นายกคนใหม่ของออสเตรเลียประกาศรายชื่อ ครม.

นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลียประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรี ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศลาออกจากตำแหน่ง หลังแพ้การเลือกตั้งภายในพรรค 

วันที่ 27 ส.ค. 2561 รายการ ทันข่าวเช้า Good morning Thailand ทางช่อง MONO29 นายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย ประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรี วานนี้

โดยหนึ่งในรายชื่อที่เขาประกาศคือ นางสาวมารีส เพย์น รัฐมนตรีกลาโหม จะมารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศแทนนางจูเลีย บิชอฟ ที่ออกมาประกาศว่าตนได้ยื่นหนังสือลาออกแล้ว หลังปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่ปี 2556

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม จะให้นายคริสโตเฟอร์ เพย์น เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน

สำหรับนางบิชอป อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศนั้นได้ลาออก หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งภายในพรรคเสรีนิยม ที่เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทนนายมัลคอล์ม เทิร์นบูล ที่ถูกกดดันในลงจากตำแหน่ง

นายสก็อตต์ มอร์ริสัน
นายสก็อตต์ มอร์ริสัน

การเลือกตั้งภายในพรรคดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นเป็นผลให้นายสก็อตต์ มอร์ริสัน ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเขาได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันเดียวกัน หลังผลออกมา

ข้อความการสนทนาแบบกลุ่มทาง WhatsApp ที่รั่วไหลไปยังสถานีโทรทัศน์ ABC ของออสเตรเลีย ชี้ว่า สมาชิกพรรคเสรนิยมใช้กลยุทธ์การลงคะแนนที่ทำให้นางบิชอปพ่ายแพ้การเลือกตั้งภายในพรรค และเธอได้ยุติบทบาทการเป็นหัวหน้าพรรคของเธอที่ยาวนานกว่า 11 ปี อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นางบิชอป ระบุว่า เธอยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้าหรือไม่

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา ออสเตรเลียเผชิญกับวิกฤตผู้นำประเทศ โดยนายเทิร์นบูล อดีตนายกรัฐมนตรี นับเป็นนายกฯ คนที่ 4 ของออสเตรเลียในรอบ 10 ปี ที่ต้องพ้นตำแหน่ง เนื่องจากถูกขับออกจากสมาชิกฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในพรรคเดียวกัน

หนุ่มอุดรฯ ทำสำเร็จ พาอัฐิภรรยา ถึงยอดดอยอินทนนท์แล้ว

สำเร็จ หนุ่มอุดรฯ พาอัฐิภรรยาถึงยอดดอยอินทนนท์แล้ว ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ก่อนเสียชีวิต

ความคืบหน้ากรณีที่ นายศักดิ์ชัย สุพันธมาตย์ อายุ 39 ปี ชาวบ้านหนองไผ่ ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี  ใช้เวลากว่า 1 ปี 7 เดือน เดินเท้าจากจังหวัดตรัง มายังจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับสุนัขคู่ใจสองตัว เพื่อนำอัฐิภรรยาขึ้นไปเที่ยวและทำบุญยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะพาภรรยามาเที่ยวก่อนเสียชีวิตนั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันนี้ ( 26 สิงหาคม 2561) ที่ผ่านมา นายศักดิ์ชัย ได้เดินทางถึงยอดดอยอินทนนท์แล้ว หลังจากเริ่มออกเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริเวณกิโลเมตรที่ 31 ตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งระยะทางจากที่ทำการอุทยานฯ จนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 16 กิโลเมตร

โดยตลอดเส้นทางมีชาวบ้านในพื้นที่พากันมาให้กำลังใจ และมอบอาหารน้ำดื่มแก่นายศักดิ์ชัย และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่เดินตามเพื่ออำนวยความสะดวก

ขณะที่บรรยากาศตลอดเส้นทาง สภาพอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ 12 – 17 องศาเซลเซียส มีฝนตกโปรยปรายลงมาเป็นช่วงๆ และมีเมฆฝนปกคลุม โดยระหว่างการเดินขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ นายศักดิ์ชัยเกิดอาการเจ็บเท้า เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปฐมพยาบาล จนอาการลุเลา จึงเดินขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์สำเร็จ

เมื่อเดินถึงยอดดอยอินทนนท์  นายศักดิ์ชัย ได้นำโกศที่บรรจุอัฐิของภรรยาออกมาจากกระเป๋าย่าม นำมากอดไว้ด้วยความดีใจ พร้อมบอกว่า ‘พามาถึงยอดดอยแล้วนะ’  จากนั้นนายศักดิ์ชัยได้เข้ากราบศักดิ์การะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และถ่ายภาพกับป้ายสูงสุดในสยาม ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่มาคอยอำนวยความสะดวก

พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในวันนี้ ( 27 สิงหาคม) เขาจะนำอัฐิภรรยาไปทำบุญที่วัดแม่กลาง บริเวณบ้านแม่กลางหลวง ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์ จากนั้นจะเดินทางตระเวนทำบุญตามวัดต่างๆ ก่อนจะกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดอุดรธานีในปี 2563

สื่อเกาหลีเหนืออ้างสหรัฐฯ มีแผนร้าย

หนังสือพิมพ์ทางการเกาหลีเหนือตีพิมพ์ข่าวกล่าวหาว่าสหรัฐฯ “มีแผนสองชั้น” และ “บ่มเพาะแผนร้าย” ต่อเกาหลีเหนือ หลังสหรัฐฯ ยกเลิกทริปการเยือนเกาหลีเหนือของนายไมค์ ปอมปิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างฉับพลัน

วันที่ 27 ส.ค. 2561 สื่อเกาหลีใต้ รายงานโดยอ้างอิงหนังสือพิมพ์ “โรดอง ซินมุน” ของทางการเกาหลีเหนือ โดยระบุว่า หน่วยพิเศษของสหรัฐฯ ในญี่ปุ่นฝึกซ้อมรบทางอากาศซึ่งมุ่งหวังจะ “แทรกซึมรัฐบาลเกาหลีเหนือ” โดยการกระทำดังกล่าวเป็นการ “บ่มเพาะแผนร้าย” เพื่อเริ่มสงครามกับเกาหลีเหนือ

ทั้งยังกล่าวว่า เกาหลีเหนือจริงจังต่อทัศนคติที่ “มีแผนสองชั้น” ของสหรัฐฯ โดยในขณะที่แอบฝึกซ้อมลับๆ ด้วยหน่วยพิฆาตพิเศษก็เจรจาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ด้านทูตสหรัฐในกรุงโซล เกาหลีใต้ ระบุว่า ไม่ทราบถึงกรณีการฝึกซ้อมที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเกาหลีเหนือกล่าวอ้างแต่อย่างใด

คิม จอง อึน
คิม จอง อึน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ทวีตว่า เขาได้ขอให้นายปอมปิโอไม่เดินทางไปเกาหลีเหนือรอบนี้ เพราะเขาเห็นว่ายังไม่มีการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่คืบหน้ามากพอของเกาหลีเหนือ

ที่ผ่านมา นับแต่การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ทั้งสองฝ่ายต่างเผชิญภาวะลำบากในการหาจุดร่วมเพื่อสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี

โดยเกาหลีเหนือต้องการได้รับการยืนยันด้านความมั่นคงหากปลดอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนกรานว่าการตกลงต่างๆ จะเกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์แล้วเท่านั้น