นายกฯ พอใจแผนจัดการน้ำ ทุ่งเจ้าพระยา -บางระกำ มั่นใจปีนี้ไม่มีน้ำท่วมภาคกลาง

นายกฯ พอใจแผนจัดการน้ำ ทุ่งเจ้าพระยา -บางระกำ รองรับฝนตกชุกปลายฤดู มั่นใจปีนี้ไม่มีน้ำหลากน้ำท่วมภาคกลาง

วันนี้ (22 กันยายน 2561) พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้้ำขนาดใหญ่เข้าไปพักไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาแล้ว เช่นเดียวกับทางตอนบนที่ปล่อยน้ำเข้าทุ่งบางระกำ เพื่อพร่องน้ำในระบบ ทำให้มีพื้นที่รองรับปริมาณฝนที่อาจตกชุกในช่วงปลายฤดู

โดยมั่นใจว่าปีนี้จะไม่มีสถานการณ์น้ำหลากหรือน้ำท่วมภาคกลางแน่นอน สำหรับข้อกังวลว่าจะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุในช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค. นั้น กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าปีนี้อากาศหนาวจากจีนจะมาเร็ว ดังนั้นโอกาสที่ภาคกลางจะได้รับผลกระทบจากพายุในช่วงนี้จึงมีไม่มากนัก

ซึ่งระลอกแรกรัฐบาลมีแผนทยอยนำน้ำเข้าทุ่งร้อยละ 30 – 50 ของศักยภาพการรับน้ำอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ หากปลายฤดูมีฝนตกชุกก็จะยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีกมาก ประชาชนจึงหมดกังวลเรื่องน้ำเหนือจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านหลากได้ ส่วนลุ่มน้ำยมแม้ไม่มีเขื่อน แต่ทุ่งบางระกำสามารถรับน้ำได้ 550 ล้าน ลบ.ม.

และขณะนี้มีน้ำนอนทุ่งอยู่ 200 ล้านลบ.ม. จึงยังรับน้ำได้อีกมากเช่นกัน หากมีฝนตกชุกก็จะทำให้น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยามีไม่มากเท่าปีก่อน ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนตั้งแต่ จ.ชัยนาท จนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตาม บริเวณพื้นที่ทุ่งโพธิ์พระยา จ. สุพรรณบุรี

ซึ่งเป็นทุ่งที่ต่ำที่สุดของลุ่มเจ้าพระยา เกษตรกรจะปลูกข้าวล่าช้ากว่าทุ่งอื่น 15 วัน เพราะระบายน้ำออกหมดเป็นทุ่งสุดท้าย แต่ก็พร้อมจะรับน้ำหลากหลังเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.นี้ ที่ผ่านมาเกษตรกรรู้สึกพึงพอใจการปล่อยน้ำเข้าทุ่งมาก เพราะช่วยตัดวงจรของโรค แมลง และหนู อีกทั้งยังช่วยพักหน้าดิน เพิ่มธาตุอาหารในดินและลดต้นทุนค่าปุ๋ยค่ายาได้อีกด้วย

นายกฯ รับทราบว่า ในสัปดาห์หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำพันธุ์ปลาและกุ้งไปปล่อยที่ทุ่งบางระกำ เพื่อให้เกษตรกรจับขายเป็นรายได้เสริม และให้กรมประมงและองค์การสะพานปลาเข้าไปช่วยส่งเสริมเรื่องการแปรรูปและหาตลาดให้ โดยจะดำเนินการแบบเดียวกันนี้กับ 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาด้วย ซึ่งนายกฯ พึงพอใจและขอให้ทำตามแผนที่วางไว้ให้สำเร็จ

