บรรจุอยู่ด้านใน

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2561 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้รับการประสานงานจากศูนย์ข้อมูลการข่าวศุลกากร (Customs Intelligent Center : CIC) ให้ทำการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข TEMU7896867 สงสัยว่า พยายามนำไม้ท่อนส่งออกนอกราชอาณาจักรโดยการสำแดงเท็จ จึงได้สืบหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าตู้ต้องสงสัยในใบขนสินค้าขาออกเลขที่ A017 16108 05073 สำแดงสินค้าเป็น ชัน/ครั่ง (DAMAR BATU PACKING 50KG PER GUNNY BAGS) ปริมาณ 23,820.550 KGM  น้ำหนัก 23,820.550 KGM จะส่งออกโดยเรือ PELICAN เที่ยววันที่ 20 สิงหาคม 2561 ประเทศปลายทาง INDONESIA

จากการสืบข้อเท็จจริง พบว่า เรือ PELICAN มีเส้นทางไปประเทศ ฮ่องกง/จีน ซึ่งไม่เป็นไปตามประเทศปลายทางที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาออก ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จึงได้แจ้งกักตู้สินค้าไว้ จำนวน 1 ตู้ และได้มีเปิดตู้กันในครั้งนี้

นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมสินค้าลักลอบหลีกเลี่ยงตามพระราชบัญญัติศุลกากร ซึ่งมีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นตามนโยบายของกรมศุลกากร

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้ทำการจับกุมสินค้าประเภทไม้ท่อนที่สำแดงเท็จ เพื่อพยายามส่งออก จำนวน 12 ตู้คอนเทนเนอร์ รวมมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท พล.ต.ต.ปัญญา  ปิ่นสุข ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจยึดไม้ประดู่ในครั้งนี้ ก็สืบเนื่องจากมาจากการตรวจสอบขบวนการค้าไม้ข้ามประเทศของน.ส.ชลิดา หรือมูหลาน ที่บริเวณโกดังแปรรูปไม้ เลขที่ 99 ม.10 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ จนทราบว่าจะมีการส่งตู้คอนเทนเนอร์ บรรจุไม้ประดู่ ปลายทางที่ประเทศจีน จึงได้ให้ศุลกากรทำการอายัดไว้ก่อน และได้มีการเปิดตรวจสอบกันในครั้งนี้