พายุโซนร้อน “เลน” ยังเสี่ยงสร้างความเสียหายกับฮาวาย

พายุโซนร้อน “เลน” ยังเสี่ยงสร้างความเสียหายกับฮาวายเสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่ม

วันที่ 27 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เฮอริเคนเลนได้อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อนและเคลื่อนตัวออกจากรัฐฮาวายแล้ว แต่ยังเสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่ม

พายุเฮอริเคนเลน ซึ่งได้อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อน เคลื่อนตัวออกจากชายฝั่งรัฐฮาวายของสหรัฐเมื่อวันเสาร์ แต่ฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่องอาจจะยังคงทำให้เกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่ม

สำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐ ได้ยกเลิกคำเตือนพายุโซนร้อนและการเฝ้าระวังที่เหลือในรัฐฮาวายทั้งหมดแล้ว หลังจากลมสินค้าได้พัดพาเอาพายุเลนออกไปทางตะวันตก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จัดการเหตุฉุกเฉินเผยว่า ตลอดช่วงเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น คำสั่งเฝ้าระวังเหตุน้ำท่วมฉบับพลันยังคงมีผลในเขตโออาอู เคาน์ตี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมือโฮโนลูลู เมืองเอกของรัฐฮาวาย ซึ่งมีประชากรอาศัยกว่า 1.4 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งรัฐ

ทั้งนี้ ไม่มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากพายุลูกนี้ แต่เจ้าหน้าที่บนเกาะบิ๊ก ไอแลนด์ กล่าวว่า สามารถช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งจากน้ำท่วมไว้ได้ และเกิดเหตุดินถล่มทับถนนหลายสาย ส่วนที่เมืองฮิโล มีปริมาณฝนมากกว่า 79 เซนติเมตร นับตั้งแต่วันพุธถึงวันศุกร์ ซึ่งนับเป็นปริมาณฝนสูงสุดที่วัดได้ภายในระยะเวลา 3 วัน นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเมื่อปี 2492 ขณะที่ในบางพื้นที่ มีปริมาณฝนมากกว่า 149 เซนติเมตร

ที่มา  www.washingtonpost.com

สปสช.แก้ปัญหาคนไทยไร้สิทธิ เข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานสนับสนุนกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สิทธิ ไม่สามารถเข้าถึงระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม จัดเวทีสาธารณะ “คนไทยไร้สิทธิกับการเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพ” เพื่อทบทวนปัญหาการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพของกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาด้านสิทธิและสาธารณะทางทะเบียน รวมถึงกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนเชิงรูปธรรมในอนาคต เพื่อแก้ไขปัญหาคนไทยตกหล่นที่ยังไม่เข้าถึงระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สปสช.ร่วมกับ สสส. กระทรวงสาธารณสุข องค์กรณ์ภาคีอื่นๆ ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม ในการลดปัญหาต่างๆ อาทิ หน่วยบริการไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้จากปัญหาด้านสิทธิสถานะของคนไทยตกหล่น การเข้าไม่ถึงระบบบริการสุขภาพ ปัญหาคนไทยตกหล่นจากสิทธิสถานะที่นำไปสู่ปัญหาการเข้าไม่ถึงระบบบริการสุขภาพ โดยจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2560 – 2564) ซึ่งขณะนี้เริ่มการทำงานไปทีละกลุ่ม มีจุดเน้นที่การทำงานเชิงระบบเพื่อสร้างการเข้าถึงบริการของกลุ่มคนไทยตกหล่นที่อาจจะยังอยู่นอกเหนือการดูแลจากกองทุนประกันสุขภาพบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ (กองทุนคือสิทธิ) นอกจากนี้ยังสนับสนุนและผลักดันให้องค์กรณ์อื่นๆ ค้นหาและดำเนินการให้คนไทยตกหล่นเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิสถานะ ซึ่งจะนำไปสู่การขึ้นสิทธิตามระบบหลักประกันสุขภาพ