เผาแล้ว ‘น้าหว่อง’ ดาราศิลปินแห่ร่วมงานแน่นวัด

เผาแล้ว ‘น้าหว่อง’ ครูเพลงเพื่อชีวิต ขณะที่กลุมเพื่อนศิลปินได้สกีนเสื้อ และนำซีดีผลงานเพลง รวมทั้งหนังสือที่น้าหว่องเขียนมาจำหน่าย เพื่อนำรายได้ให้กับครอบครัวของน้าหว่อง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 กันยายน 2561 ที่วัดปากน้ำ ถ.พิบูลย์สงคราม อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีฌาปณกิจศพ นายมงคล อุทก หรือ น้าหว่อง อายุ 67 ปี ศิลปินและนักดนตรีเพลงเพื่อชีวิตสมาชิกวงคาราวาน ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน โดยแพทย์ระบุสาเหตุเกิดจากระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากภาวะหัวใจโต ขณะกำลังเดินไปที่รถเพื่อเดินทางกลับบ้าน หลังจากมานั่งทานอาหารกับเพื่อนย่านนนทบุรี เมื่อคืนวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

โดยกลุ่มเพื่อศิลปินเพลงเพื่อชีวิต รวมทั้งแฟนเพลงได้เดินทางมาร่วมงานกว่า 1,000 คน จนล้นออกไปนอกวัด โดยมีนางลาวัลย์ อุทก ภรรยาน้าหว่อง พร้อมด้วยลูกคอยให้การต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน

หลังจากพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางกลุ่มเพื่อนๆ ศิลปินได้ทยอยกันขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตย่อยๆ ต่อหน้าศพผู้ตาย ขณะเดียวกันแขกผู้มีเกียรติและกลุ่มเพื่อนักดนตรีเพื่อชีวิตที่เดินทางมาร่วมงาน อาทิ มจ.ชาตรีเฉลิมยุคล, นายสุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน, นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว, นายคฑาวุธ ทองไทย หรือ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า, นายพงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ หรือ ปู พงสิทธิ์, นายพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค

นอกจากนี้ทางกลุ่มเพื่อนศิลปินยังได้นำเสื้อยืดที่สกีนใบหน้าของน้าหว่อง ซีดีผลงานเพลง และหนังสือที่น้าหว่องได้เขียนไว้ นำมาจำหน่ายเพื่อนำรายได้ให้กับครอบครัวของน้าหว่อง

กระทั่งเวลา 17.00 น. ถึงเวลาที่กำหนดประชุมเพลิง นายมงคล อุทก ทางเจ้าภาพได้เรียนเชิญ มจ.ชาตรี เฉลิมยุคล ขึ้นเป็นประธานทอดผ้าบังสุกุลพร้อมทั้งวางดอกไม้จันทน์ ต่อจากนั้นก็เป็นกลุ่มเพื่อนศิลปินและกลุ่มแฟนเพลงทยอยกันขึ้นวางดอกไม้จันทน์เพื่อเป็นการคารวะศพเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า

พายุหมุนพัดถล่ม 2 เมืองในแคนาดา บาดเจ็บราว 30 คน

พายุหมุนพัดถล่ม 2 เมืองในแคนาดา มีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 30 คน อาการสาหัส 5 คน ประชาชนกว่า 130,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้

วันที่ 22 ก.ย. 2561 เกิดพายุหมุนรุนแรงพัดถล่มเมืองแกตติโนและกรุงออตตาวาของแคนาดา และทิ้งร่อยรอยความเสียหายเป็นวงกว้าง กระแสลมแรงทำให้ประชาชนกว่า 130,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้ เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและรถบนท้องถนนพลิกคว่ำ

นักอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดลมกระโชกแรงถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจากภาพและคลิปที่ส่งต่อกันในสื่อออนไลน์แสดงให้เห็นว่า บ้านเรือนจำนวนมากเกิดความเสียหาย ขณะที่เศษซากต่างๆ ถูกลมหอบขึ้นไปหมุนอยู่กลางอากาศ โดยเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินแจ้งว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 30 คน ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 5 คน

ด้าน นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ผู้นำแคนาดา ได้ทวิตข้อความถึงประชาชนให้ระวังรักษาตัว และช่วยดูเพื่อนบ้านว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ โดยทางการกำลังเกาะติดสถานการณ์ รวมถึงให้กำลังใจทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากทอร์นาโด