ด้าน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ กล่าวถึงภารกิจของสสส.ในการสนับสนุนการทำงานประเด็นคนไทยที่ตกหล่นจากสถานะทางทะเบียน ว่า การทำงานของสสส. มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยมีสุขภาวะผ่านการทำงานส่งเสริม ป้องกันด้านสุขภาพทางตรง และการทำงานกับปัจจัยทางสังคม ที่กำหนดสุขภาพ ซึ่งสถานะทางทะเบียนก็เป็นปัจจัยทางสังคมหนึ่งที่สสส. และภาคีเครือข่ายให้ความสำคัญในการทำงาน ทั้งนี้จากการทำงานที่ผ่านมาของสสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย คาดการณ์ว่ายังมีกลุ่มคนไทยตกหล่นจากสถานะทางทะเบียนอีกจำนวนกว่าแสนคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองและในชุมชนอีกหลายแห่ง โดยมีสาเหตุมาจาก 1.พ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิด หรือไม่เคยทำบัตรประชาชนมาก่อน 2.ถูกทอดทิ้งตั้งแต่เด็กไม่สามารถพิสูจน์ตัวตนได้ 3.ถูกจำหน่ายด้วยทร.9 ไปอยู่ที่ทะเบียนกลาง เป็นต้น ทำให้กลุ่มคนไทยเหล่านี้เข้าไม่ถึงระบบหลักประกันสุขภาพและสวัสดิการสังคมอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม จากนี้จะมีการจัดทำข้อมูลเชิงวิชาการ เพื่อเป็นแนวทางในการสนับสนุนการทำงาน อาทิ บ่งบอกว่าต้องใช้งบประมาน หรือ จำนวนคนเท่าไหร่ เพื่อการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น

น้ำท่วมยังวิกฤต เพชรบุรี-กาญจนบุรี-ปราจีนบุรี ยังได้รับผลกระทบ

ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องทำให้หลายพื้นที่ริมแม่น้ำใน เพชรบุรี กาญจนบุรี และ ปราจีนบุรี ยังได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วม

ชาวบ้านแคววังใหญ่ หมู่ที่ 10 ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี กว่า 30 หลัง ต้องเผชิญกับสภาพน้ำท่วมสูง หลังน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี ไหลผ่านคลองสวนทุ่ง เข้ามาท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือน บางจุดสูงกว่า 1 เมตร ถนนทางเข้าหมู่บ้านน้ำท่วมจมอยู่ใต้น้ำ รถเล็กสัญจรไม่ได้ โดยชาวบ้านบอกว่า ถูกน้ำท่วมมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว สภาพเหมือนถูกปล่อยเกาะ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยราชการใดเข้าไปช่วยเหลือ มีเพียงภาคเอกชนบางส่วน ที่นำข้าวกล่องไปแจกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเท่านั้น

สำหรับสถานการณ์น้ำ โดยรวมของจังหวัดเพชรบุรี เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำกว่า 754 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเขื่อน 710 ล้านลูกบาศก์เมตร และเปิดระบายน้ำ 165.65 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเพชร เปิดระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี 115.79 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ในพื้นที่อำเภอแก่งกระจาน, อำเภอท่ายาง, อำเภอบ้านลาด, อำเภอเมืองเพชรบุรี และอำเภอบ้านแหลม

ส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ประกอบการรีสอร์ตและแพท่องเที่ยว ในอำเภอไทรโยค ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ด้วยการให้บริการกิจกรรมสันทนาการ แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า แทนการให้บริการแบบเดิมๆ อย่างการล่องแพไม้ไผ่ หรือแพเปียก ที่ต้องยกเลิกชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย หลังได้รับผลกระทบจากการที่เขื่อนวชิราลงกรณ เพิ่มการระบายน้ำ จากวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็น 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันเป็นวันที่ 4 และจะขยายเวลาระบายน้ำ ไปจนถึงวันที่ 3 กันยายน นี้ เพื่อพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำ ประกอบฝนที่ยังคงตกในพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำแควน้อย มีระดับสูงขึ้นและไหลเชี่ยว

อีกด้าน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 2 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี ประมาณ 70 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากถูกน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนที่พักอาศัย ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี มีฝนตกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ เพิ่มระดับขึ้นประมาณ 35 เซนติเมตร เหลืออีกประมาณ 2 เมตร จะถึงระดับเดียวกับตัวสะพาน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต้องเตรียมอพยพไปพักอาศัยที่อื่นชั่วคราว

ขณะที่ จังหวัดปราจีนบุรี ปริมาณน้ำแควหนุมาน ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ชุมชนตลอดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี ยังคงถูกน้ำท่วม บ้านเรือนได้รับผลกระทบแล้วเกือบ 40 หลัง เนื่องจากในพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา หรือห้วยโสมง ในอำเภอนาดี วันละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร